ปลูกดาวเรืองปลอดโรคเหี่ยวเขียวและเหี่ยวเหลือง

“โรคของดาวเรือง” ผู้ปลูกพึงระวังโรคเหี่ยวในดาวเรือง ที่มีทั้งโรคเหี่ยวเขียวและเหี่ยวเหลือง เนื่องจากโรคและผลผลิตจะมามาคู่กัน และไม่ปราณีในแปลงเราเเน่นอน  การพัฒนาของโรคจะเร็วมาก แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว หากเกษตรกรรู้เท่าทันโรค หมั่นสำรวจต้นดาวเรืองในแปลงปลูกเพื่อเป็นการลดปริมาณเชื้อจากสาเหตุต่างๆ ก็จะสามารถยับยั้งและทำให้ผลผลิตงอกงาม โรคส่วนใหญ่ของดอกดาวเรือง เกิดได้จากเชื้อรา และเเบคทีเรีย

วิธีเช็คเชื้อรา หรือแบคเเบคทีเรีย สามารถทำได้ตามวิธีข้างล่างนี้นะคะ

ให้นำเอาต้นพืชที่แสดงอาการเหี่ยว แต่ไม่แน่ใจสาเหตุที่แท้จริงมาตรวจสอบ โดยตัดส่วนเหนือดิน ตัดใบทิ้ง นำลงไปแช่ในภาชนะใสที่บรรจุน้ำสะอาดเป็นเวลาประมาณ 2-3 นาที ถ้าอาการเหี่ยวของดาวเรืองที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีเมือกสีขาวขุ่น ไหลลงมาตามน้ำเป็นสาย ถ้าไม่มีเมือกสีขาวขุ่นไหลลงมาอาจจะวินิจฉัยได้ว่า เป็นอากาศเหี่ยวที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ

โรคเหี่ยวเขียว

เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันรักษาโรคของดาวเรือง

เชื้อแบคทีเรีย (Bacteria wilt) ที่เชื้อสาเหตุโรค Ralstonia  solanacearum  สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับดาวเรือง ทำให้ต้นดาวเรืองเหี่ยวลู่ลงมาทั้งต้นในขณะที่ใบยังเขียวอยู่ การพัฒนาของโรคจะเร็วมาก สามารถแพร่กระจายได้ดีทางน้ำและติดไปกับอุปกรณ์ทางการเกษตรต่าง ๆ เช่น การใช้กรรไกรตัดกิ่ง ตัดกิ่งที่เป็นโรคออก แล้วอย่านำกรรไกรตัดกิ่งอันเดียวกันไปตัดแต่งกิ่งของต้นปกติ ทำให้ต้นปกติติดเชื้อได้การเดินย่ำแปลงที่เป็นโรค เชื้อสาเหตุสามารถติดมากับดินที่ติดอยู่กับรองเท้าได้  เมื่อเชื้อถูกพาให้ระบาดไปและพบกับต้นดาวเรือง เชื้อจะเข้าสู่ทางบาดแผลและช่องเปิดตามธรรมชาติที่พืชมีอยู่ อาทิ รากเชื้อจะเข้าไปเจริญในท่อน้ำ เชื้อจะเพิ่มจำนวนและแพร่ไปตามส่วนต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เซลล์ของเนื้อเยื่อพืชจะถูกทำลายจนเกิดช่องว่างมีเซลล์ของเชื้อและสารเมือกซึ่งเป็นสาร )ที่มีความหนืดสูงอยู่มากมายในท่อน้ำท่ออาหาร ทำให้เกิดการอุดตันภายในท่อน้ำท่ออาหา

การป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวเขียว

  • สำรวจต้นดาวเรืองในแปลงปลูก เพื่อตรวจติดตามการเกิดโรคเหี่ยวเขียว หากพบอาการเหี่ยวของต้นดาวเรือง ควรนำมาตรวจสอบหาสาเหตุโรคเหี่ยวเบื้องต้นด้วยวิธีดังที่กล่าวมาข้างต้น
  • ถ้ามีต้นที่แสดงอาการเหี่ยว ควรถอนต้นให้ติดรากขึ้นมาแล้วนำออกนอกแปลงปลูก ระวังอย่าให้ดินร่วงลงพื้นเพราะเชื้อสามารถอาศัยอยู่ในดินได้ แล้วนำไปเผาทำลาย เพื่อลดการระบาดของเชื้อที่อยู่ในลำต้น
  • ก่อนการปลูกดาวเรืองครั้งต่อไป ควรไถพรวนผลิกดินตากแดด ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการลดปริมาณเชื้อสาเหตุของโรคเหี่ยวเขียว หลังจากการไถดินแล้วอาจทำการตากดิน และโรยด้วยปูนโดโลไมท์ อัตรา 500 กิโลกรัม/ ไร่ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน รดน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ดิน หลังจากนั้นใช้พลาสติกคลุมแปลงคลุมแปลงทิ้งไว้ 15 วัน
  • ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรเช่น จอบ เสียม กรรไกรตัดกิ่ง ด้วยแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อฆ่าเชื้อสาเหตุของโรคที่ติดมากับอุปกรณ์ทางการเกษตร (
  • เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ดาวเรืองที่ได้คุณภาพ ปราศจากโรคที่ติดมากับเมล็ดและ เลือกสายพันธุ์ดาวเรืองที่ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว
  • การเพิ่มเชื้อจุลินทรย์ที่มีประโยชน์ เช่น เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ซับทิลิส (เชื้อบีเอส) หรือ เชื้อราไจรโคเดอร์มา เพื่อช่วยควบคุมโรคแบคทีเรียและเชื้อราในดิน
  • หากวิธีการดังกล่าวข้างต้น ยังไม่สามารถควบคุมโรคเหี่ยวเขียวได้ อาจเลือกใช้สารเคมีตามสมควร ผสมตามอัตราส่วนที่แนะนำข้างฉลาก ราดบริเวณหลุมที่ถอนต้นดาวเรือง เพื่อตัดวงจรเชื้อให้หมดไปรอบหนึ่งก่อน

โรคเหี่ยวเหลืองในดอกดาวเรือง Fusarium sp.

เชื้อไตรโคเดอร์มาป้องกันรักษาโรคของดาวเรือง

สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum อาการเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อรา ฟิวซาเรี่ยม นั้นจะปรากฏอาการช้ากว่าเชื้อแบคทีเรีย ดาวเรืองมักจะแสดงอาการใบเหลืองร่วมด้วย จะเกิดการชะงักการเจริญเติบโต และใบเหี่ยว โดยระยะแรกจะเหี่ยวชั่วคราว คือจะแสดงอาการใบเหี่ยวเฉพาะช่วงเวลากลางวันที่แดดร้อน พอผ่านกลางคืน ตอนเช้าจะฟื้นตัว เป็นเช่นนี้ระยะหนึ่ง ต่อมาดาวเรืองจะแสดงอาการเหี่ยวอย่างถาวร จะยืนต้นทั้งเหี่ยวและแห้งตายในที่สุด การสังเกตุ บริเวณโคนต้นจะเป็นแผลสีน้ำตาล ถ้าถอนต้นขึ้นมาให้สังเกตุที่รากรากจะมีการเน่าร่วมด้วย ถ้าทำการผ่ากลางต้นดาวเรืองจะพบว่าบริเวณท่อน้ำ ท่ออาหารจะถูกทำลายเป็นแผลสีน้ำตาล

การป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวเหลือง

หลังจากการไถดินแล้วอาจทำการอบดินด้วยปูนโดโลไมท์ อัตรา 500 กิโลกรัม/ ไร่
  • หมั่นสำรวจต้นดาวเรืองในแปลงปลูก เพื่อตรวจติดตามการเกิดโรคเหี่ยวเหลือง หากพบอาการเหี่ยวของต้นดาวเรืองควรนำมาตรวจสอบหาสาเหตุโรคเหี่ยวเบื้องต้น โดยตัดส่วนเหนือดิน ตัดใบทิ้ง นำลงไปแช่ในภาชนะใสที่บรรจุน้ำสะอาดเป็นเวลาประมาณ 2-3 นาที ถ้าอาการเหี่ยวของดาวเรืองที่เกิดจากเชื้อรา (โรคเหี่ยวเหลือง) จะไม่มีเมือกสีขาวขุ่น ไหลลงมาตามน้ำเป็นสาย ถ้าไม่มีเมือกสีขาวขุ่นไหลลงมาอาจจะวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคเหี่ยวเหลือง
  • ถ้ามีต้นที่แสดงอาการเหี่ยว ควรถอนต้นให้ติดรากขึ้นมาแล้วนำออกนอกแปลงปลูก ระวังอย่าให้ดินร่วงลงพื้นเพราะเชื้อสามารถอาศัยอยู่ในดินได้ แล้วนำไปเผาทำลาย เพื่อลดการระบาดของเชื้อที่อยู่ในลำต้น
  • กรณีปลูกดาวเรืองครั้งต่อไป ไถพรวนผลิกดินตากแดด ประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้อาจทำโรยดินด้วยปูนโดโลไมท์ อัตรา 500 กิโลกรัม/ ไร่ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ทำการลดน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื้นกับดินหลังจากนั้นใช้พลาสติกคลุมแปลงคลุมแปลงทิ้งไว้ 15 วัน
  • ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรเช่น จอบ เสียม กรรไกรตัดกิ่ง ด้วยแอลกอฮอล์ 70% เพื่อฆ่าเชื้อสาเหตุของโรคที่ติดมากับอุปกรณ์ทางการเกษตร
  • เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ดาวเรืองที่ได้คุณภาพปราศจากโรคที่ติดมากับเมล็ดและ เลือกสายพันธุ์ดาวเรืองที่ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเหลือง
  • หากไม่สามารถควบคุมโรคเหี่ยวเหลืองได้ อาจเลือกใช้สารเคมีตามสมควร ผสมตามอัตราส่วนที่แนะนำข้างฉลาก ราดบริเวณหลุมที่ถอนต้นดาวเรือง เพื่อตัดวงจรเชื้อให้หมดไปรอบหนึ่งก่อน

เท่านี้เราก็จะปลูกดาวเรืองให้ปลอดโรคและปลอดภัย วิธีทั้งหมดนี้จะใช้ได้ดีในการป้องกันเพราะโรคเหี่ยวเขียวและเหี่ยวเหลืองนี้ กรณีเป็นแล้วจะรักษาค่อนข้างยาก และเราก็ไม่อยากแนะนำให้ใช้สารเคมี เนื่องจากสารเคมีจะสะสมลงดิน และยังผลไปร่างกายเกษตรกรเอง


Contributor :

นามปากกา : Bussaba Sornyoo

เชื่อเอาไว้อย่างหนึ่งว่าโลกของเราก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ ที่ไม่สามารถอ่านได้ทั้งหมดในหน้าเดียว ค่อยๆ ค้นหาและจะเจอคำตอบในคำถาม


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช, การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง