ทำความรู้จัก ผักไฮโดรโปนิกส์ ผักออกแกนิค ต่างกันอย่างไร

ผักออร์แกนิค กับ ผักไฮโดรโปนิกส์ ต่างกันอย่างไร?

เท่าที่ได้ศึกษาเปรียบเทียบผักออร์แกนิค กับผักไฮโดรโปนิกส์ มาสักพัก รู้สึกว่าหลายคนยังเข้าใจผิดระหว่าง ผักออร์แกนิค กับ ผักไฮโดรฯ กันอยู่

จากที่เห็นตามร้านที่ขายผักไฮโดรฯส่วนใหญ่ จะบอกว่าเป็นผักปลอดสารพิษ แต่พอกลับมาลองศึกษาวิธีการปลูก แล้วจะเห็นได้ว่าบางสิ่งบางอย่างเรากำลังเข้าใจผิดกัน ทั้งนี้ไม่มีเจตนาจะกล่าวหาว่าผักไฮโดรฯไม่ดี ผักออร์แกนิคดีกว่า หรืออย่างไร เพราะจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคนั้น รับได้แค่ไหน

ผักไฮโดรฯ คือ การปลูกโดยใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักและใช้สารอาหารสำหรับพืชที่สร้างขึ้นมาด้วยสารสกัดทางเคมี ซึ่งสารอาหารนี้สกัดจากสารเคมี คือ ปุ๋ยเคมีนั่นเอง

และที่กล่าวว่า ผักไฮโดรฯ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะปลูก และดูแลอย่างดี ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะกระบวนการปลูกใช้สารสกัดทางเคมีทำให้เจริญเติบโตอยู่แล้ว และภาพลักษณ์ของผักไฮโดรฯนั้น ปลูกง่าย สะดวก สำหรับคนไม่มีพื้นที่ดิน ขนาดอยู่ อพาร์ทเม้นท์ ยังปลูกได้🌱🌱

 

1.ลักษณะการปลูก

ผักไฮโดรโปนิกส์ จะปลูกในน้ำ ดูสะอาดตา ผักรสชาติกรอบ ฉ่ำน้ำ เวลาซื้อบางครั้งเราอาจจะเจอฟองน้ำอยู่บริเวณราก

ผักออแกนิค จะปลูกบนดิน ผักจะมีกรอบและฉ่ำน้ำน้อยกว่า น้ำหนักเบากว่า เวลาซื้อต่อ กก. จะได้ปริมาณผักเยอะกว่า ตอนซื้อบางครั้งจะเจอดินติดมาบริเวณรากด้วย

2.การใส่ปุ๋ย

ผักไฮโดรโปนิกส์ จะเติบโตได้จากธาตุอาหารที่มาจากปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ละลายน้ำปล่อยลงไปในรางปลูก ทำให้พืชสามารถได้นำธาตุอาหารเหล่านี้ไปใช้ในกระบวนการเติบโตได้

ผักออแกนิค จะเติบโตได้ด้วยธาตุอาหารที่อยู่ในดิน โดยมีจุลินทรีย์เป็นตัวช่วยย่อยสลายเศษผัก เศษอาหารใบไม้แห้ง มูลสัตว์ เป็นต้น ทำให้ได้แร่ธาตุอาหารสำหรับพืช เมื่อเรารดน้ำผัก ธาตุอาหารเหล่านี้ก็จะละลายไปเป็นอาหารพืชผักต่อไป

3.การเจอโรคพืช

ในการปลูกผักแบบไฮไดรโปนิกส์ ผู้ปลูกต้องมีความรู้ความเข้าใจในระบบการปลูก มิฉะนั้นอาจเกิดสารเคมีตกค้างในผักได้ แต่การปลูกในระบบนี้จะไม่เกิดโรคพืชที่เกิดในดิน ผักสวยงาม

ส่วนการปลูกแบบออแกนิค นั้น จะเจอโรคพืชหลายได้ ทั้งจากในดิน ฟ้า อากาศ และแมลงศัตรูพืช ดินแน่นเกิน ชื้นเกิน แห้งเกิน ผักก็ไม่ดี ไหนจะหนอน แมลงวันทอง หอยทาก หอยเจดีย์ เป็นต้น ทำให้หลายครั้งก็เจอผักเป็นรูไม่สวยงาม

4.ต้นทุนการปลูก

หากจะลองปลูกปลูกผักในพื้นที่เท่ากัน สมมติในพื้นที่เล็กๆ ในเมือง การลงทุนปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ จะใช้การลงทุนสูงกว่าเพราะต้องมีการวางระบบน้ำ รางปลูก เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย เป็นต้น

ส่วนการปลูกแบบออกแกนิค จะลงทุนต่ำกว่า จะมีค่าใช้จ่ายก็พวก ดิน เมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์การเกษตร เป็นต้น

5.ต้นทุนค่าแรง

ค่าแรงงานสำหรับการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ก็ต่ำกว่า ไม่ต้องใช้แรงงานเยอะก็สามารถดูแลกระบวนการปลูกได้ แต่แบบออแกนิคจะใช้ต้นทุนแรงงานมากกว่า ไหนจะทำดิน ทำปุ๋ย รดน้ำ กำจัดวัชพืช ถอนหญ้า และอีกจิปาถะ

6. ช่วงเวลาการปลูก

การปลูกแบบไฮโรโปนิกส์จะสามารถปลูกผักได้ต่อเนื่องได้ดีว่าการปลูกแบบออกแกนิค เพราะการปลูกออแกนิคจะต้องมีการเว้นระยะ พักแปลงผักเพื่อปรับปรุงดินใหม่ให้มีธาตุอาหารเพียงพอสำหรับพืช

7.การดูแล

ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จะจัดการดูแลง่ายกว่า ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า ควบคุมธาตุอาหารที่พืชได้รับได้ดีกว่า

ส่วนการปลูกแบบออกแกนิคจะจัดการดูแลยากกว่า โดยเฉพาะเรื่องสภาพอากาศที่ปัจจุบันนี้ฤดูกาลเปลี่ยนไป จน ไม่รู้ว่าช่วงไหนฤดูอะไรแน่เกิดความเสียหายกันอย่างมาก

8. พื้นที่การปลูก

หากเทียบผลผลิตที่ได้เท่ากัน การปลูกแบบไฮโรโปนิกส์จะใช้พื้นที่น้อยกว่าการปลูกแบบออแกนิค

ข้อมูลจาก: เพจ iGreen.co.th


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช, การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง