ควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยเชื้อบีที

จากปัญหาของแมลงศัตรูพืชชนิดที่สร้างความต้านทานต่อสารฆ่าแมลง เป็นเหตุให้มีการระบาดของแมลงศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่พืชผลที่เกษตรกรปลูกไม่สามารถทนต่อความเสียหายได้ จึงจำเป็นต้องพ่นยาฆ่าแมลงมากขึ้นทั้งอัตราความเข้มข้น และการพ่นบ่อยๆครั้งเป็นเหตุให้สมดุลย์ธรรมชาติเสียไปการหันกลับมาใช้สารกำจัดแมลงชนิดที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อแมลงศัตรูพืช โดยไม่ทำอันตรายต่อแมลงที่มีประโยชน์เป็นโอกาสที่จะให้สมดุลย์ทางธรรมชาติกลับคืนมาและสามารถช่วยควบคุมศัตรูพืชอีกแรงหนึ่ง

เชื้อบีที จึงเป็นสารชีวินทรีย์กำจัดแมลงชนิดหนึ่งที่มีความเฉพาะเจาะจงในการควบคุมแมลงศัตรูพืชเท่านั้น แมลงศัตรูพืชธรรมชาติจะปลอดภัยจากการใช้ เชื้อบีที และยังสามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชบนพืชต่างๆ หลายชนิดดังนี้ค่ะ

หนอนใยผัก Plutella xylostella (L.) 

เป็นแมลงศัตรูผัก ตระกูลกะหลํ่าท่ีสําคัญท่ีสุดเพราะป้องกันกําจัดได้ยาก แมลงชนิดนี้สามารถกัดกินทําลายผักเสียหาย อย่างมากต้ังแต่ระยะต้นอ่อนข้ึนไป เกษตรกรเสียค่าใช้จ่ายสูงในการป้องกันกําจัดแมลงชนิดนี้เนื่องจาก สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลงได้หลายชนิด

หนอนคืบกะหล่ำ Trichoplusia ni (Hubner)

เป็นแมลงศัตรูที่ทำความเสียหายต่อผักตระกูลกะหล่ำได้หลายชนิด เป็นหนอนขนาดกลางกินจุ ในระยะแรกตัวหนอนจะกัดกินที่ผิวใบ เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกัดกินใบทำให้เป็นรอยแหว่งเหลือแต่ก้านใบ แมลงชนิดนี้จะทำลาย โดยกัดกินใบเป็นส่วนใหญ่และการทำลายเป็นไปอย่างรวดเร็ว

หนอนกระทู้ผัก Spodoptera litura (Fabricius)

เป็นแมลงที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งในการปลูกไม้ดอก การทำลายจะคล้ายๆกับหนอนกระทู้หอม แต่ความรุนแรงจะมากกว่า เนื่องจากหนอนในระยะวัย 4-5 จะมีขนาดใหญ่กว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับหนอนกระทู้หอมในวัยเดียวกัน หนอนจะกัดกินส่วนดอก ทำให้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

หนอนกระทู้หอม Spodoptera exigua (Hubner)

ในกล้วยไม้ หนอนจะกัดกินเฉพาะส่วนดอก ในกุหลาบ ดาวเรือง เบญจมาศ และมะลิ หนอนจะกัดกินทุกส่วนของพืช โดยหนอนเมื่อฟักออกจากไข่จะเริ่มกัดกินส่วนต่างๆของพืช แต่ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก ความเสียหายจะพบรุนแรงกับหนอนระยะตั้งแต่วัย 3 ขึ้นไป ถ้าหนอนระบาดทำลายในระยะพืชยังเล็กจะทำให้พืชตายได้ ถ้าทำลายในระยะที่มีดอก จะทำให้ดอกเกิดรอยแหว่ง ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

หนอนเจาะสมอฝ้าย Helicoverpa armigera (Hubner)

หนอนเจาะสมอฝ้ายเป็นแมลงศัตรูสำคัญอีกชนิดหนึ่งในการปลูกผักและเป็นศัตรูที่สำคัญของผักหลาายชนิด ได้แก่ มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบเขียว และหน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น หนอนชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายโดยหนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนชนิดนี้ทำลายพืชผักโดยการกัดกินส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ดอก ใบ เจาะกัดกินภายในลำต้น ฝักและหน่อ

หนอนร่านกินใบปาล์ม Darma furva (Wileman)

หนอนกัดทำลายใบปาล์มน้ำมัน ถ้ารุนแรงมากใบถูกกัดจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นชะงักการเจริญเติบโตและกว่าต้นจะฟื้นคืนดังเดิมใช้เวลานานเป็นปีๆ เมื่อเกิดมีการระบาดแต่ละครั้ง มักต้องใช้เวลาในการกำจัด นาน เป็นเพราะหนอนมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน เช่นมีทั้งหนอน มีทั้งดักแด้ เราจึงไม่สามารถกำจัดให้หมดในคราวเดียวกัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการกำจัดและติดตามการระบาดที่ต่อเนื่อง

หนอนแปะใบ Archip sp.

หนอนแปะใบจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ตัวหนอนกัดกินใบอ่อน และสร้างเส้นใยดึงใบและยอดเข้าหากัน หรือม้วนใบให้พับติดกัน แล้วอาศัยกัดกินอยู่ภายในใบนั้นจนเข้าดักแด้ โดยจะกัดกินทำลายผิวใบจนเหลือแต่เส้นใบ นอกจากนี้ยังทำลายตากิ่งหรือตา ดอกด้วย ซึ่งจะทำให้ต้นส้มมีผลผลิตน้อยลง และชะงักการเจริญเติบโต มีผลกระทบต่อการออกดอก ติดผลของส้มครับ
ระยะขึ้นน้ำสร้างใบอ่อนใหม่ในเวลาที่ฝนตกสลับกับอากาศร้อน การระบาดของหนอนแปะใบจะมากเพราะตัวบินมีมากในสภาพอากาศแบบนี้ค่ะ

หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด Ostrinia fumacalis (Guenee) 

หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด เป็นแมลงศัตรูสำคัญที่สุดชนิดนึ่งของข้าวโพด โดยเฉพาะในไร่ที่มีการปลูกข้าวโพดมานานปี หรือในแหล่งที่มีการใช้สารฆ่าแมลงมาก เพราะจะไปทำลายแมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียนไข่ ซึ่งเป็นตัวคอยควบคุมประชากรหนอนเจาะลำต้นได้ดี ทำความเสียหายโดยการเจาะเข้าไปกินอยู่ภายในลำต้นข้าวโพด ทำให้ต้นข้าวโพดหักล้มง่ายเมื่อถูกลมพัดแรง นอกจากนั้นยังเจาะทำลายฝักด้วย ซึ่งมักเจาะกินที่ก้านฝักหรือคนฝัก หากมีการระบาดรุนแรงมากจะเจาะกินที่ตัวฝักด้วย นอกจากนี้พบว่าการปลูกข้าวโพดในช่วงปลายฤดูฝนจะมีการระบาดของแมลงศัตรูดังกล่าวมากกว่าในช่วงต้นฤดู

 

หนอนแก้วส้ม Papillio demoleus malayanus 

หนอนแก้วส้มมีหลาย subspecies แต่ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ คือ Papillio polytes romulus และ Papillio demoleus malayanus พบได้ทั่วไปทุกบริเวณที่มีการปลูกพืชตระกูลส้ม เมื่อมีการแตกใบอ่อน หนอนของแมลงชนิดนี้กัดกินใบอ่อนและยอดอ่อน การทำลายรวดเร็วมากตามขนาดของตัวหนอน หากระบาดรุนแรงหนอนจะกัดกินจนใบอ่อนหมดทั้งต้นภายใน 2-3 วัน ส้มอาจตายได้ ส่วนใหญ่เป็นปัญหามากับส้มปลูกใหม่ และต้นกล้าในเรือนเพาะชำ

หนอนกินใบสนสามใบ (Metanastria sp.)

ลักษณะตัวหนอน ลำตัวมีขนปกคลุม เป็นอันตรายหากสัมผัสถูกผิวหนัง ทำให้ คัน แสบร้อน และบางครั้งเป็นตุ่มหนอง ตัวหนอนส่วนใหญ่เข้าดักแด้แล้ว จึงไม่ได้ใช้แบคทีเรียกำจัด ช่วงระบาด กันยายน ถึง ตุลาคม และ กุมภาพันธ์ ถึง มิถุนายน ตัวเต็มวัย เป็นผีเสื้อกลางคืน ตัวผู้มีขนาดประมาณ 5-8 เซนติเมตร ตัวเมีย 10 – 12 เซนติเมตร จากดักแด้และหนอนที่เก็บมา มีระยะที่เข้าดักแด้ (เมษายน ถึง พฤษภาคม) จะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ซึ่งตัวเต็มวัยออกมาเป็นผีเสื้อกลางคืน

คำแนะนำในการใช้เชื้อบีทีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

– ควรใช้เชื้อบีทีในขณะที่หนอนยังตัวเล็กหรือเริ่มฟักออกจากไข่
– ควรใช้แบคทีเรียบีทีในช่วงเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บีทีถูกแสงแดดทำลาย ในกรณีที่แปลงปลูกพืชมีความชื้นน้อย ควรให้น้ำก่อนพ่นเชื้อบีที
– ควรพ่นเชื้อบีทีทุก 3-5 วัน และใช้ต่อเนื่องกัน 4-5 ครั้ง พ่นให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอในแปลงปลูก ควรหลีกเลี่ยงการผสม บีทีกับสารเคมีกำจัดศัตรูพื
– ผลิตภัณฑ์บีที ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรมีลักษณะรวมตัวกันเป็นก้อนแข็งหรือสูตรน้ำก็ไม่ควรมีการตกตะกอนหรือแยกชั้น

ที่มา : สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง