มารู้จัก…เชื้อรากำจัดแมลง

 

เมื่อกล่าวถึงเชื้อราที่สามารถใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชแล้ว เกษตรกรส่วนใหญ่จะรู้จักเชื้อราบิวเวอร์เรียกันเป็นอย่างดี เพราะมีการส่งเสริมให้ใช้กันมานานแล้วจากหน่วยงานภาครัฐ แต่ทราบหรือไม่? ว่ายังมีเชื้อราอีกชนิดหนึ่งที่สามารถกำจัดแมลงได้เป็นอย่างดี คือ เชื้อราเมธาไรเซียม เชื้อราทั้ง 2 ชนิดนี้ มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

 

เชื้อราเมธาไรเซียม (Metarhizium spp.) เชื้อราเขียว เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับแมลงศัตรูพืช
เชื้อราเขียวเป็นสิ่งมีชีวิตสีเขียวที่สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น ด้วงมะพร้าว, ปลวก, เพลี้ยอ่อน, หนอนผักผลไม้ อีกทั้งยังสามารถมีชีวิตอยู่ในดินได้นานนับปี

 

เชื้อราบิวเวอร์เรีย ( Beauveria bassiasna ) เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง ซึ่งสามารถทำลายแมลงได้หลายชนิด ในอันดับ Homoptera Lepidoptera Coleoptera และ Diptera ซึ่งได้แก่แมลงจำพวกเพลี้ยต่างๆ หนอนผีเสื้อ ด้วง และแมลงวัน หรือยุง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสามารถกำจัดปลวก และมดคันไฟได้ ทำให้มดและปลวกตายยกรังได้

 

 

แมลงพวกปากดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ได้แก่ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดด เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น แมลงหวี่ขาว ไรแดง และมวนต่างๆ อาการของพืชที่ถูกดูดกินน้ำเลี้ยงแมลงจำพวกนี้มีปากแบบดูด (sucking) สามารถแทงและดูดน้ำเลี้ยงจากใบ ยอดอ่อน กิ่ง ลำต้น ดอก หรือ ผล ทำให้ส่วนต่างๆ ของพืชที่ถูกดูดกินน้ำเลี้ยงมีรอยไหม้ ใบม้วนเหี่ยว ไม่เจริญเติบโต หรือแคระแกร็น และนอกจากนี้แมลงจำพวกนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการถ่ายทอดและแพร่กระจาย เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุโรคพืช ทำให้พืชอ่อนแอและตายได้

 

 

แมลงพวกปากกัด ได้แก่ หนอนผีเสื้อชนิดต่างๆ เช่น หนอนคืบ หนอนกระทู้หนอนใยผัก ตั๊กแตน ด้วงปีกแข็ง ด้วงหมัดผัก แมลงค่อมทอง ด้วงเต่าแตง แมลงพวกนี้มีปากแบบกัดกิน (chewing) สามารถกัดกินใบทั้งหมด หรือกัดกินเฉพาะตัวใบแล้วเหลือเส้นใบไว้ อาการของพืช ที่ถูกแมลงกัดกิน พืชที่ถูกแมลงกัดกินใบ ใบจะแหว่ง ขาด เป็นรู จนกระทั่งเหลือแต่เส้นใบ หรือก้านใบ ทำให้พืชขาดส่วนสังเคราะห์แสง หรือขาดที่สะสมอาหาร หรือขาดยอดอ่อนสำหรับการเจริญเติบโตต่อไป ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโตการแตกยอดใหม่เกิดช้า ถ้าระบาดมากช่วงให้ผลผลิต ทำให้ดอกร่วง ไม่ติดผลและผลไม่โต

 

การเข้าทำลายแมลงของเชื้อรา

สปอร์เชื้อราตกติดอยู่กับผนังลำตัวแมลงเข้าสู่ตัวแมลงทางผนังลำตัว รูหายใจ บาดแผลบนผนังลำตัว ความชื้นเหมาะสมกับการงอก สปอร์จะแทงทะลุผิวหนังลำตัว เชื้อราจะงอกสู่ช่องว่างลำตัวแมลงเจริญเติบโตสร้างเส้นใยมากมายทำลายแมลง

เมื่อแมลงตาย เส้นใยจะแทงผ่านผนังลำตัวแมลงออกสู่ภายนอกตัวแมลงสปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกับตัวแมลง เชื้อราจึงสามารถขยายพันธุ์ต่อได้ และเมื่อสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะทำลายแมลงศัตรูต่อไป

การใช้เชื้อราควบคุมศัตรูพื

เนื่องจากเชื้อค่อนข้างอ่อนแอต่อแสงแดด และอุณหภูมิสูง จึงควรใช้เชื้อราในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ ระหว่างที่ฉีด ให้กวนน้ำเป็นระยะ และควรปรับหัวฉีดให้พ่นฝอยละเอียด จะฉีดได้ผลดีและได้พื้นที่เพิ่มขึ้น ควรฉีดเหนือลม และเดินฉีดหน้าห่างๆ

เชื้อราสามารถทำลายแมลงได้หลายชนิด รวมถึงแมลงศัตรูธรรมชาติบางชนิดด้วย ดังนั้นถ้าหากพบว่ามีศัตรูธรรมชาติอยู่มาก ก็ควรงด หรือชะลอการฉีดออกไป ถ้าไม่จำเป็นจึงไม่แนะนำให้ใช้เชื้อรา ชนิดนี้เพราะจะทำลายแมลงธรรมชาติที่เป็นประโยชน์
***ควรหลีกเลี่ยงไปใช้เชื้อราชนิดอื่นที่ไม่ทำลายแมลงธรรมชาติ

เชื้อราจะเข้าทำลายแมลงได้ในสภาพที่มีความชื้นสูง ดังนั้น การใช้เชื้อราในช่วงฤดูแล้ง หรืออากาศแห้งแล้ง อาจจำเป็นต้องเพิ่มความชื้นโดยการให้น้ำ หรือพ่นละอองน้ำ ก่อนและหลังการใช้ และก่อนนำเชื้อราไปใช้ควร นำเชื้อราตามอัตราส่วนที่ต้องการไปแช่น้ำอย่างน้อย 4 ชั่วโมงแต่ไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง และเพิ่มอาหารของเชื้อด้วยนมข้น /น้ำหวาน / กากน้ำตาล เพื่อให้เชื้อมีปริมาณและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สามารถทำให้แมลงตายได้ภายใน 1 – 2 วัน


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน