(เตรียม)ปลูกพืช..หนีแล้ง

ปัญหาที่เจ็บปวดหัวใจประการหนึ่ง ของอาชีพเกษตรกร คือ ปัญหาภัยแล้ง ถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกพืชเกือบทุกปี และทุกๆ ปีจะขยายผลกระทบเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และเมื่อปีที่แล้วถือได้ว่ามีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐ ขอความร่วมมือให้ชาวนาในพื้นที่ส่วนใหญ่เหล่านี้ งดการปลูกข้าวนาปรัง 27 จังหวัด ซึ่งมีผลกระทบต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก ภาครัฐให้แนวทางบรรเทามา คือ  ลดปริมาณการใช้นํ้า พร้อมทั้งแนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่น ที่ใช้นํ้าในการเพาะปลูกน้อย มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรใน ระหว่างพักการปลูกข้าวด้วย และประการสำคัญรองลงมาคือ เป็นการตัดวงจรของแมลงศัตรูของข้าว เช่น เพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาล ซึ่งที่ผ่านมาเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

การปลูกพืชไร่ในช่วงฤดูแล้ง เกษตรกรควรคำนึงถึงชนิดพืชที่จะปลูก ควรเป็นพืชที่ตรงตามความต้องการของตลาด ได้ราคาผลิตผลดี มีแหล่งรับซื้อ และต้องเป็นพืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ในเขตที่ปลูกปรับพื้นที่ให้เรียบและมีความลาดเทเล็กน้อย เพื่อช่วยไม่ให้เกิดนํ้าท่วมขังในแปลง การเตรียมดิน ควรคำนึงถึงความชื้นที่เหมาะสม หากดินมีความชื้นมากเกินไปดินจะเป็นก้อนโต แต่หากดินแห้งเกินไปจะทำให้เตรียมดินได้ยากและไถได้ไม่ลึก

ไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยเพิ่ม เพราะเวลาที่ปลูกข้าวเกษตรกรมักนิยมใส่ปุ๋ยเคมีอยู่เป็นประจำ จนเกิดการทับถมของตะกอน และมีปุ๋ยเคมีตกค้างอยู่มากแล้ว แต่ถ้ามีโครงการปลูกปลูกข้าวโพด ควรคำนึงเรื่องของปุ๋ย ไนโตรเจนให้มีปริมาณเพียงพอต่อการเจริญเติบโต กำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรปล่อยให้พืชขาดนํ้าจนเหี่ยวเฉา โดยเฉพาะในระยะที่พืชออกดอกติดฝัก เพราะอาจทำให้ผลผลิตเสียหาย

ทางหน่วยงานภาครัฐ ได้แนะพืชไร่หลังนา 6 ชนิด ได้แก่ ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งพืชแต่ละชนิดนอกจากจะใช้ปริมาณนํ้าในการเพาะปลูกน้อย มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นแล้ว ยังช่วยปรับปรุง บำรุงดินให้มีความเหมาะสมต่อการปลูกข้าวในรอบต่อไปอีกด้วย

  • ถั่วเขียวเมล็ดพันธุ์ 5 – 6 กิโลกรัม/ ไร่ กรณีปลูกแบบหว่าน หรือ 3 – 4 กิโลกรัม/ ไร่ สำหรับปลูกเป็นแถว ให้มีระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 20 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 3 – 4 เมล็ด หลังปลูก 10 – 14 วัน ถอนแยกให้เหลือ 3ต้น/ หลุม หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากมีวัชพืชขึ้นมาก กำจัดด้วยมือ และควรให้นํ้าทุก 10 – 14 วัน
  • ถั่วลิสง ใช้เมล็ดพันธุ์ 20 กิโลกรัม/ไร่ การปลูกควรมีระยะระหว่างแถว 30 – 50 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 20 เซนติเมตรจำนวนหลุมละ 2 ต้น การดูแลรักษา ควรหมั่นตรวจแปลง กำจัดวัชพืช อย่าปล่อยให้นํ้าท่วมขังเกิน 3 วัน เพราะจะทำให้ต้นเสียหายมาก การเก็บเกี่ยว ใช้มือปลิดฝักเมื่อถั่วแก่ แต่ก่อนที่ฝักจะหลุดจากขั้ว หรือเมื่อถั่วมีอายุ 90 – 120 วัน
  • ถั่วเหลือง เมล็ดพันธุ์ 12 – 15 กิโลกรัม/ ไร่ การปลูกมีระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 20 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 3 – 4 เมล็ด และควรคลุกด้วยเชื้อไรโซเบียม ทุกครั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเจริญเติบโต ควรหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากมีวัชพืชขึ้นหนาแน่นควรกำจัดด้วยมือ และควรให้นํ้าทุก 10 – 14 วัน
  • ข้าวโพดหวาน เมล็ดพันธุ์ 1 – 1.5 กิโลกรัม/ไร่ ระยะระหว่างแถวปลูก 75 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุม 25 เซนติเมตรปลูกหลุมละ 1 – 2 เมล็ด จากนั้นหลังปลูก 10 – 14 วัน ถอนแยก ให้เหลือหลุมละ 1 ต้น คลุกเมล็ดให้เข้ากันก่อนปลูกด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตรา 50 กรัมต่อข้าวโพด 1 กิโลกรัม เพื่อป้องกันโรครานํ้าค้าง และให้นํ้าทุก 10 – 14 วัน
  • ข้าวโพดฝักอ่อน เมล็ดพันธุ์ 2.5 – 3 กิโลกรัม/ไร่ มีระยะระหว่างแถวปลูก 75 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุม 25 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 2 – 3 เมล็ด จากนั้นหลังปลูก 10 – 14 วัน ถอนแยกให้เหลือหลุมละ 2 ต้น การดูแลรักษา ให้นํ้าอย่างทุก 10– 14 วัน เมื่อปลูกได้สัก 40 – 45 วัน ดึงช่อดอกตัวผู้ทิ้งก่อนที่ดอกตัวผู้บาน
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมล็ดพันธุ์ 3 – 3.5 กิโลกรัม/ไร่ มีระยะระหว่างแถวปลูก 70 – 75 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุม 20 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 1 – 2 เมล็ด จากนั้นหลังปลูก 10 – 14วัน ถอนแยกให้เหลือหลุมละ 1 ต้น ควรปลูกโดยอาศัยความชื้นใน ดินที่หลงเหลืออยู่หลังเก็บเกี่ยวข้าว การดูแลรักษา ให้นํ้าครั้งแรกหลังทำรุ่นและให้นํ้าอีก 2 – 3 ครั้ง

นิยามพืชฤดูแล้ง หมายถึง พืชที่ปลูกหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว โดยยึดช่วงเวลาทำการเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 30 เมษายนของปีถัดไป พืชใดที่ทำการเพาะปลูกก่อนหรือหลังช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นพืชฤดูแล้งตามการรายงานนี้  ยกเว้น จังหวัดที่อยู่ในภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งนับเวลาการปลูกพืชฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม ถึงวันที่ 20 มิถุนายน ของปีเดียวกัน

  • พืชไร่/พืชผักฤดูแล้ง

  • พืชไร่ฤดูแล้ง หมายถึง พืชไร่ทั่วไป เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว งา ฯลฯ ซึ่งเกษตรกรทำการเพาะปลูกพืชต่างๆ เหล่านั้น ในช่วงเวลาตามคำนิยามพืชฤดูแล้ง (ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 30 เมษายนของปีถัดไป)  พืชไร่ที่ไม่นับรวมเป็นพืชฤดูแล้ง คือ อ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด
  • พืชผักฤดูแล้ง หมายถึง พืชผักโดยทั่วไปที่เกษตรกรทำการเพาะปลูกในช่วงเวลาตามคำนิยามพืชฤดูแล้ง
  • พื้นที่ในเขต/ นอกเขตชลประทาน

  • พื้นที่ในเขตชลประทาน หมายถึง พื้นที่เพาะปลูกพืชที่อยู่ในเขตโครงการชลประทานของกรมชลประทาน และทำการเพาะปลูกโดยใช้น้ำจากระบบชลประทาน
  • พื้นที่นอกเขตชลประทาน หมายถึง พื้นที่เพาะปลูกพืชที่อยู่นอกเขตโครงการชลประทานของกรมชลประทาน และทำการเพาะปลูกโดยใช้น้ำจากการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แหล่งน้ำบาดาล และแหล่งน้ำธรรมชาติหรืออื่นๆ

ปัญหาภัยแล้งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเป็นปัญหาในระยะยาว คงจะดีไม่น้อยหากเราประหยัด ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า!!!.

ข้อมูลที่มา : กรมวิชาการเกษตร/ สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน