มารู้จักเชื้อราไมคอร์ไรซ่ากันเถอะ

คำว่า “mycorrhiza” มาจากภาษากรีกว่า Mykes แปลว่า Mushroom หรือ fungus รวมกับ คำว่า rhiza แปลว่า root ดังนั้น ไมคอร์ไรซา จึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างรากับระบบรากของพืชชั้นสูง โดยรานั้นต้องไม่ใช่ราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช ส่วนรากพืชต้องเป็นรากที่มีอายุน้อย

การอยู่ร่วมกันนี้เป็นการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน เอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน เซลล์ของรากพืชและราสามารถถ่ายทอดอาหารให้กันและกันได้ ต้นพืชได้รับน้ำและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจากรา ส่วนราได้รับสารอาหารจากต้นพืช ผ่านมาทางระบบราก เช่น พวกแป้ง น้ำตาล โปรตีน และวิตามินต่างๆ นอกจากนี้ราไมคอร์ไรซายังช่วยป้องกันรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อโรคด้วย สปอร์ของราไมคอร์ไรซาจะมีอยู่ทั่วๆ ไปในดิน

ชนิดของไมคอร์ไรซ่า

ไมคอร์ไรซ่า มีทั้งหมด 7 ชนิด แต่ที่สำคัญและพบมากในบ้านเรา ได้แก่

  • ราเอคโตไมคอร์ไรซ่า (Ectomycorrhiza) เป็นไมคอร์ไรซาที่มีเส้นใยของราเจริญสานตัวกันเป็นแผ่นห่อหุ้มผิวของรากแขนง ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายน้ำและธาตุอาหารจากดินสู่รากพืช ทำให้รากแตกรากแขนงมากขึ้น รากใหญ่ขึ้น
  • ราเอนโดไมคอร์ไรซ่า หรืออาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่า (Arbuscular mycorrhiza) ไม่สร้างแผ่นเส้นใย แต่จะแทงเส้นใยเข้าไปเจริญเติบโตในเซลล์รากพืช ดูดธาตุอาหารและน้ำให้รากพืช พบได้ในพืชหลายชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง ฝ้าย องุ่น กุหลาบ คาร์เนชั่น ลิลลี่ เป็นต้น

ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่า

คือ ปุ๋ยที่ประกอบไปด้วยราอาบัสคูลาไมคอร์ไรซ่าที่มีชีวิต และสามารถดูดซึมธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้ ไมคอร์ไรซ่าเป็นเชื้อราในดินกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่บริเวณรากพืช และเจริญเข้าไปภายในราก   โดยอยู่ร่วมกับรากพืชในรูปแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันกล่าวคือ พืชให้อาหารจำพวกน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์แสงแก่ไมคอร์ไรซ่า    ส่วนไมคอร์ไรซ่าช่วยดูดธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตส่งต่อให้แก่พืช อาบัสคูไมโคไรซ่า  จะสร้างเส้นใยเจริญรอบราก  แล้วเข้าไประหว่างเซลล์และภายในเซลล์รากพืช  โดยมีการสร้างโครงสร้างพิเศษ คือ เวสสิเคิล และอาบัสคูล  เรียกว่าอาบัสคูมาไมโคไรซ่า มักพบในพืชทั่วไป ได้แก่ ไม้ผลหลายชนิด ยางพารา และผักบางชนิด เป็นต้น

ประโยชน์ของปุ๋ยชีวภาพไมโคไรซ่า

  • ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่า ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวรากพืชในการดูดน้ำและธาตุอาหาร
  • ช่วยให้รากพืชแตกแขนงมากขึ้น รวมทั้งเส้นใยของราที่เจริญห่อหุ้มรอบรากถือเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวในการดูดน้ำและธาตุอาหาร ช่วยให้พืชเจริญเติบโตและทนแล้งได้ดี
  • ช่วยดูดธาตุอาหารที่สลายตัวยากหรืออยู่ในรูปที่ถูกตรึงไว้ในดิน ส่งต่อให้กับพืชผ่านผนังเส้นใยของราไมคอร์ไรซ่า  สู่ผนังเซลล์ของรากพืช โดยเฉพาะธาตุฟอสฟอรัส     ซึ่งมักถูกตรึงโดยการรวมตัวกับเหล็ก อะลูมินัม แคลเซียม หรือแมกนีเซียม ทำให้ละลายน้ำได้ยากและไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช
  • ช่วยให้พืชทนทานต่อโรครากเน่าหรือโคนเน่าที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา โดยเมื่อราไมคอร์ไรซ่าเข้าไปอาศัยอยู่ในรากพืชก่อนแล้วจะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อราที่เป็นสาเหตุโรครากเน่า เข้าสู่รากพืช
  • ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่า สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีทางการเกษตรบางชนิด ได้แก่ สารเคมีป้องกันกำจัดแมลง เช่น endrin, chlordane, methyl, parathion, methomyl, carbofuran  เป็นต้น    สารกำจัดวัชพืช เช่น glyphosate, fluazifopbutyl เป็นต้น  สารกำจัดโรคพืช  เช่น captan, benomyl, maNEBTRIFORINE, MANCOZEB และ zinneb เป็นต้น
  • ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ครึ่งหนึ่งของอัตราการใช้ปุ๋ยปกติในไม้ผล นอกจากนั้นยังเป็นการเพิ่มคุณภาพและผลผลิตพืช

*** การใส่ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่าครั้งเดียว อยู่ในรากพืชไปตลอดชีวิตของพืช

วิธีใช้ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่า

  1. การเพาะชำต้นกล้า ใช้ปุ๋ยชีวภาพอาบัสคูลาไมคอร์ไรซ่าได้ดีกับไม้ผล ไม้ยืนต้น ยางพารา และผักบางชนิดโดยการคลุกผสมปุ๋ยชีวภาพอาบัสคูลาไมคอร์ไรซ่า 2–3 กรัม  หรือครึ่งช้อนชาต่อต้น  กับดินที่ใช้เพาะชำกล้า
  2. กิ่งชำหรือส่วนขยายพันธุ์ที่งอกรากแล้ว โรยปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่าให้สัมผัสรากฝอยของพืชหลังจากกิ่งชำงอกรากแล้วอย่างน้อย 1 เดือน จึงย้ายปลูกลงแปลงปลูก
  3. ยางพารา อายุมากกว่า 1 ปี ใส่ปุ๋ยชีวภาพไมโคไรซ่า 10 กรัม หรือ 1 ช้อนโต๊ะต่อพืช 1 ต้น แต่ถ้าให้ได้ผลดี  ควรใส่ในระยะต้นกล้าหรือรองก้นหลุมก่อนปลูก
  4. พืชที่โตแล้วให้ขุดเป็นร่องบริเวณทรงพุ่ม หรือเกลี่ยใบไม้ที่คลุมอยู่ออกจนพบรากฝอยแล้วโรยปุ๋ยชีวภาพไมโคไรซ่าให้สัมผัสกับรากฝอยจนรอบทั้งต้น จากนั้นจึงกลบรากดังเดิม รดน้ำตามความเหมาะสม

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่าร่วมกับสารกำจัดโรคพืชพวก fosetyl, metalaxyl  และ mancozeb + metalaxyl    เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้มีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของไมคอร์ไรซ่า และห้ามเก็บปุ๋ยชีวภาพไมโคคอร์ซ่าที่อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส หรือโดนแสงแดดโดยตรง

“อีกหนึ่งทางเลือกในการใช้จุลินทรีย์ทางการเกษตร เพื่อการเพาะปลูกเพาะปลูกอย่างยั่งยืน”

เครดิต :  กลุ่มงานวิจัยจุลินทรีย์ดิน กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร

Contributor :

        นามปากกา : กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

Check our bestsellers!