ปลูกอะไรดี ให้เหมาะสมกับตัวเรา

ใครที่คิดอยากยึดอาชีพเกษตรกร หรือเกษตรกรที่เพาะปลูก แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากอะไร คำถามแรกที่ผุดขึ้นมา ก่อนที่คิดจะปลูกอะไรขาย คือ “ปลูกอะไรดี” เอสวี. กรุ๊ป ขอเสนอแนวคิด เราควรจะเลือกปลูกอะไรให้เหมาะสมกับตัวเรา สภาพแวดล้อม หมั่นศึกษาข้อมูลเบื้องต้น นอกจากจะขายผลผลิตที่ปลูกได้แล้ว ก็ยังมีความสุขอีกด้วยเพราะได้ทำในสิ่งที่เรารัก

สำรวจความพร้อมของตัวเอง

การที่เราได้ทำงานที่เรารักเป็นสิ่งสำคัญ ใครที่คิดจะมาปลูกพีชเพื่อขายเป็นธุรกิจ พื้นเพควรเป็นคนที่ชอบรักต้นไม้ เห็นต้นไม้แล้วมีความสุข การที่จะเลือกปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมกับตัวเราจะมีเกณฑ์เบื้องต้น ที่จะใช้พิจารณาร่วมกัน 3 เกณฑ์ ดังนี้

infographic มือใหม่หัดปลูก

          1. พิจารณาจากใจรักในอาชีพนี้
อาชีพเกษตรกรนี้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราทนกับแดดได้แค่ไหน  เป็นคนอดทนมั๊ย ถ้าเรากลัวแดดไม่ชอบโดนแดด กลัวผิวเสียหรือเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เราก็ควรเลือกปลูกพืชที่ไม่ต้องสัมผัสกับแดด หรือปลูกในโรงเรือน แต่ถ้าเราเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ก็ควรหาอุปกรณ์ใส่ป้องกันใบหน้า สวมเสื้อแขนยาว ปกป้องผิวหนัง หรือ ใส่หมวก
          2. พิจารณาจากแหล่งพื้นที่ในการปลูก 
ให้เราพิจารณาเป็นสิ่งแรกๆ ว่า พื้นที่ที่เราจะปลูกพืชนั้น ลักษณะเป็นดินชนิดใด การขนส่งไปยังแหล่งขายสะดวกประการใด? มีอะไรที่ดี? ปลูกตามแหล่งพื้นที่ หรือปลูกให้แตกต่างอย่างเหมาะสม เวลาที่ใช้ปลูกต่อรอบ/ ถึงเก็บเกี่ยวไปขาย  กำไรมากน้อยหรือไม่? ก็จะทำให้เราทราบเบื้องต้นว่าจะ ปลูกพืชอะไรขายดี?
          3. พิจารณา จากสภาพตลาดและราคา
ลองเสียเวลาทำการบ้านสำรวจตลาดว่า มีความต้องการพืชชนิดไหน และมีราคาดี แล้วก็ให้เราเลือกปลูกพืชชนิดนั้น แต่สามารถเปลี่ยนวิธีการนำผลผลิตจำหน่ายได้ เช่น ปลูกกล้วย ไม่จำเป็นว่าต้องรอตัดเครือขายอย่างเดียว ท่อนพันธุ์/ ใบตอง ก็แปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าได้เช่นกัน

เกณฑ์ขั้นต้นในการพิจารณาทั้ง 3 เกณฑ์มาพิจารณาร่วมกันเพื่อหาพืชที่จะปลูก และเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด

พืชที่น่าสนใจสำหรับปลูกขายและขายดี

สำหรับพืชที่ปลูกและขายดีจะแยกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

          1. พืชที่ปลูกเพื่อขายผลผลิต
แนะนำให้ปลูกพืชที่ผลผลิตมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดอันนี้ (แอดมินยกตัวอย่างนะคะ) เช่น

  • ตะไคร้ เป็นพืชที่มีความต้องการของตลาดตลอดทั้งปี อาหารไทยหลายชนิด จะมีส่วนประกอบของตะไคร้ ประกอบอยู่และราคาของตะไคร้มีราคาที่สูง และปลูกง่าย ทนแล้งได้ดี
  • พริก เป็นพืชที่ใช้บริโภคได้ทั้งปี ราคาตลาดมีความต้องการมาก ปลูกครั้งแรกประมาณ 3 เดือน ก็เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว จากนั้นสามารถเก็บขายได้ต่อไปจนครบอายุ
  • ดอกดาวเรือง  เป็นตัวแทนของพืชไม้ดอก ที่ตลาดต้องการอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ผลผลิตยังเป็นที่ต้องการอยู่สม่ำเสมอ

          2. พืชที่ปลูกเพื่อขาย ให้นำไปปลูกต่อ

  • พืชผักสวนครัวต่างๆ เช่น ท่อนพันธุ์ข่า/ กิ่งพันธุ์มะนาว
  • มะม่วง เป็นพืชที่นิยมปลูกตามบ้านเรือน เพื่อให้ร่มเงาและบริโภคทั้งผลสุกและผลดิบ เเละยังตอนกิ่งพันธุ์ขายได้อีกด้วย
  • ไม้ดอกไม้ประดับ เนื่องจากปลูกง่ายและมีความต้องการของตลาดทั้งปี เนื่องจากเป็นพืชสวยงาม และราคาสูงมากขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆ

ปลูกพืชหลายชนิด กระจายรายได้ ลดปัญหาเสี่ยง

ปลูกพืชชนิดเดียวแบกรับความเสี่ยงสูง

  • ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า เราปลูกกล้วยทั้งหมดเต็มพื้นที่ในไร่ เเล้วปีนั้นเกิดตายพราย หรือ ศัตรูพืชลงแปลง สภาพจะเป็นอย่างไร?

ตัวอย่างการปลูกพืชผสมผสาน

  • ปลูกมะนาว กล้วย มะละกอ ในพื้นที่เดียวกัน ลดความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพลม ฟ้า อากาศ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากความผันแปรของราคาผลผลิต ลดความเสี่ยงจากการระบาดของศัตรูพืช ช่วยกระจายรายได้ตลอดปี เ

ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ในเรื่องการเพาะปลูก แต่ถ้าเรารู้จักวางเเผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พลิกแพลงอย่างมีชั้นเชิง ก็จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง หวังว่าเพื่อนๆ จะมีความสุขในการเพาะปลูกนะคะ^^


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน