ปลูกผักไม่หยุด…โรคใบจุดก่อกวน

เพื่อนๆ ที่ปลูกผักกันเป็นอาชีพ คงเคยเห็นใบผักเป็นจุดๆ จุดสีเหลืองบ้าง จุดน้ำตาลบ้าง หรือจุดสีขาวก็มี นั่นแสดงว่าผักเหล่านั้นกำลังเป็นโรคใบจุด โรคนี้ทำให้ต้นผักเสียหายได้มากเหมือนกัน สาเหตุเกิดจากเชื้อราหลายชนิด ที่ทำให้เกิดโรคใบจุด สำหรับเชื้อสาเหตุที่สำคัญๆ ที่เป็นไปได้ ที่ทำให้เกิดโรคใบจุดในผักที่ปลูกในระบบปลูกพืชไม่ใช้ดินและใช้ดิน  ได้แก่

  1. เชื้อ Alternaria spp.

พบได้ใน ผักกาดหอมห่อ, ผักกาดฮ่องเต้, คะน้ายอด, ผักกาดขาวปลี  แผลที่เกิดจากเชื้อราชนิดนี้ แผลจะเป็นวงสีน้ำตาลซ้อนกันหลายวง  ขอบแผลเป็นสีน้ำตาล บริเวณกลางแผลจะปรากฏจุดดำๆ ซึ่งก็คือสปอร์ของเชื้อรา ถ้าอาการรุนแรง จะเกิดอาการตายของเนื้อเยื่อระหว่างเส้นใบ ทำให้ใบแห้งตายไปในที่สุด

  1. เชื้อ Cercospora spp.

พบได้ใน ผักกาดหอมห่อ, ผักกาดขาวปลี, ปวยเล้ง ฯลฯ จุดแผลจะมีลักษณะต่างกันไป แล้วแต่ชนิดพืช แต่ที่พบเห็นชัดเจนคือ ตรงกลางแผลจะมีสีเทาอ่อน จนถึงขาว หรือสีน้ำตาลอ่อน-ขาว รอบแผลมีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแดง คล้ายตากบ  แผลที่เกิดจากจุด หากมีอาการมาก แผลจะต่อกัน ทำให้เกิดอาการใบไหม้ได้ ถ้าเกิดกับใบอ่อน ทำให้เกิดอาการใบหงิกงอได้  สีเหลืองและแห้งหลุดไปในที่สุด

  1. เชื้อ Septoria spp.

พบได้ใน ผักกาดหอมห่อ, ปวยเล้ง, เซเลอรี่ อาการเริ่มจากจุดสีเหลืองเล็กๆ พอขยายใหญ่ แผลจะมีรูปร่างไม่แน่นอน สีของแผลเป็นสีน้ำตาลปนเขียวมะกอก มีจุดดำๆ จำนวนมากบริเวณแผล ซึ่งก็คือโครงสร้างที่บรรจุสปอร์จำนวนมาก ถ้าอาการรุนแรงมาก บริเวณแผลจะฉีกขาด ทำให้ใบขาดรุ่งริ่ง ระบาดรุนแรงมากพืชจะตาย

การแพร่ระบาด

เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคใบจุด สามารถอาศัยอยู่ในซากพืช และในดินได้ดี หรือติดมากับเมล็ดพันธุ์ได้ สปอร์จะแพร่ระบาดได้ดีไปกับลม และน้ำฝน น้ำที่ใช้ในระบบพ่นฝอย ช่วยให้โรคจะบาดได้เร็วขึ้น นอกจากนี้วัชพืชที่อยู่รอบๆแปลงปลูก จะเป็นแหล่งหลบอาศัยของเชื้อได้

การป้องกันกำจัด

  1. มีการจัดการฟาร์มที่ดีและเป็นระบบ กำจัดวัชพืชและแหล่งสะสมโรคอยู่เสมอ
  2. ในพื้นที่ที่มีลมแรง ควรใช้ซาแลนขึง หรือปลูกพืชกำบังลม เพื่อไม่ให้ส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อโรคจากแปลงข้างเคียงปลิวเข้ามา
  3. ใช้วัสดุเพาะกล้าที่ใหม่สะอาด หรือผ่านการฆ่าเชื้อแล้วในการเพาะกล้า
  4. ปรับระยะเวลาการสเปรย์น้ำให้เหมาะสม อย่าให้ชื้นแฉะเกินไป
  5. หากพบโรค ให้เก็บส่วนของพืชที่เป็นโรคไปเผาทำลาย หรือฝังกลบโรยด้วยปูนขาว อย่าทิ้งเศษพืชที่เป็นโรคลงบนพื้น บริเวณแปลงปลูก
  6. หลังเก็บเกี่ยว ทำความสะอาดโต๊ะปลูก และพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  7. ในฟาร์มที่พบการระบาดรุนแรง อาจต้องพ่นยาป้องกันเชื้อราในระยะเพาะกล้า
  8. หากมีการระบาดรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ อาจต้องพักแปลงปลูก ทำความสะอาด และพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ บริเวณพื้นที่ปลูกและโดยรอบ และอาจต้องใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรา เพื่อควบคุมโรค ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้ และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ
  9. สามารถใช้สารชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชือ้ราไตรโคเดอร์มา ฉีดพ่นป้องกันและรักษาโรคใบจุดได้ โดยฉีดพ่นช่วงเย็นที่มีแดดอ่อน ทุก 3-5 วัน เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับต้นพืชได้อีกด้วย .

    Contributor :

            นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

    เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


    ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

    เพิ่มเพื่อน