พิษภัยสารเคมีและข้อควรระวัง

ยาปราบศัตรูพืชทุกชนิด (ยาฆ่าแมลง ยาป้องกันโรคพืช ยาปราบวัชพืช) มีอันตรายสามารถเข้าร่างกายได้ทางปาก ผิวหนัง และโดยการหายใจ การเป็นพิษแบบฉับพลัน เกิดขึ้นได้ เมื่อได้รับสารจำนวนมากๆ เพียงครั้งเดียว ส่วนพิษสะสมเกิดขึ้นเนื่องจากการที่ได้รับยาปราบศัตรูพืช จำนวนเล็กๆ น้อยๆ เป็นเวลานาน

  • หากสภาพร่างกายไม่พร้อม ไม่ควรปฏิบัติงาน
  • ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับอันตรายชนิดต่างๆ ที่ใช้ หรืออุบัติเหตุต่างๆ เพื่อให้รู้จักระมัดระวังอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นขณะปฏิบัติงาน
  • ขณะทำงาน พยายามทำจิตใจให้ผ่องใส่ ทำงานด้วยความตั้งใจ ระมัดระวัง ไม่คิดถึงเรื่องอื่น หรือมีอาการเหม่อลอย ไม่ควรใช้สารเสพติดระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและการใช้สารเคมี แต่งกายให้มิดชิด และรัดกุม

ข้อควรระวังในการผสมยาและการใช้ยาปราบศัตรูพืช

  • สวมเสื้อผ้าเพื่อป้องกันพิษยาในกรณีที่ใช้ยาแฟนไนโตรไทออน ขณะผสมยาควรใช้ถุงมือ และเสื้อผ้าป้องกันพิษยา
  • อย่าให้เด็ก และผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาใกล้ขณะผสมยา
  • ระวังอย่าให้ยาถูกผิวหนัง โดยเฉพาะตาและปากขณะเทน้ำยา หรือยาผง ระวังอย่าให้กระเด็นไปถูกหน้า หรือปลิวเข้าหน้า ถ้าหากถูกผิวหนังรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที และถ้ายาเข้าตาต้องล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 15 นาที
  • ควรสวมหน้ากาก หรือใช้ผ้าขาวม้าสะอาดคาดจมูกหรือปาก ขณะเดียวกันควรสวมเสื้อผ้าหนา ๆ (ขณะทำการพ่นยา)
  • อย่ารับประทาน ดื่มน้ำ และสูบบุหรี่ ในขณะผสมตัวยา หรือขณะกำลังพ่นยา
  • ตรวจดูคำแนะนำบนฉลากยาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเราผสมยาถูกต้องตามคำแนะนำ และตามอัตราส่วน เพราะถ้ามากเกินไปจะเป็นอันตรายทั้งพืชและผู้ฉีดเอง
  • อย่าเป่าหรือดูดหัวฉีด หรือท่อลมที่อุดตันด้วยปาก
  • ระมัดระวังการปลิวของน้ำยา อย่าพ่นยาถ้าหากลมมีความเร็วมาก หลีกเลี่ยงการหายใจเอาพิษยาเข้าไป ควรอยู่เหนือลมเมื่อทำการพ่นยา
  • อย่าทิ้งยาที่เหลือไว้ในไร่ เด็กหรือสัตว์เลี้ยง อาจสัมผัสหรือได้รับอันตรายจากยาเหล่านี้ได้
  • ผู้พ่นยาจะต้องมีช่วงเวลาสำหรับพักผ่อนให้เพียงพอ เวลาเหนื่อยมากๆ จะทำให้การผสมยาและพ่นยาผิดพลาดได้

ข้อควรระวังภายหลังการพ่นยา

  • ควรผสมยาให้พอดีต่อความต้องการใช้ในแต่ละครั้ง ไม่ควรผสมให้เหลือ เนื่องจากยาจะสลายตัว ทำให้หมดประสิทธิภาพในการกำจัดศัตรูพืช
  • ควรเก็บวัตถุมีพิษไว้ในที่มิดชิด ควรจะเก็บไว้ในตู้หรือห้องที่สามารถใส่กุญแจได้ และควรจะห่างจากที่เก็บอาหารสำหรับคนและสัตว์เลี้ยง
  • ทำลายถังบรรจุยาที่ไม่ใช้แล้ว ห้ามล้างทำความสะอาดเพื่อใช้บรรจุน้ำและอาหารอีกต่อไป
  • ภาชนะที่บรรจุยาทำด้วยโลหะหรือแก้ว ควรจะล้างให้สะอาดทุบให้แตก แล้วฝังให้ลึกไม่น้อยกว่า ๑ เมตร ภาชนะที่เป็นพลาสติกควรเผา และอย่าให้ควันไฟรมตัวเรา
  • อย่าทิ้งยาที่ผสมใช้แล้วไว้ในถังพ่นยา ตัวยาอาจจะกัดโลหะ หรือพลาสติกของถังพ่นยาได้ ตัวทำลายของยาอาจระเหย ส่วนที่เหลือจับตัวกัน ทำให้เหนียว ล้างออกยาก และอาจจะไปอุดตันที่กรองและหัวฉีด
  • ถอดเสื้อผ้าที่ใช้ออกซัก หลังการพ่นยาเสร็จแต่ละครั้ง ทำความสะอาดร่างกาย โดยการถูสบู่หลายๆ ครั้ง และสวมเสื้อผ้าใหม่ที่สะอาด
  • แนะนำอย่าให้ผู้อื่นเข้าไปในแหล่งพ่นยา หลังการฉีดยาใหม่

ประเทศไทยเป็นเป็นสังคมเกษตรกรรม มีการใช้สารเคมีกำจัดแมลง ซึ่งผลกระทบจากการใช้สารเคมีกำจัดแมลงมีมาก และตกค้างในพืชที่เป็นอาหารและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ซึ่งไม่เข้าใจถึงพิษและวิธีใช้ดีพอ การศึกษาชนิดและวิธีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงให้เข้าใจอย่างถูกวิธี หรือเลี่ยงไปกำจัดโดยวิธีชีวภาพ

ที่มา: สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร – กรมวิชาการเกษตร


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน