ข้าวต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

นอกจากจะปลูกข้าวได้น้อยรอบแล้วยังมีอีกสาเหตุ ที่กระทบกระเทือนจิตใจ นั่นคือ “เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล” ซึ่งเรียกว่าเป็น คู่สร้าง-คู่สมในนาของเพื่อนๆ วันนี้ขอเสนอเรื่องเบาๆ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเลือกปลูกข้าว คือ  “ข้าวต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล” พันธุ์ข้าวต้านเพลี้ยนี้ ออกมาในช่วงที่เกษตรกรกําลังมีปัญหาเรื่อง “เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล” พอดี ซึ่งการเปลี่ยนพันธุ์ข้าวมาใช้ข้าว 2 พันธุ์นี้ ได้แก่

  • ข้าวพันธุ์ กข 49 สามารถต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลใหม่ได้เป็นอย่างดี และยังให้ผลผลิตเฉลี่ย 733 กก.ต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ชัยนาท 1
  • ข้าวพันธุ์ กข 51 เป็นพันธุ์ข้าวเข้าไวต่อช่วงแสง ที่มีการศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปี 2538 เพื่อหาพันธุ์ข้าวที่สามารถทนน้ำท่วมขังได้ดี ผลการทดสอบพบว่าข้าวพันธุ์ กข 51 สามารถทนน้ำท่วมฉับพลันได้นานถึง 12 วัน แม้จะท่วมจมมิดต้นข้าวก็ตาม ต้นข้าวก็จะไม่ตาย และให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 736 กก.ต่อไร่

วิธีการป้องกันกําจัดที่ได้ผล คือ การเว้นระยะ การปลูกข้าวไปสักช่วงเวลาหนึ่ง หรือใช้วิธีการป้องกันกําจัด แบบผสมผสานตามที่ กรมวิชาการเกษตรแนะนําก็น่าจะช่วยได้อีกแรงหนึ่ง วิธีการที่ว่านี้ประกอบด้วย


  • เลือกใช้พันธุ์ข้าวที่ทางราชการแนะนํา เช่น กข 29 กข 31 กข 41 กข 43 พิษณุโลก 2 สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 3 สุพรรณบุรี 90 และในพื้นที่เดียวกันให้ปลูกข้าวหลายพันธุ์ เพื่อชะลอการปรับตัวของ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
  • หว่านข้าวตามคําแนะนําในอัตรา 15 – 20 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อไม่ให้ ข้าวหนาแน่นมากเกินไป และสะดวกในการจัดการแมลงศัตรู โรคพืช และวัชพืช

  • ใส่ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป เนื่องจาก ข้าวมีการเจริญงอกงามและเขียวจัด เหมาะสมต่อการระบาดของเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลและแมลงศัตรูชนิดอื่น

  • ไม่ขังน้ำไว้ในนาตลอดเวลา ควรปล่อยให้ระดับน้ำมีพอดินปัก เพื่อให้สภาพนิเวศในนาข้าว ไม่เหมาะสมต่อการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงศัตรูชนิดอื่น
  • ห้ามใช้สารพิษสูงต่อมวนเขียวดูดไข่ เช่น อะบาเม็กตินและสารในกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์
  • เมื่อพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลถึงระดับ 10 ตัว/ กอ หรือ 1 ตัวต่อต้นให้ใช้สารกําจัดแมลงตามคําแนะนําของกรมวิชาการเกษตร คือ ฉีดพ่นสาร บูโพรเฟซีน 40%SC อัตรา 120 ซีซี.ต่อไร่ หรือ สารไดโนทีฟูแรน 10% WP อัตรา 60 กรัม/ ไร่ ถ้าเป็นชีววิธีให้ใช้บิวเวอร์เรียฉีดพ่นตอนเย็นให้ทั่ว

เพื่อชะลอการสร้างความต้านทาน หากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในระดับรุนแรง คือ มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล 50 ตัว/ กอ หรือ 6 ตัว/ ต้น ให้ใช้สารชนิดใด ชนิดหนึ่งตามอัตราที่กำหนดข้างต้น ผสมกับสารกําจัดแมลงที่มีกลไกออกฤทธิ์แตกต่างจากสารดังกล่าว เช่น ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 120 ซีซี. ต่อไร่ หรือ อีทีโพรส์ 10%SC อัตรา180 ซีซี./ไร่ ทั้งพันธ์ุข้าวต้านทานเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาล และ วิธีการป้องกันกําจัดแบบผสมผสานดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยเพื่อนๆ เกษตรกร ที่มีความประสงค์จะปลูกข้าวต่อรอบ เพื่อเอาชนะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้ได้ แม้ไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ทําความลําบากให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลชนิดนี้พอสมควร แต่ก่อนจะปลูกข้าวเพื่อนๆ ต้องมั่นใจว่ามีแหล่งน้ำเพียงพอที่จะทำนา หรือ เเนะรอฟังประกาสข่าวจากภาครัฐเป็นระยะ มิเช่นนั้นความเสียหายจากการขาดน้ำทํานา หรือ การขอความร่วมมืองดปลูกข้าว ก็ไม่ต่างจากการทําลายของเพลี้ยกระโดดสีนำ้ตาล

ข้อมูลที่มา : กรมการข้าว, กรมส่งเสริมการเกษตร


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน