ปัญหาสำคัญของผู้ปลูกตระกูลแตง

พืชตระกูลแตงที่ปลูกกันทั่วไปในบ้านเราส่วนมากจะเป็น แตงกวา แตงโม มะระ เมล่อน ฟักทอง โรคเป็นประจำและที่สำคัญ คือ โรคราน้ำค้าง/ โรคราแป้ง/ ต้นแตกยางไหล/ โรคยอดและดอกเน่า/ โรคเหี่ยว และโรครากปม โรคราน้ำค้าง อาการของโรคที่เกิดขึ้นบนใบ จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยุ่กับชนิดของพืช เช่น แตงกวา จะมีลักษณะอาการเป็นแผลสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตามรอยของเส้นใบย่อย แต่แตงกวาบางสายพันธุ์มีลักษณะอาการของโรค ที่มี ลักษณะสีขาวหรือเทาต่อมาใบจะเหลืองและแห้งไปอาการของโรคราน้ำค้างในแตงโม และเมล่อน จะแตกต่างกัน แผลที่เกิดขึ้นจะอยู่ในขอบเขตของเส้นใบย่อยแต่ไม่ชัดเจนเหมือนแตงกวา แต่เมื่อมีการระบาดของโรคมากขึ้นใบจะแห้งเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ และจะสามารถสังเกตเห็นเป็นขุยสีดำด้านหลังใบได้อย่างชัดเจน วิธีการป้องกันกำจัด การเว้นระยะการปลูกควรเว้นระยะห่างให้มีการถ่ายเทของอากาศได้ดี ก่อนการปลูกแนะนำ การตากดินฆ่าเชื้อสาเหตุการเกิดในดิน ใช้ไตรโคเดอร์มาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุม ใช้ไตรโคเดอร์มาฉีดพ่น ป้องกัน 7-10 วัน/ ครั้ง

  • โรคราแป้ง  ลักษณะอาการของโรค จะมีเส้นใยสีขาวบางๆ ด้านบนใบ อาจจะเกิดจุดเดียวหรือหลายจุดกระจายทั่วทั้งใบ และมีการพัฒนาของเชื้อราขยายออกไปเรื่อยๆเห็นเป็นเส้นใบสีขาวๆเต็มทั้งใบ การเกิดโรคจะเริ่มจากใบล่าง และล่ามขึ้นไปใบบน ใบมีเส้นใยสีขาวปกคลุมเกือบทั้งต้นยกเว้นใบอ่อน แต่ในฟักทองซึ่งอ่อนแอต่อโรคราแป้งโรคจะเกิดได้กับใบอ่อนใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และเมื่อโรคได้ลุกลามไปถึงกิ่งและต้น ทำให้ต้นแห้งตายได้ ในพืชตระกูลแตงโดยเฉพะแตงกวาบางครั้งโรคราแป้งและโรคราน้ำค้างอาจจะเกิดการระบาดพร้อมกันได้  วิธีการป้องกันกำจัด  การเว้นระยะการปลูกควรเว้นระยะห่างให้มีการถ่ายเทของอากาศได้ดี ก่อนการปลูกแนะนำ การตากดินฆ่าเชื้อสาเหตุการเกิดในดิน ใช้ไตรโคเดอร์มาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์รอก้นหลุม ใช้ไตรโคเดอร์มาฉีดพ่น ป้องกัน 7-10 วัน ครั้ง
Arrow
Arrow
Slider

  • โรคต้นแตกยางไหล เชื้อเข้าทำลายได้ทุกส่วนของพืช และบนผล ใบเกิดเป็นจุดสีเหลืองเข้มหรือสีน้ำตาลอ่อนรูปร่างต่างๆ ส่วนมากแผลจะเริ่มจากขอบใบ และขยายออกไปอย่างรวดเร้วเข้าไปในส่วนของแผ่นใบ ทำให้ใบม้วนห่อ ผิดรูป และแห้งไปทั้งใบในที่สุดกิ่งแขนงเกิดเป็นแผลช้ำยาวตามแนวต้น ที่โคนต้นมีแผลที่เกิดขยายขนาดไปจนรอบลำต้นแผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลดำ และทำให้ต้นแตกตามยาวและสร้างยางเหนียวสีแดงหรือสีเหลืองอำพันออกมาบนรอยแตกนั้น อาการเหี่ยวจะเป็นอาการที่สังเกตเห็นในระยะสุดท้ายของการเข้าทำลาย

วิธีการป้องกันกำจัด  เลือกต้นกล้าที่ไม่มีโรคติดมา (อันนี้ยากนะคะ ถ้าเราไม่รู้แหล่งที่มาจริงๆ)  ต้องคัดเลือกเมล็ดที่ได้รับการรับรองว่าปลอดจากโรคนี้ ในการย้ายแปลงปลูกหมั่นสังเกตว่าต้นกล้าไม่มีอาการของโรค

  • ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา คลุกเมล็ดก่อนเพาะปลูก หรือ ใช้ไตรโคเดอร์มาผสมกับปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุม
  • ใช้ไตรโคเดอร์มาฉีดพ่น ป้องกัน 7-10 วันครั้งกำจัดเศษซากต้นแตงในแปลงปลูกเดิมที่เป็นโรคนี้ทันทีที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อย เพื่อช่วยลดปริมาณเชื้อสาเหตุในแปลงปลูก อย่าทิ้งค้างให้แห้งอยู่ในแปลงจะเป็นการสะสมของโรคต่างๆการปลูกพืชหมุนเวียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • ในการป้องกันกำจัดโรคนี้ พืชที่ควรใช้ปลูกหมุนเวียนเช่น ถั่ว และข้าวโพด เป็นต้น โดยควรปลูกหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 2 ปีใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องเริ่มพ่นสารป้องกันกำจัดโรคตั้งแต่เริ่มพบเห็นอาการ
  • ในแหล่งที่เคยมีประวัติการระบาดอาจจะต้องเริ่มพ่นสารป้องกันกำจัดโรคตั้งแต่แตงเริ่มงอก ถ้ายังไม่สังเกตพบอาการอาจจะเริ่มพ่นเมื่อยอดเริ่มเลื้อย

นอกจากโรคที่กล่าวมาทั้ง 3 ชนิดแล้ว ยังมีโรค ผลเน่าจากเชื้อราในดิน จะพบมากในแตงกวา และแตงโม อาการเหี่ยวที่พบเริ่มมากขึ้นเนื่องจากต้นแตงแตกเพราะขาดธาตุรองโบรอน  ยังมีโรคที่เป็นปัญหามากสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกพืชตระกูลแตง คือโรคยอดตั้ง หรือโรคไอ้โต้ง ยอดของแตงจะชูตั้งขึ้นมาแทนที่จะเลื้อยขนานไปกับพื้นและใบส่วนยอดจะหงิก  ซึ่งเป็นผลจากการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ที่จะเข้าทำลายในทุกระยะการเจริญเติบโต

วิธีการป้องกันกำจัดในเบื้องต้น:  ควรคลุกเมล็ดด้วยไตรโคเดอร์มาหรือรองก้นหลุมด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมปุ๋ยอินทรีย์ ถ้าพบมีเพลี้ยระบาดใช้บิวเวอร์เรียฉีดพ่น 3-4 วัน/ ครั้ง


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกพืชแบบอินทรีย์ ทุกชีวีจะปลอดภัย