“พริก”ไม่ได้มีดีเเค่เผ็ด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “พริก” เป็นผักที่มีความสำคัญ ในการบริโภคในเกือบทุกมื้อของคนไทยล้วนมีส่วนประกอบเป็นพริกมากที่สุด เนื่องจากคนไทยนิยมรับประทานอาหารที่มีรสชาติค่อนข้างจัด จึงมีพริกเป็นส่วนประกอบในอาหาร อีกทั้งเป็นเครื่องปรุงแต่งรสและผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น พริกแห้ง พริกป่น น้ำพริกเผา น้ำพริก เรามาดูกันค่ะว่า กว่าจะได้ผลผลิตนั้น ขั้นตอนการปลูกซับซ้อนขนาดไหน

คัดเลือกสายพันธุ์

  • พริกมีหลากหลายสายพันธุ์ พริกชี้ฟ้า พริกเหลือง พริกขี้หนู ซึ่งบางพันธุ์​ ก็เเตกสายพันธุ์ลงไปอีก
  • เมล็ดพันธุ์มีส่วนสำคัญ ควรคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีจากต้น หรือ แหล่งที่มีผลผลิต ที่น่าเชื่อถือ เพื่ออายุการให้ผลผลิตนาน ก่อนเพาะ 1 วัน ต้องนำไปแช่น้ำอุ่น สูตรคือ (น้ำเย็น 1 ส่วน + น้ำเดือด 1 ส่วน) นาน 20 นาที เพื่อฆ่าโรคกุ้งแห้ง ที่อาจติดมากับเมล็ดพันธุ์ได้
  • เมล็ดที่ลอยน้ำให้คัดทิ้ง จากนั้นนำไปแช่ในเชื้อราไตรโคเดอร์มา (2 ช้อนโต๊ะ+ น้ำ 10 ลิตร ครึ่งชั่วโมง )
  • แช่เมล็ด 1 คืน จึงเพาะในกะบะหลุมละ 1 เมล็ด กลบดิน เก็บถาดในที่ร่มควนคลุมด้วยตาข่ายพรางแสงอย่าให้ถูกฝนโดยตรง
  • หลังจากงอกได้ 15 วัน พ่นด้วย เอนไซม์น้ำ บำรุงต้นอัตรา 2-3  ซีซี./ น้ำ 20 ลิตร (พ่นทุก 7-10 วัน) จะทำให้ต้นโตเร็วขึ้นไม่ควรเมื่อต้นกล้าอายุ 1 เดือนนำมาปลูกได้

การเตรียมดินและการปลูก

  • โดยทั่วไปจะการขุดดิน หรือไถดินตากแดด 7-10 วัน พรวนดิน ใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วย โดยจะขุดหลุม ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตรยกแปลงให้สูงข้ึน 10 เซนติเมตร
  • หลังเตรียมดินดีแล้ว  พร้อมปรับสภาพดินโดยใส่ปูนขาวโดโลไมท์อัตรา 20-25 กก./ไร่ ก่อนปลูก รองพื้นด้วยปุ๋ยหมักแห้งอัตรา 150-200 กก./ไร่
  • ควรปลูกแบบยกหลุม และยกร่อง เพื่อแตกกิ่งได้เร็วขึ้น ป้องกันน้ำขัง ในหลุมรองพื้นด้วยปุ๋ยหมักแห้ง อัตราหลุมละ 100 กรัม  ก่อนปลูกแช่รากพริกด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา นาน 30 นาที จนกว่าจะปลูกเสร็จ (ไม่ควรแช่รากทิ้งไว้นานเกิน  30 นาที)  รากฟื้นตัวได้ยิ่งเร็ว จะช่วยดูดซึมธาตุอาหารได้ดี และป้องกันโรครากเน่าและโคนเน่าด้วย ควรป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ากำจัดด้วยสารเคมี
  • ขุดหลุมตามระยะปลูกลึก 20 เซนติเมตรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยอินทรีย์ นำต้นกล้า ท่ีมีอายปุระมาณ 1 เดือน มาปลูก รดน้ำให้ชุ่มทันที หลังจากปลูกหลัง เพื่อรักษาความชื้นของดินและลดการระเหยของน้ำ
  • เมื่อปลูกสักระยะหนึ่ง พ่นด้วยเชื้อราเมธาไรเซียม 50  กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร บริเวณโดยรอบในแปลงปลูกเปียก เพื่อให้กล้าฟื้นเร็ว และปรับสภาพดิน ทำร่องเพื่อระบายน้ำเพื่อสะดวกในการดูแลรักษา

การให้น้ำและใส่ปุ๋ย

  • ให้น้ำแบบสปริงเกอร์ เรือรดน้ำ สายยาง หรือปล่อยไปตามร่อง พิจารณาปล่อยน้ำเมื่อดินแห้ง และพริกต้องการน้ำระยะแรกๆ และระยะติดดอกออกผล
  • ระยะ 1 เดือนแรก ให้ปุ๋ยทางดินร่วมกับทางใบเป็นหลัก โดยการให้ทางดินก็ให้สูตร 46-0-0 สลับกับ 15-0-0  หรือ 15-15-15 อัตรา 5 กก.ต่อไร่/ครั้ง แต่ไม่เกิน 10 กก.ต่อไร่/ ครั้ง ห่างกัน 7 วัน ส่วนทางใบใช้สูตร 20-20-20 เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ในอัตรา 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
  • ระยะเดือนที่ 2-3  ระยะนี้พริกมีอายุ 30-90 วัน ซื่งมีการติดผลของพริกในชุดแรก ทางดินใช้สูตร 15-15-15 ส่วนทางใบใช้สูตร 15-0-0  เพิ่มแคลเซียมในช่วงติดผลเล็ก ในอัตรา 30 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร
  • ระยะเดือนที่ 4-6 ระยะนี้พริกมีอายุ 120-180 วัน ทางดินใช้สูตร 15-15-15  ร่วมกับปุ๋ยหมักแห้ง ผสมเชื้อไตรโคเดอร์มา อัตรา 1:25 ส่วนทางใบใช้สูตร 20-20-20 ในอัตรา 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตรให้ปุ๋ยอินทรีย์ทุกครั้ง หลังเก็บผลผลิตจำหน่ายช่วยฟื้นสภาพดินและจุลินทรีย์

โรคและแมลงศัตรู

โรคที่สำคัญ คือ แอนแทรคโนส หรือโรคกุ้งแห้ง (อ่านที่นี่..) โรคเหี่ยวจากเชื้อรา หรือโรคหัวโกร๋น ศัตรูพืช หลักๆ จะเป็นเพลี้ยไฟ ทำให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก ขอบใบหงิกหรือม้วนงอขึ้นด้านบน ถ้าเข้าท้าลายระยะพริกออกดอกจะทำให้ดอกพริกร่วงไม่ติดผล การทำลายในระยะผล จะทำให้รูปทรงของผลบิดงอ ถ้าการระบาดรุนแรงพืชจะชะงักการเจริญเติบโต หรือแห้งตายในที่สุด มักพบระบาดมากในช่วงอากาศแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน

ขอขอบคุณ : ลูกค้าในเครือ เอสวี.กรุ๊ป ในเขตภาคกลางที่แชร์ข้อมูลและอนุญาตให้นำเสนอเป็นเเนวทางการปลูกสำหรับเพื่อนๆ ชาวเกษตรกร


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน