การดูแลต้นพืชหลังน้ำท่วม

ช่วงนี้เกษตรกรหลายๆ พื้นที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วม บางพื้นที่น้ำท่วมขังหลายวัน บางพื้นที่น้ำป่าไหลหลาก ทำให้พืชผลของเกษตรกรเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่เรื่องภัยธรรมชาติที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้กินสอนให้เราปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรได้ค่ะ วันนี้กระดาษศาขอเสนอวิธีการดูแลดินและพืชหลังจากถูกน้ำท่วม มาติดตามและร่วมเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ กันนะคะ

ต้นไม้ที่น้ำท่วม มักจะแสดงอาการคือ

  • ระบบรากขาดออกซิเจน จึงไม่มีพลังงานที่ใช้ดูดน้ำและแร่ธาตุ ขึ้นไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของลำต้น
  • อาการใบเหลือง โดยพบใบเหลืองที่ใบที่อยู่ด้านล่างหรือส่วนโคนของต้นและกิ่ง ใบจะค่อยๆ เหลืองจนถึงเหลืองเข้มมากขึ้น หากน้ำท่วมขังนานต่อเนื่องจะพบอาการซีดเหลือง และนอกจากนี้ยังพบอาการใบลู่หรือห้อยลงอีกด้วย
  • ใบ ดอก และผลร่วง ระบบรากต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมขังจะก่อให้เกิดสภาวะเครียดขึ้น ซึ่งความเครียดนี้จะส่งผลให้ต้นไม้มีการกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนเอทธิลีนในปริมาณที่สูงกว่าปกติมาก ทำให้ดอกและผลร่วงก่อน โดยจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจะเกือบหมดต้น และต่อมาต้นไม้ก็จะทิ้งใบ โดยใบแก่จะร่วงก่อนใบอ่อน พืชบางชนิดอาจจะไม่แสดงอาการทิ้งใบแต่จะยืนต้นตายทั้งที่มีใบเต็มตันก็ได้
  • การสร้างรูเปิดเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงราก ในกรณีที่ถูกน้ำที่ท่วมต้นไม้จะสร้างรูเปิดขึ้น ซึ่งมักจะสร้างอยู่ตรงกลางส่วนของลำต้นบริเวณเหนือผิวน้ำที่ท่วมขังเพียงเล็กน้อย ถ้าต้นไม้มีการสร้างรูเปิดมากเท่าไรก็ยิ่งจะทำให้ต้นไม้มีโอกาสรอดมากเท่านั้น

ขั้นตอนการจัดการต้นพืชและดินหลังน้ำท่วม

ต้นไม้โดนน้ำขัง

การจัดการกับต้นพืชและดินหลังถูกน้ำท่วม เกษตรกรควรจะต้องมีการบำรุงรักษาต้นพืชให้เกิดรากใหม่และให้แตกใบอ่อนโดยเร็วขณะเดียวกันต้องมีการจัดการดินให้ถูกต้องด้วย

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังน้ำท่วมในพื้นที่บริเวณ จ. พระนครศรีอยุธยา

  • หลังน้ำท่วมใหม่ๆ ขณะที่ดินยังเปียกอยู่ ห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปในพื้นที่ และห้ามบุคคล รวมทั้งสัตว์เข้าไปเหยียบย่ำบริเวณโคนต้นพืชโดยเด็ดขาด เพราะดินที่ถูกน้ำท่วมขังจะมีโครงสร้างง่ายต่อการถูกทำลาย และเกิดการอัดแน่นได้ง่าย   ซึ่งเป็นผลเสียต่อการไหลซึมของน้ำ รวมทั้งจะกระทบกระเทือนต่อระบบรากของพืช ทำให้ต้นไม้ทรุดโทรม และอาจตายได้
  • ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ควรหาทางระบายน้ำออกจากบริเวณโคนต้นพืชโดยเร็ว โดยอาจขุดร่องระบายน้ำให้ไหลออกจากพื้นที่ให้มากที่สุด
  • ถ้าต้นไม้ดูอ่อนปวกเปียก ทรงตัวไม่ดีอย่ากดดินให้แน่น ให้หาไม้มาค้ำยันไว้แทน
  • การสำรวจควรดูที่ใบ หากเหลือง เหี่ยวเฉา ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อลดการคายน้ำออก และให้แสงแดดส่องจะได้ไม่เกิดโรคและแมลง
  • ในสภาพน้ำท่วมที่มีการชะพาเอาดิน หรือทรายมาทับถมในบริเวณแปลงปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้นหลังจากน้ำลดลงและดินแห้งแล้วควรทำการขุดหรือปาดเอาดินหรือทรายออกจากโคนต้นพืช เพื่อช่วยให้ต้นพืชตั้งตัวเร็วขึ้น
  • ควรมีการพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืช เพราะในระยะนี้ระบบรากของพืชยังไม่สามารถดูดกินธาตุอาหารพืชจากดินได้ตามปกติ
  • เมื่อดินแห้งแล้วควรมีการพรวนดิน เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่รากพืช ทำให้รากพืชแตกใหม่ได้ดีขึ้น
  • ในพืชที่มีปัญหาของโรครากเน่า และโคนเน่า ที่เกิดจากเชื้อรา หลังจากน้ำลดแล้วหากพืชยังมีชีวิตอยู่ ให้ราดสารกำจัดเชื้อรา ปรับสภาพดินด้วยปูนขาว และเติมเชื้อไตรโคเดอร์มาลงในดิน
น้ำท่วม

สำหรับแนวทางการดูแลต้นพืชหลังน้ำท่วม เพื่อช่วยฟื้นฟูและบรรเทาความเสียหายให้ต้นพืชนั้นเกษตรกรต้องเร่งปฏิบัติโดยด่วน ส่วนต้นพืชที่ไม่รอดแล้วก็ควรตัดทิ้งและปลูกต้นใหม่ทดแทนนะคะ กระดาษศาขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ เกษตรกรที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมให้ผ่านพื้นวิกฤตินี้ไปได้โดยเร็วค่ะ

ที่มา : สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน