องค์ความรู้การออกแบบระบบน้ำหยด

หลายท่านปรับเปลี่ยนการจ่ายน้ำ เป็นระบบน้ำหยดกันมากขึ้น นับว่าเป็นการดี แต่ไม่ใช่ทุกที่จะทำสำเร็จนะคะ วันนี้เสนอ “องค์ความรู้การออกแบบระบบน้ำหยด”  เผื่อทุกท่านได้นำไปตั้งต้นเพื่อต่อยอดในแปลงปลูกของเพื่อนๆ กันค่ะ ระบบน้ำหยดใช้สำหรับพืชไร่ พืชสวน นาข้าว ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ นอกจากลำต้นจะโตได้ดีกว่าการปลูกแบบเดิมแล้ว การใช้น้ำยังน้อยกว่าและประหยัดค่าน้ำได้มากกว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึง มีอะไรบ้าง?“น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน” เเต่ถ้าน้ำหยดหยดตรงจุดล่ะ?? มีแต่เพิ่มผลผลิตนะคะ…มีเเต่ข้อดี หลายท่านบริหารจัดการน้ำดี..มีชัยไปกว่าครึ่งประโยคหลังแอดมินกล่าวเองนะคะ

ข้อมูลลักษณะของดิน:

ลักษณะดินมีส่วนในการเลือกระบบหรือวิธีในการวางระบบน้ำ

ความสามารถในการกักเก็บน้ำของดินหรือความสามารถในการอุ้มน้ำของดินไว้ให้พืชใช้ได้มีประโยชน์ต่อการออกแบบระบบน้ำหยด โดยเฉพาะการเลือกอัตราการไหลของหัวน้ำหยดนั้น ลักษณะของดินในแปลงปลูกนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ดินเหนียวและดินทรายมีความสามารถในการอุ้มน้ำที่ต่างกัน ดังนั้นจึงต้องเลือกน้ำหยดที่มีอัตราการหยดที่ต่างกัน

ลักษณะการหยด:

  • ลักษณะการให้น้ำหยดบนดินเหนียวจะเป็นวงกว้างแต่จะไม่ลงลึก เมื่อเปรียบเทียบกับดินทราย ดังนั้นดินเหนียวสามารถใช้น้ำหยดที่มีระยะหยดห่าง และมีอัตราการไหลที่สูงกว่าดินทราย ทั้งนี้ต้องพิจารณา ชนิดของพืชและระยะการปลูกของพืชนั้นๆ
  • ถ้ากรณีเป็นดินเหนียว การให้น้ำจะเปิดน้ำนานแต่สามารถเว้นการให้น้ำได้นานกว่าดินทราย เพราะดินเหนียวมีความสามารถ ในการอุ้มน้ำได้มากกว่า
  • ถ้ากรณีเป็นดินทรายการให้น้ำไม่จำเป็นต้องเปิดน้ำนานแต่ควรให้น้ำถี่ เนื่องจากดินทรายมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้น้อย เพราะดินทรายมีเนื้อที่หยาบกว่าดินเหนียว หากเปิดน้ำนานเกินไป น้ำจะไหลซึมลงสู่บริเวณที่ลึกเกินไป กว่ารากพืชจะดูดน้ำไปใช้ได้ ดังนั้นเลืดกระยะหยดถี่หน่อย ทั้งนี้ต้องพิจารณาระยะปลูกของต้นพืชด้วย

ข้อมูลสภาพพื้นที่:

พื้นที่หรือแปลงปลูกพืชที่จะทำการออกแบบ ระบบให้น้ำพืช จะต้องประกอบไปด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้

  • จำนวนพื้นที่และขนาดพื้นที่ (ความกว้าง และความยาวของพื้นที่)
  • ความลาดเอียงของพื้นที่ เพื่อจะได้นำมาวางแผนการติดตั้งระบบน้ำหยดต่อไป

ลักษณะของพืช :

เป็นสิ่งสำคัญมากต่อการออกแบบระบบน้ำหยด เพราะจะมีส่วนสำคัญเกี่ยวโยงถึงปริมาณน้ำที่พืชต้องใช้ โดยข้อมูลด้านพืชที่จำเป็นต้องใช้มีดังนี้ ชนิดของพืช ความต้องการน้ำของพืชแต่ละชนิด ระยะปลูกระหว่างต้น (จะมีส่วนในการเลือกระยะหยดของตัวเทป) และระยะระหว่างแถว (มีส่วนในการคำนวณอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายของระบบน้ำหยด)

การลงทุนแหล่งน้ำ :

รวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำที่มีในช่วงที่มากที่สุดและน้อยที่สุดของปี ระยะทางจากแหล่งน้ำถึงแปลงปลูกพืชสำหรับการออกแบบปั๊มและระบบท่อส่งน้ำ เพื่อจะได้วางแผนในการใช้ น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งน้ำสำคัญของเกษตรกรบ้านเรา คือ

  • น้ำตามธรรมชาติ
  • บ่อบาดาล
  • รถบรรทุกน้ำจากแหล่งน้ำมาใช้ สำหรับระบบน้ำหยด

ข้อมูลด้านการลงทุนงบประมาณ :

ความสามารถในการลงทุนของเจ้าของแปลง การลงทุนทำระบบน้ำหยดต้องมีการประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะต้องพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะออกแบบระบบและทำการติดตั้ง การลงทุนสามารถแบ่งการลงทุนเป็นส่วนๆให้เหมาะสมกับสถานะของผู้ลงทุน และเมื่อเห็นผลความคุ้มค่าที่ระบบน้ำหยดสามารถช่วย เพิ่มผลผลิต และช่วยการจัดการให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้ เจ้าของไร่ก็สามารถขยายการลงทุนเพิ่มเติมได้ต่อไป

หวังว่าเพื่อนๆ ที่คิดจะวางแผนทำสายน้ำหยดในพื้นที่ของตัวเอง จะสามารถนำข้อคิดต่างๆ เหล่านี้ มานั่งตกผลึกและต่อยอดในการออกแบบสายน้ำหยดเพื่อเพิ่มผลผลิตและช่วยทำกำไรให้มากขึ้นนะคะ


Contributor :

นามปากกา : Bussaba Sornyoo

เชื่อเอาไว้อย่างหนึ่งว่าโลกของเราก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ ที่ไม่สามารถอ่านได้ทั้งหมดในหน้าเดียว ค่อยๆ ค้นหาและจะเจอคำตอบในคำถาม


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช, การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง