ระวัง เพลี้ยและพวก บุกแตงกวา

ช่วงนี้เข้าสู่หน้าแล้งเป็นช่วงที่เหมาะมากๆ ที่จะเริ่มปลูกแตงกวากันได้แล้ว แต่ในขณะที่เห็นบทความกันนี้ เราเตรียมตัวรับมือกับเหล่าแมลงศัตรูของแตงกวากันแล้วหรือยัง

แตงกวาเป็นหนึ่งในพืชอายุสั้น ให้ผลผลิตดี เป็นตัวเลือกที่ดีในการสร้างรายได้จากการปลูกพืชเพิ่มในหน้าแล้ง แต่ก็เป็นอาหารอันโอชะของเหล่าแมลงศัตรู และถูกทำลายง่ายมาก ซึ่งมีที่พบได้บ่อยๆ อยู่ 4-5 ชนิด ดังนี้

 

เพลี้ยไฟ ตัวเล็กๆ พบตามยอดใบอ่อน ดอก และผลอ่อน มักจะมาดูดน้ำเลี้ยงที่ใบ ดอกอ่อน และยอดอ่อน ทำให้เกิดอาการ ใบม้วนหงิกงอ รูปร่างผิดปกติเป็นกระจุก มีสีสลับ เขียวเป็นทาง

ซึ่งช่วงแล้งนี่แหละ คือช่วงที่เพลี้ยไฟชอบระบาดที่สุด จึงถือว่าเป็นตัวปัญหาที่สุดในการปลูกแตงกวา

 

เพลี้ยอ่อน เป็นแมลงเล็กๆ มีท่อ 2 ท่อนยื่นออกไปส่วนท้ายลำตัว ตัวอ่อนมีสีเขียว ตัวแก่มีสีดำ พวกมันจะเข้ามาดูดน้ำเลี้ยงจากใบและยอดอ่อน ทำให้ใบม้วน ต้นแคระลง และยังเป็นพาหะไวรัสด้วย หากปล่อยให้ขาดน้ำนานๆ จะระบาดมาก

ไรแดง มีขา 8 ขา ขนาดเล็กมากจนมองเห็นเป็นแค่จุดสีแดง เป็นอีกตัวที่คอยดูดน้ำเลี้ยงยอดอ่อน ทำให้ใบเป็นจุดด่าง ซีด โดยปกติจะอยู่ใต้ใบแล้วมาพร้อมกับเพลี้ยไฟและเพลี้ยอ่อน คือช่วงที่อากาศร้อนและแล้งน้ำ

เต่าแตงแดง / เต่าแตงดำ เป็นด้วงปีกแข็ง สีส้มดำเข้ม ตัวค่อนข้างเล็กไม่ถึง 1 เซนติเมตร ชอบกัดกินใบตอนช่วงใบเลี้ยง-ช่วงต้นโต เป็นพาหะของโรคพืชจากเชื้อแบตทีเรีย และเมื่อพวกมันวางไข่และมีหนอนเกิดขึ้น ตัวหนอนก็คอยกัดกินรากด้วย

หนอนกินใบแตง หนอนไถเปลือก หนอนเจาะผล ลักษณะ หนอนกัดกินใบแตง มีรูปร่างเรียวยาวประมาณ 2 ซม. สีเขียวอ่อน ตรงกลางสันหลังมีเส้นแถบสีขาว พวกมันจะคอยกัดกินใบ และไถเปลือกจนเป็นแผล

เมื่อถูกหนอนพวกนี้เจาะ จะกลายเป็นสาเหตุให้โรค เช่น โรคผลเน่า เข้ามาทำลายได้

 

และเนื่องจากแมลงพวกนี้ จะระบาดมากเป็นพิเศษในช่วงหน้าแล้งและร้อนเช่นนี้ ดังนั้น หากจะกำจัดแมลงพวกนี้ได้ จำเป็นต้องเตรียมตัวในการกำจัดตามสถานการณ์การระบาดด้วย

1. สารเคมีต่างๆ ฉีดกำจัด ต้องเลือกให้ถูกชนิดตามชนิดศัตรูพืช ซึ่งนั่นหมายความว่า อาจต้องฉีดหลายๆ ตัว ข้อดีคือ เห็นผลเร็ว ในกรณีที่ระบาดหนักมากๆ จะแก้ปัญหาได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสียอยู่ว่า สารเหล่านี้ ต้องฉีดมาก มีราคาสูง และต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ให้ใช้เฉพาะในเคสจำเป็น เมื่อมีการระบาดของแมลงศัตรูรุนแรงจริงๆ เท่านั้น

 

ยังมีทางเลือกมากมายที่ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงร้ายของแตงกวาเหล่านี้ได้โดยปลอดภัยกว่า ไม่ว่าจะเป็น

 

2. เชื้อราเมธาไรเซียมผสมบิวเวอเรีย เชื้อราทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นเชื้อราที่มีผลในการออกฤทธิ์ทำให้แมลงและหนอนต่างๆ ตายจากการถูกเชื้อรางอกในลำตัวภายในเวลา 3-5 วัน โดยที่ บิวเวอเรียจะมีผลต่อเพลี้ย และไรแดง ขณะที่เมธาไรเซียมจะมีผลต่อหนอนและแมลงปีกแข็ง

นั่นหมายถึงว่า เมื่อใช้เชื้อราทั้งสองชนิดด้วยกัน ฉีดทุกๆ 7 วัน จะป้องกันการระบาดแมลงต่อแตงกวาได้แทบทุกอย่าง เมื่อพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

 

3. กับดักแมลง เช่น แผ่นพลาสติกกาวเหนียวสีเหลือง (สามารถทำเองได้) วางปักในไร่เพื่อลดการระบาดของเพลี้ยต่างๆ ปักไว้ประมาณ 80-100 อันต่อไร่ กระจายทั้งพื้นที่ปลูก

 

แนะนำควรใช้ร่วมกับเชื้อราเมธาไรเซียมด้วย เพื่อเป็นการเก็บตกในกรณีที่มีเพลี้ยบางส่วนไม่ถูกเชื้อราที่ฉีด

 

จะเห็นได้ว่าการใช้เชื้อรา จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อผลผลิต และผู้ปลูกแตงกวากว่ามาก ด้วยราคาที่คุ้มค่ากว่า จึงทำให้ประหยัดต้นทุน และทำให้แตงกวาไร้สารพิษ สามารถขายได้ราคาดีขึ้น เรียกได้ว่า หน้าแล้งนี้ เราจะไม่ปล่อยให้พวกเราแล้งแตงกวาตามเหล่าเพลี้ยด้วยแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณ การเกษตร.com


Contributor :

นามปากกา :  โซดาชาเย็น

กลางวันดื่มชาเย็น กลางคืนจิบโซดา ใฝ่ฝันและอยากเห็นศักยภาพภูมิปัญญาเกษตรกรไทยเพิ่มพูนยิ่งขึ้นทุกๆ วัน


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน