มะม่วงน้ำดอกไม้

“มะม่วงน้ำดอกไม้” เป็นพันธุ์ที่ออกดอกง่ายผลิตนอกฤดูได้ ผลดี ตอบสนองต่อการใช้สารกระตุ้นให้ออกดอกที่สําคัญคือ เป็น พันธุ์ที่นิยมบริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศมีความต้องการมาก แต่การผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ ต้องปลูกอย่างประณีตสีผิวต้องสม่ำเสมอ ประเทศต้องผ่านการอบไอน้ำร้อนเพื่อกําจัดแมลงวันผลไม้ก่อน

มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นมะม่วงชนิดรับประทานสุก เจริญเติบโตเร็ว ใบใหญ่ ใบเป็นคลื่น ทรงพุ่มโปร่ง ดอกดกแต่ติดผล ปานกลาง ลักษณะผลเรียวยาว เนื้อมาก เมล็ดลีบเล็ก ผิวบาง เมื่อดิบจะมีรสเปรี้ยว ผิวสีเขียวนวล เนื้อแน่น ผลสุกจะ มีผิวเหลืองนวล กลิ่นหอม เนื้อละเอียดเสี้ยนน้อย มีรสหวาน มีเบต้าแคโรทีนสูง มะม่วงน้ำดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมี 2 ชนิด คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4

Arrow
Arrow
Slider

จากการที่มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นมะม่วงพันธุ์ยอดนิยมทั้งในและตลาดต่างประเทศ จึงมีผู้ปลูกกันมากแต่จะประสบความสําาเร็จในการผลิตเพื่อส่งออกหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ของเจ้าของสวน ซึ่งได้ มีโอกาสไปเยี่ยมสวนมะม่วงที่ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ ส่งออกในจังหวัดต่างๆ มาหลายสวนแต่ละสวนล้วนต้องใช้การผลิตในระบบ เกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP ทั้งสิ้น

การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีในช่วงระยะการเจริญเติบโตรวมทั้งการตัดแต่งกิ่งและตัดแต่งผลมะม่วงให้พอเหมาะกับขนาดของกิ่งและต้น ทําให้มะม่วงติดผลตามตําแหน่งที่ต้องการ ติดผลดีไม่หลุดร่วง ผลผลิตมีรูปทรงสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาด สามารถลดการทําาลายของโรคและแมลงเช่น เพลี้ยแป้งและ แมลงวันผลไม้อีกทั้งยังทําให้ต้นมะม่วงมีความสมบูรณ์ หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว การใช้หรือเชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องกันกําจัด โรครากเน่าโคนเน่าของมะม่วงทําให้สามารถลดปริมาณการ ใช้สารเคมีได้ มะม่วงมีความสมบูรณ์ ไม่เป็นโรครากเน่าโคน เน่า และทําให้โครงสร้างของดินดีขึ้นด้วย

” มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองกับน้ำดอกไม้เบอร์สี่ต่างกันอย่างไร ??? มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์สี่จะมีรสหวานกว่าแต่เป็นโรคแอนแทรคโนสง่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจะมีรสเปรี้ยวเล็กน้อยไม่ค่อยเป็นโรคแอนแทรคโนส เวลาสุกแล้วจะอยู่ได้นานกว่ามะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์สี่”

โรคแอนแทรคโนส มีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides และจัดเป็นโรคที่สำคัญที่สุดของมะม่วงที่ปลูกในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย เชื้อราก่อโรคแอนแทรคโนส สามารถสร้างส่วนขยายพันธุ์ขึ้นใหม่ และเข้าทำลายพืชได้ทุกระยะการเจริญของมะม่วงตลอดฤดูการปลูก จึงทำให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างยากลำบาก

อาการของโรคเกิดได้กับส่วนต่างๆของพืชได้แก่ อาการใบจุด ใบและกิ่งแห้งตาย อาการทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นแหล่งสะสมเชื้อที่จะแพร่ระบาดเข้าทำลายผลมะม่วงที่กำลังพัฒนา โดยเชื้อจะอยู่ในระยะพักตัว จนกระทั่งมะม่วงแก่และถึงระยะเก็บเกี่ยว ต่อมาเมื่อผลใกล้สุก เชื้อจะเริ่มพัฒนาใหม่และทำลายผลมะม่วงก่อให้เกิดอาการผลเน่าเสีย ซึ่งจัดเป็นโรคที่สำคัญในระยะหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วง จึงเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการส่งไปจำหน่ายทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะมะม่วงที่ใช้รับประทานแบบผลสุกและเปลือกบาง จะถูกเชื้อเข้าทำลายได้ง่าย เช่นพันธุ์น้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากตลาดต่างประเทศ และมีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดกว่าพันธุ์อื่นๆ

ที่มาเนื้อหาดีดี :  กรมวิชาการเกษตร/ เรียบเรียงใหม่โดย SvgroupThailand/ ภาพประกอบบางส่วน : คุณป้าเนียง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ลูกค้าของเอสวี กรุ๊ป


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกมะม่วงอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง