ประเภทของแมลง (ปากกัด)

แมลงพวกปากกัด ได้แก่ หนอนผีเสื้อชนิดต่างๆ เช่น หนอนคืบ หนอนกระทู้หนอนใยผัก ตั๊กแตน ด้วงปีกแข็ง ด้วงหมัดผัก แมลงค่อมทอง ด้วงเต่าแตง แมลงพวกนี้มีปากแบบกัดกิน (chewing) สามารถกัดกินใบทั้งหมด หรือกัดกินเฉพาะตัวใบแล้วเหลือเส้นใบไว้ อาการของพืช ที่ถูกแมลงกัดกิน พืชที่ถูกแมลงกัดกินใบ ใบจะแหว่ง ขาด เป็นรู จนกระทั่งเหลือแต่เส้นใบ หรือก้านใบ ทำให้พืชขาดส่วนสังเคราะห์แสง หรือขาดที่สะสมอาหาร หรือขาดยอดอ่อนสำหรับการเจริญเติบโตต่อไป ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโตการแตกยอดใหม่เกิดช้า ถ้าระบาดมากช่วงให้ผลผลิต ทำให้ดอกร่วง ไม่ติดผลและผลไม่โต

แมลงค่อมทอง (Green weevil, Gold-dust weevil)

แมลงค่อมทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hypomeces squamosus (Fabricius, 1792)
วงศ์ : Curculionidae
อันดับ : Coleoptera
ชั้น : Insecta
ไฟลัม : Arthropoda
รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ
เป็นแมลงปีกแข็งกลุ่มด้วงงวง สามารถพบเห็นได้ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงญี่ปุ่นและจีน ตัวเต็มวัยเป็นด้วงงวงขนาดกลาง มีเส้นแบ่งกลาง หัว อก และปีกเห็นชัดเจน ส่วนหัวสั้นทู่ยื่นตรงไม่งุ้มเข้าใต้อก ปากสั้นกว้าง ตัวเต็มวัยชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเมื่อกระทบกระเทือนต้นพืช แมลงเหล่านี้จะทิ้งตัวลงสู่พื้น สีของตัวเต็มวัยจะเปลี่ยนไปขึ้นกับสภาพแวดล้อม จึงพบเห็นได้หลายสี เช่น สีเหลือง สีเทา สีดำ ส่วนใหญ่มักพบสีเขียวปนเหลืองเป็นมัน และกัดกินใบอ่อนทำให้เกิดความเสียหายอย่างรวดเร็ว
วงจรชีวิต :
ตัวเต็มวัยสามารถพบได้ตลอดทั้งปีและทุกภาคของประเทศไทย แต่จะพบมากในเดือนธันวาคม – มีนาคม ซึ่งเป็นระยะที่แมลงผสมพันธุ์และวางไข่ ตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่ในดิน ตัวเมีย 1 ตัว วางไข่ได้ 40 – 131 ฟอง โดยวางไข่ 5 – 10 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 3 – 4 วัน จำนวนไข่ที่วางแต่ละครั้ง 3 – 27 ฟอง ระยะไข่ 7 – 8 วัน เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะกัดกินรากพืชในดิน ชอบอยู่ในดินแห้ง หนอนมีสีขาวอมเทา โตเต็มที่ยาว 1.5 – 2 เซนติเมตรหนอนมีการลอกคราบ 4 – 5 ครั้ง ระยะหนอน 22 – 23 วัน จากนั้นจะเข้าดักแด้ในดินระยะดักแด้ 10 – 15 วัน จะออกเป็นตัวเต็มวัย เพศผู้มีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย ระยะตัวเต็มวัย เพศผู้ 8 เดือน เพศเมีย 12 เดือน
ลักษณะการทำลาย :
ตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อน ลักษณะใบที่ถูกทำลายจะเว้า ๆ แหว่ง ๆ ถ้าระบาดรุนแรงจะเหลือแต่ก้านใบ และมีมูลถ่ายออกมาปรากฎให้เห็นตามบริเวณยอด สามารถทำลายพืชหลายชนิด พบระบาดเกือบทั้งปี แต่ปริมาณมากหรือน้อยเท่านั้น ช่วงที่ระบาดมากคือ ช่วงกุมภาพันธ์ – มีนาคม และ มิถุนายน – สิงหาคม

ด้วงหรือแมลงปีกแข็ง

ด้วงและแมลงปีกแข็ง

ด้วงเป็นแมลงปีกแข็ง จัดอยู่ในลำดับ โคลีออพเตร่า ซึ่งเป็นลำดับที่ใหญ่ที่สุดของสัตว์จำพวกแมลง ชาวบ้านเรียกว่า “ไอ้รถถัง” เพราะมีโครงตัว ซึ่งก็คือปีกนั่งเอง มีสีดำ น้ำตาล มีความหนาและแข็งแรงราวกับรถถังหุ้มเกราะ ปีกใหญ่แข็งแรงมาก เวลาบินจะกระพือปีกช้าๆ ขยับปีกแรงๆ จนเราได้ยินเสียงหึ่งๆ ด้วงบินเป็นเส้นตรง บางครั้งจะบินชนสิ่งต่างที่ขวางหน้าอยู่ แล้วตกลงพื้นนอนหงายท้อง ขาทั้ง 6 ไข่วคว้าไปมาอยู่ในอากาศ แต่ไม่าสามารถที่จะคว่ำเองได้หากไม่มีอะไรยันหรือเกาะด้วงบางชนิดมีเขาโง้ง ออกมาราวกับปืนกล บางชนิดปีกมีลายกระ ปีกเป็นเงาวับเมื่อต้องแสงสว่าง ขาใช้ว่ายน้ำ ขุดดินหรือกระโดดได้ บางชนิดรูปร่างน่าเกลียด บางชนิดมีสีสรรค์สวยงาม มีขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดของมัน

ด้วงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มกินพืช กลุ่มกินเนื้อสัตว์ และกลุ่มกินมูลสัตว์ซากสัตว์
กลุ่มกินพืช

ตั้งแต่ ตัวอ่อนถึงตัวเต็มวัย ด้วงกินพืชเป็นอาหาร ด้วงเป็นแมลงที่กินจุมาก ด้วงกลุ่มนี้ได้แก่ ด้วงหนวดยาว ด้วงเต่า ด้วงงวง ด้วงใน เป็นต้น

ด้วง กินพืช ตัวอ่อนเจริญเติบโตตามต้นไม้ กินใบไม้ ก้านไม้ และรากไม้ ตัวอ่อนบางชนิดฝังตัวอยู่ในต้นพืช ตัวเต็มวัยกินเปลือกไม้อ่อนๆ เป็นอาหาร ด้วงประเภทนี้มีอยู่ราว 20,000 ชนิด ขนาดและสีแตกต่างกันไป พบมากแถบศูนย์สูตร เพราะเป็นแถบที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ได้แก่ อินเดีย เกาหลี และจีน ในเมืองไทยเราก็พบเห็นได้

ด้วงกินพืชที่ทำความเสียหาย ให้แก่พืชผล ได้แก่ ด้วงในตระกูลมอด จะทำความเสียหายแก่เมล็ดข้าว มีอยู่ 2 ชนิด ด้วยกัน จัดอยู่ในตระกูล เทเนบริโอบิเต ได้แก่ มอดแป้ง ทริโบเลียม ซึ่งจะพบในแป้งละเอียด และมอดแป้ง เทเนบริโอ ตัวอ่อนจะกินเมล็ดข้าวเป็นอาหาร

กลุ่มกินเนื้อสัตว์

ด้วง กลุ่มนี้กินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร มีอยู่หลายชนิด บางชนิดมีคุณต่อชาวสวน เพราะช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น ด้วงดิน หิ่งห้อย ด้วงเต่าทอง บางชนิดเป็นศัตรูพืชเสียเอง คอยจะกัดแทะใบพืชเป็นอาหาร

  • ด้วงดิน เป็นแมลงที่ว่องไว ตัวอ่อนถึงตัวเต็มวัยกินแมลงเป็นอาหาร รูปร่างใหญ่ อาศัยอยู่ในดิน เป็นนักล่าบนพื้นดิน
  • หิ่งห้อย ขณะเป็นตัวอ่อนจะเรืองแสงได้ ตัวเต็มวัยชอบกินหอยทาก อายุไม่ยืนนัก หิ่งห้อยแต่ละชนิดจะเรืองแสงมากน้อยต่างกัน แสงสว่างที่เห็นเกิดจากการเปลี่ยนพลังงานเคมีในตัวมันไปเป็นพลังงานแสง
  • ด้วง เต่าทอง มีสีฉูดฉาด มีสีลายกระ บางชนิดเป็นประโยชน์ ช่วยทำลายศัตรูพืช จะกินพวกเพลี้ยต่างๆ ปลวก ด้วงเต่าทองออกไข่เป็นกองบนต้นไม้คราวละ 15-50 ฟองต่อวัน ตัวอ่อนฟักออกจากไข่ภายใน 4 วัน และหลังจากนั้นจะลอกคราบเป็นระยะๆ ระยะเวลาจากไข่เป็นตัวเต็มวัย ใช้เวลา 30 วัน

การใช้เชื้อเมธาไรเซียมกำจัดแมลงพวกปากกัด

ภาพขยายแมลงปากกัด

เชื้อราเมธาไรเซียมจะงอกเส้นใยแทงเข้าไปดูดกินน้ำและสารอาหารจากในตัว แมลงทำให้แมลงเริ่มป่วย เบื่ออาหารและตายไปเองแมลงที่ตายจากเชื้อเมธาไรเซียมจะถูกเส้นใยของเชื้อรา มัดแน่นเหมือนมัมมี่เมื่อเส้นใบเชื้อราโตเต็มที่ก็จะสร้างสปอร์ไว้ขยาย พันธุ์ต่อไปเมื่อสปอร์ปลิวไปตกที่แมลงตัวอื่นก็จะทำลายแมลงตัวอื่นได้อีก เรื่อยเชื้อราสามารถอยู่ในดิน และตัวแมลงได้เป็นปีสามารถช่วยป้องกันกำจัดแมลงได้อีกเมื่อมีสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราข้อดีในการใช้เชื้อราเมธาไรเซียม คือปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภคไม่มีสารพิษตกค้าง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ที่มา : ศูนย์บริหารศัตรูพืช จ.เชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร/ ศูนย์วิจัย เอสวี.กรุ๊ป

ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน