รอบรู้เรื่องพริก

หากกล่าวถึงพริก เป็นพืชสวนครัว ที่รู้จักกันทั่วโลก พริกให้รสเผ็ดร้อน นิยมนำมาปรุงอาหารให้รสเผ็ด พริกถือเป็นเครื่องปรุงสำคัญที่นิยมนำมาประกอบอาหาร มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ พริกในโลกนี้มีมากว่า 400 สายพันธุ์ โดยมีขนาด รูปร่าง สีสัน และดีกรีความเผ็ดร้อน แตกต่างกันไป โดยส่วนที่นำมารับประทานคือผล ไม่ใช่เมล็ดอย่างที่เข้าใจกัน นิยมนำมารับประทานทั้งผลที่ยังดิบ (พริกเขียว) และผลที่สุกแล้ว (พริกแดง)

สภาพที่เหมาะสมต่อการปลูกพริก

  1. อุณหภูมิ โดยพริกถือเป็นพืชที่ทนต่ออากาศร้อนได้ดี แต่ไม่ทนต่อสภาพอากาศหนาว อุณหภูมิที่ทำให้พริกเจริญเติบโต และติดดอก ติดผลได้ดีที่ตั้งแต่35 องศาเซลเซียส
  2. ความชื้นดิน พริกเจริญเติบโตได้ดีในดินชุ่มชื้น และระบายน้ำดี เหี่ยวตายได้ง่ายในสภาพน้ำขัง ต้องรดน้ำ 1-2 ครั้งเช้าบ่าย
  3. แสง พริกต้องการแสงแดดส่องทั่วถึงทั้งต้นไม่มีร่มเงาซึ่งจะให้ผลผลิตสูงสุด
  4. ความเป็นกรด-ด่างของดิน ซึ่งสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินที่เหมาะสมต่อพริกจะอยู่ช่วงประมาณ6-7 มีลักษณะเป็นกรดเล็กน้อย แต่สามารถทนต่อสภาพดินเค็มได้
  5. ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งพริกมักเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินที่มีความร่วนซุย มีอินทรียวัตถุ และระบายน้ำได้ดี

 

ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพริก

แร่ธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เป็นธาตุที่พืชต้องการในปริมาณมาก สามารถใส่ได้ในรูปของแม่ปุ๋ย หรือปุ๋ยสูตรต่างๆ ที่นิยมใส่กันได้แก่ปุ๋ยสูตร 15-15-15, 0-0-46, 8-8-24

นอกจากนี้ยังมีธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมที่สำคัญได้แก่ แคลเซียม และ โบรอน เพื่อช่วยให้พริกมีขั้วเหนียว ผสมเกสรติดดี ดอกและผลดก โดยใช้วิธีการฉีดพ่นทางใบในช่วงที่พริกเริ่มออกดอก อัตรา 10-20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร จำนวน 2-4 ครั้ง ความถี่ 1-2 สัปดาห์/ครั้ง ต้นพริกที่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนก็จะสมบูรณ์แข็งแรงติดดอกออกผลและต้านทานโรคได้ดี

โรคที่สำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายกับต้นพริก คือ

  1. โรคกุ้งแห้งหรือแอนแทรคโนสในพริก มีสาเหตุมาจากเชื้อรา โรคกุ้งแห้งจะเห็นได้ชัดเจนบนผลพริกที่แก่จัดหรือสุก อาการเริ่มแรกจะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาล ช้ำเนื้อเยื่อบุ๋มไปจากเดิมเล็กน้อยและจุดสีน้ำตาลจะค่อยๆ ขยายวงกว้าง การป้องกันกำจัดก่อนปลูกนำเมล็ดพันธุ์มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่ในน้ำผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 ชั่วโมง
  2. โรคโคนเน่าหรือต้นเน่าการทำลาย ใบจะเหลืองและร่วง โคนต้นและรากจะเน่าเปื่อยเป็นสีน้ำตาล ต้นพริกจะเหี่ยวตายการป้องกันกำจัดฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มาทุก 10 วัน โดยฉีดพ่นทั้งต้นและเน้นที่บริเวณดินรอบๆโคนต้นพริก ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ขี้วัว ขี้หมู ขี้ไก่ ปรับปรุงบำรุงดิน
  3. โรคเหี่ยวของพริกจากเชื้อราหรือโรคหัวโกร๋น โรคนี้จะแตกต่างจากอาการเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยอาการเหี่ยวจากเชื้อราจะเริ่มจากใบล่างก่อน แล้วจึงค่อยแสดงอาการที่ใบบน ต่อมาใบที่เหลืองจะเหี่ยวลู่ลงดินและร่วงการป้องกันกำจัด หลีกเลี่ยงการปลูกพริกลงในดินที่เคยมีโรคมาก่อน การเพาะต้นกล้าควรเพาะในดินที่แน่ใจว่าสะอาดปราศจากเชื้อ หรือไม่ก็ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา

แมลงที่พบระบาดในพริก คือ

  1. เพลี้ยไฟ มักพบอยู่บนใบและยอดอ่อนอีกทั้งพบบริเวณฐานดอก และขั้วผลอ่อน เพลี้ยไฟจะระบาดมากในฤดูแล้ง หรือเมื่อมีฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน โดยจะทำลายใบอ่อนและตาดอก
  2. เพลี้ยอ่อนพริกเป็นแมลงปากดูดชนิดหนึ่งที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วป้องกันกำจัดด้วยเชื้อราบิวเวอร์เรีย
  3. แมลงหวี่ขาวพริก เป็นแมลงปากแทงดูดเป็นพาหะนำโรคไวรัสมาสู่ต้นพืชควรรีบป้องกันกำจัดเช่นเดียวกับเพลี้ยอ่อน ใช้เชื้อรา เมธาไรเซียม+บิวเวอร์เรีย ฉีดพ่น

ประโยชน์ดีๆ ของพริก

  1. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง
  2. ช่วยบรรเทาอาการหวัด และ ช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  3. ลดคอเรสเตอรอลในเลือด
  4. ลดการอุดตันของหลอดเลือด
  5. บรรเทาอาการเจ็บปวด

หากรู้เรื่องราวดีๆ ของพริกแล้ว อย่าลืมปลูกพริกไว้ริมรั้ว เป็นผักคู่ครัวประจำบ้านกันนะคะ ช่วยลดรายจ่ายค่าซื้อพริกในแต่ละปีได้เยอะเลยละค่ะ

ที่มา : คู่มือนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร พริก

Contributor :

        นามปากกา : Serenity

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

Check our bestsellers!