ดูแลดอกดาวเรืองให้ปลอดโรคและแมลง

ดูแลดอกดาวเรืองให้ปลอดโรคและแมลง


ตามที่ได้มีประกาศเชิญชวนให้เกษตรกร และประชาชน ร่วมปลูกดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลืองให้ออกดอกบานสะพรั่งตั้งแต่กลางเดือน ตุลาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป เกษตรกรและผู้ที่สนใจทั่วไป ที่ปลูกดาวเรืองเพื่อให้ออกดอกทัน ช่วงเดือน ตุลาคมนี้ ปัญหาส่วนใหญ่ที่มี คงไม่พ้นโรคพืชและแมลงศัตรูพืช การป้องกันกำจัดศัตรูพืชในดาวเรือง การป้องกันกำจัดแบบเลี่ยงเคมี  คือการให้สารชีวภัณฑ์ให้เข้ามามีบทบาทจัดการในแปลง “ราขาว” หรือ “เชื้อราบิวเวอร์เรีย” จะป้องกันแมลงตระกูลเพลี่ยได้ดี ส่วนเมตาไรเซีบม และเชื้อแบคทีเรียบีที (บาซิลลัสทู ริงเจนซิส) จะกำจัดหนอน มีทั้ง หนอนผีเสื้อ  หนอนกระทู้ผัก โดยหนอนเหล่านี้จะเข้าทำลายในขณะดอกเริ่มบาน

แมลงศัตรูพืชและโรคในต้นดาวเรือง

เพลี้ยไฟ (Thrips) แมลงศัตรูพืชตัวแสบ

แมลงศัตรูพืชของดาวเรืองเพลี้ยไฟ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ทำลายส่วนต่าง ๆ ของดาวเรือง โดยจะใช้ปากที่มีลักษณะคล้ายเข็ม เขี่ยเนื้อเยื่อพืชให้ช้ำแล้วดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืช อาการของดาวเรืองที่ถูกเพลี้ยไฟทำลายคือ ส่วนยอดใบจะหงิกงอ ส่งผลให้ดอกไม่พัฒนาและลำต้นแคระแกร็น หากเป็นช่วงที่พืชขาดน้ำแล้วไม่ทำการป้องกันกำจัดจะทำให้พืชตายได้ นอกจากนั้นเพลี้ยไฟยังเป็นพาหะนำโรคไวรัส มาสู่ดาวเรืองอีกด้วย

การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ

  • ควรทำการสำรวจบริเวณยอดของดาวเรืองบ่อย ๆ  เพื่อเป็นการตรวจสอบปริมาณของเพลี้ยไฟ เนื่องจากด้วยตัวที่เล็กมาก ต้องสังเกตดีๆ
  • วางกับดักกาวเหนียว โดยใช้ พลาสติกสีฟ้าหรือสีขาว ขนาดกระดาษ A4 ทากาวเหนียว ติดเหนือทรงพุ่มต้นดาวเรืองอัตราการใช้ 100 ชิ้น/ ไร่
  • หากพบเพลี้ยไฟบริเวณยอดดาวเรือง มีจำนวนเพลี้ยไฟเฉลี่ยต่ำว่า 10 ตัวต่อยอด ห้ใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย อัตรา 500 กรัม/ น้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นเพื่อป้องกัน

แมลงวันหนอนชอนใบ (Leaf minors)

แมลงขนาดเล็ก ลำตัวสีดำ มีแต้มสีเหลืองที่ข้างหน้าอก และส่วนอกด้านบน ปีกใส การเข้าทำลายของแมลงวันหนอนชอนใบดยตัวเต็มวัยเพศเมีย จะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในเซลล์ผิวใบดาวเรือง เขี่ยให้เซลล์แตก แล้วหันมาใช้ปากดูดกินน้ำเลี้ยงเซลล์ การทำลายแบบนี้จะทำให้ใบดาวเรืองที่ถูกทำลายเกิดเป็นรอยเจาะเล็กๆ เป็นจุด ๆ นอกจากนั้นแมลงวันตัวเต็มวัยเพศเมียเมื่อถึงระยะวางไข่ จะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในเซลล์ผิวใบดาวเรือง และวางไข่ในรอยเจาะ  ตัวหนอนฟักออกมาจากไข่ จะเจาะทะลุออกทางด้านที่ไข่ฝังตัวในเซลล์ใบดาวเรือง และเข้าชอนไชกินน้ำเลี้ยงอยู่ใต้ผิวใบ ทำให้เกิดเป็นรอยทางคดเคี้ยวเป็นรูปต่าง ทำให้การสังเคราะห์แสงของต้นดาวเรืองลดลง ทำให้เกิดอาการใบแห้งและตายในที่สุด

การป้องกันกำจัดแมลงวันหนอนชอนใบ

  • สำรวจแปลงปลูกดาวเรืองบ่อย ๆ โดยดูจากร่องรอยการทำลายที่เกิดจากตัวหนอน และร่องรอยการทำลายของแมลงวันหนอนชอนใบตัวเต็มวัยเพศเมียที่ทำให้ใบเกิดเป็นรอยจุดเล็กใบเป็นรอยคดเคี้ยว
  • รักษาความสะอาดบริเวณรอบแปลงปลูก ตัดแต่งทำลายวัชพืช รอบแปลงปลูกเพื่อเป็นการลดแหล่งหลบซ่อนตัวหนอนตัวเต็มวัยแมลงวันหนอนชอนใบ นำใบที่มีร่องรอยการทำลายไปเผาทำลาย เพื่อทำลายไข่และตัวอ่อนของแมลงวัน
  • วางกับดักกาวเหนียว โดยใช้ พลาสติกสีเหลือง ขนาดกระดาษ A4 ทากาวเหนียว ติดให้สูงจากทรงพุ่ม 30 เซนติเมตร อัตราการใช้ 100 ชิ้น/ ไร่
  • ใช้เชื้อแบคทีเรียบีที อัตรา 1 ลิตร/ น้ำ 200 ลิตร หากสำรวจแล้วพบว่าร่องรอยการทำลายของตัวหนอนมาก
กับดักแมลงล่อเพลี้ย

ปลูกดอกดอกดาวเรืองให้งามสะพรั่ง!


หนอนกระทู้ผัก (Common Cutworm)

หนอนกระทู้ผัก (Common Cutworm)

หนอนกระทู้ผัก เมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ๆ มักจะอยู่รวมกลุ่มแทะกินผิวใบดาวเรืองและหนอนจะเริ่มแยกย้ายไปต้นอื่น หลังจากพ้นวัยที่ 2 เมื่อหนอนโตเต็มที่มีขนาด 3-4 เซนติเมตร ตัวหนอนจะเริ่มทำลายยอดอย่างรุนแรงมาก โดยกัดกินใบ ก้าน ดอก ของดาวเรือง ทำความเสียหายให้อย่างมาก เนื่องจากเป็นหนอนที่มีขนาดใหญ่และแพร่ระบาดได้เร็วตลอดปี เมื่อตัวโตเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลาง

 การป้องกันกำจัดหนอนกระทู้

  • วางกับดักกาวเหนียวโดยใช้พลาสติกสีเหลือง ขนาดกระดาษ A4 ทากาวเหนียวร่วมกับฟีโรโมนหนอนกระทู้ผัก ติดให้สูงจากทรงพุ่ม 30 เซนติเมตร อัตราการใช้ 100 ชิ้น/ ไร่
  • หากสำรวจแล้วพบว่ามีไรแดงเฉลี่ยมากกว่า 10 ตัวต่อต้นหรือมีไรแดงมากจนไม่สามารถควบคุมได้ ใช้เชื้อแบคทีเรียบีที (Bacillus thuringinesis) สลับกับเชื้อราเมตาไรเซียม ผสมสารจับใบทุกครั้ง ฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็นทุก 5-7 วัน/ ครั้ง เมื่อพบหนอนระบาดในแปลง

หนอนกระทู้หอม (Beet armyworm)

หนอนกระทู้หอม (Beet armyworm)

ผีเสื้อหนอนกระทู้หอม จะวางไข่เป็นกลุ่มบนใบของดาวเรือง จำนวน 20-80 ฟอง สีขาวขุ่น ปกคลุมด้วยขนสีขาวที่เป็นส่วนหนึ่งของขนจากส่วนท้องของแม่ผีเสื้อ เมื่อใกล้ฟักจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน หนอนกระทู้หอมลำตัวอ้วน ผนังลำตัวเรียบ มีหลายสี เช่น เขียวอ่อน เทาปนดำ น้ำตาลดำ น้ำตาลอ่อน ด้านข้างจะมีแถบสีขาวพาดยาวตามลำตัว ด้านละแถบ จากส่วนอกจนถึงส่วนปลายสุดของลำตัว ตัวหนอนเมื่อฟักออกจากไข่จะทำลายดาวเรืองโดยกัดกินส่วนต่างๆ ของดาวเรือง สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่ดาวเรืองเริ่มออก หากปล่อยให้หนอนกระทู้หอมเข้าทำลาย จนดอกดาวเรืองบาน ตัวหนอนกระทู้หอมจะกัดกินส่วนกลีบดอก ทำให้กลีบดอกร่วงสร้างความเสียหายอย่างมาก ซึ่งยากต่อการป้องกันและกำจัด เนื่องจากตัวหนอนอยู่ภายในดอกดาวเรืองทำให้ยากต่อการสัมผัสสารเคมี

 การป้องกันกำจัดหนอนกระทู้หอม

  • วางกับดักกาวเหนียว โดยใช้ พลาสติกสีเหลือง ขนาดกระดาษ A4 ทากาวเหนียวร่วมกับฟีโรโมนหนอนกระทู้หอม ติดให้สูงจากทรงพุ่ม 30 เซนติเมตร อัตราการใช้ 100 ชิ้น/ ไร่
  • ใช้เชื้อจุลินทรีย์ ได้แก่เชื้อ แบคทีเรีย บีที (Bacillus thuringinesis) สลับกับเชื้อราเมตาไรเซียม  ผสมสารจับใบทุกครั้ง ฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็นทุก 5-7 วัน/ ครั้ง เมื่อพบหนอนระบาดในแปลง

 ไรแดง (Red spider mite)

ไรแดง (Red spider mite)

ฝนช่วงอากาศร้อนจัด พบมากในบริเวณใต้ใบ และจะลามไปทั้งแปลง ไรแดงมีรูปร่างคล้ายกับแมงมุม ขนาดเล็กมาก สีแดง ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม หากมีปริมาณมากจะสร้างเส้นใยคล้ายแมงมุม คลุมทั้งต้นทั้งใบ ไรแดงจะใช้ปากที่เป็นแบบเจาะดูด เจาะดูดกินเซลล์ใบพืชและเซลล์ดอกพืช ทำให้ใบหงิกงอ ทำให้สีดอกมีสีซีด

การป้องกันกำจัดไรแดง

  • สำรวจต้นดาวเรืองบ่อยๆ เพื่อสำรวจปริมาณไรแดง โดยไรแดงให้สำรวจบริเวณยอดและใต้ใบดาวเรือง
  • ตัดแต่งใบที่มีไรแดงอาศัยออกไปเผาทำลายเพื่อลดปริมาณประชากรของไรแดง (Mechanical control)
  • หากสำรวจแล้วพบว่ามีไรแดงเฉลี่ยมากกว่า 10 ตัวต่อต้นหรือมีไรแดงมากจนไม่สามารถควบคุมได้ ใช้เชื้อแบคทีเรียบีที (Bacillus thuringinesis) สลับกับเชื้อราเมตาไรเซียม  ผสมสารจับใบทุกครั้ง ฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็นทุก 5-7 วัน/ ครั้ง เมื่อพบหนอนระบาดในแปลง

ร่วมใจกันปลูกดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่งตลอดเดือน ตุลาคมนี้ นะคะ


Contributor :

นามปากกา : Bussaba Sornyoo

เชื่อเอาไว้อย่างหนึ่งว่าโลกของเราก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ ที่ไม่สามารถอ่านได้ทั้งหมดในหน้าเดียว ค่อยๆ ค้นหาและจะเจอคำตอบในคำถาม


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช, การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน