การเพาะเมล็ดและการอนุบาลต้นกล้า(ตอนที่2)

มาตามคำสัญญาแล้วค่ะ วันนี้กระดาษศา มีเรื่องราวของการเตรียมต้นกล้าเมล่อนมาฝากกัน จากครั้งที่เเล้ว (อ่านได้ที่นี่..) เรื่องราวทั้งหมดนี้ได้รับการถ่ายทอดบอกเล่า จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโคโรฟิลด์ และทางฟาร์มก็ได้อนุญาตให้กระดาษศา มาเล่าถึงวิธีการเตรียมต้นกล้าของทางฟาร์ม เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้สามารถนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไปประยุกต์ใช้กับฟาร์มของตัวเองได้เลยนะคะ

กล่าวได้ว่า “เมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ เป็นที่มาของต้นกล้าที่แข็งแรง” แต่นอกเหนือจากเมล็ดพันธุ์แล้ว การเตรียมวัสดุปลูก และการดูแลอนุบาลต้นกล้าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากเราได้ต้นกล้าที่แข็งแรงแล้ว แน่นอนว่าเมื่อนำไปปลูกจะมีโอกาสรอดตายสูง และยังสามารถเจริญเติบโตได้ดีอีกด้วย

ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเมล่อนนั้น เชื่อว่าผู้ที่ปลูกเมล่อนอยู่แล้วทำเป็นอย่างแน่นอน ซึ่งก็แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น

อนุบาลแปลงเมล่อน

  • การแช่เมล็ดพันธุ์ด้วยน้ำอุ่น
  • การเตรียมวัสดุเพาะกล้าให้สะอาด
  • วิธีวางเมล็ดลงในถาดเพาะเมล็ด
  • และการวางอนุบาลต้นกล้าจนกว่าจะนำไปลงถุงปลูก

อนุบาลเมล่อน

สำหรับวัสดุเพาะเมล็ดและวัสดุปลูกนั้น มีให้เลือกหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการหาซื้อ บางชนิดมีราคาสูง บางชนิดก็หาได้ง่ายทั่วไป เช่น เวอร์มิคูไลท์ ขุยมะพร้าว ปุ๋ยอินทรีย์ ดินผสม เป็นต้น สิ่งสำคัญคือ “วัสดุปลูกเหล่านี้ต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันโรคที่จะเกิดกับต้นกล้าได้”

โรคของเมล่อนในระยะต้นกล้า

  • โรคเน่าคอดิน (damping off) เกิดจากเชื้อรา Pithium เป็นได้ตั้งแต่ทำให้เมล็ดไม่งอก หรือเมล็ดงอกเป็นต้นอ่อนแล้วตาย หรือชะงักการเจริญเติบโต สังเกตได้จากแผลที่โคนต้นบริเวณที่ติดกับผิวดิน ที่ทำให้ต้นคอดลง ต้นแห้ง ต้นล้ม ไม่ตั้งขึ้น
  • โรคเหี่ยวจากเชื้อรา (Fusarium Wilt) เป็นโรคที่เกิดกับพืชตระกูลแตงอย่างกว้างขวาง เกิดจากเชื้อ Fusarium oxysporum f.sp. melonis เป็นเชื้อสาเหตุโรคเหี่ยวของเมล่อน โดยเชื้อสาเหตุเข้าสู่ต้นพืชทางราก หากเป็นในระยะต้นอ่อน ใบเลี้ยงจะเหี่ยว เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ร่วง พืชแสดงอาการเหี่ยวเฉาจากส่วนยอดลงมา

ใช้ยาป้องกันเชื้อรา ในระยะนี้จึงมีความจำเป็นมาก เพราะต้นกล้าอ่อนๆ จะติดเชื้อโรคได้ง่าย โดยฟาร์มโคโรฟิลด์ ได้เลือกใช้ยาป้องกันเชื้อราที่เป็นชีวภัณฑ์ คือเชื้อราไตรโคเดอร์มา ไทยไม่แพ้ โดยใช้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเพาะเมล็ดตลอดมาจนกระทั่งย้ายต้นกล้าลงถุงปลูก

  • ระยะเพาะกล้า จะใช้ไตรโคเดอร์มาผสมน้ำรดตอนเย็น ทำทุก 3 วัน จนกว่าจะย้ายต้นกล้าลงถุงปลูก พื้นที่ที่จะใช้วางถาดเพาะจะต้องมิดชิด หรือทำในโรงเรือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และแมลงจากภายนอกได้เป็นอย่างดี
  • เตรียมวัสดุปลูก โดยนำไตรโคเดอร์มาผสมกับวัสดุปลูก โดยใช้ในอัตราส่วน วัสดุปลูก 100 กก. ต่อ เชื้อราไตรโคเดอร์มา 2 กก. ผสมรวมกับวัสดุปลูก จากนั้นนำไปบรรจุลงถุงปลูกเตรียมรอต้นกล้าต่อไป
  • ระยะย้ายต้นกล้าลงถุงปลูก เมื่อย้ายต้นกล้าลงปลูกในถุงปลูกแล้ว จะใช้ไตรโคเดอร์มาผสมในถังและปล่อยไปกับสายน้ำหยดได้เลยค่ะ โดยทางฟาร์มจะใช้ไตรโคเดอร์มาปล่อยทางสายน้ำหยดทุก 7 วัน

เจ้าหน้าที่ของฟาร์มคลอโรฟิลด์เล่าว่า เมื่อใช้ไตรโคเดอร์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เปอร์เซ็นต์การรอดตายของต้นกล้าสูงถึง 99-100% เลยทีเดียว และต้นกล้ายังเจริญเติบโตได้รวดเร็วอีกด้วยจากการดูแลต้นกล้าเมล่อนอย่างเอาใจใส่ ทำให้ต้นเมล่อนของฟาร์มโคโรฟิลด์ เจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโคโรฟิลด์ และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ใครได้ทานเมล่อนจากที่นี่ เป็นต้องติดใจจนต้องแวะเวียนมาเที่ยวชมกันอีกครั้งแน่นอนค่ะ คราวหน้ากระดาษศาจะมาเล่า ต่อถึงเรื่องการดูแลเมล่อนระยะก่อนออกดอกค่ะ วันนี้กระดาษศาขอตัวไปทานเมล่อนก่อนนะคะ บ๊าย บาย ค่ะ

** ติดตาม ตอนที่1 วิธีการปลูกเมล่อนให้ปลอดภัย ได้ ที่นี่   วิธีการปลูกเมล่อนให้ปลอดภัย (ตอนที่1)


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช