รู้ทันโรคในตระกูลกล้วย

ปลูกกล้วยทั้งทีก็ต้องศึกษากันหน่อยว่า กล้วยมีศัตรูอะไรบ้าง ทั้งโรคและแมลงต่างๆ กล้วยที่นิยมปลูกในบ้านเราก็หนีไม่พ้นกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ นอกจากนี้ก็ยังมีกล้วยอีกหลายสายพันธุ์ที่ปลูกกันอยู่ตามบ้านเรือน หากพื้นที่ใดพบว่ากล้วยเป็นโรค ก็จะลุกลามได้อย่างรวดเร็ว มาดูกันหน่อยว่าโรคที่เกิดกับต้นกล้วยมีอะไรบ้าง

1. โรคตายพราย

เกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum เข้าสู่พืชทางรากและแพร่กระจายสูท่อลำเลียงน้ำ ทำให้เกิดอาการเนื้อเยื่อตายเป็นสีน้ำตาลในท่อลำเลียงของลำต้นเทียมของกล้วย และลุกลามขึ้นสู่ก้านใบ โคนใบแก่ด้านนอกมีสีซีดเหลือง และผืนใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลโดยเริ่มจากขอบใบเข้าสู่กลางใบและใบหักพับภายใน 1-2 สัปดาห์ และในที่สุดลำต้นเทียมจะยืนต้นตายหรือล้มตายลงไป

ลักษณะอาการของโรค

 มักจะเป็นกับกล้วยที่มีอายุ 4-5 เดือนขึ้นไป

 โดยจะเห็นทางสีเหลืองอ่อนตามก้านใบของใบล่างหรือใบแก่ก่อน ต่อมาปลายใบหรือขอบใบจะเริ่มเหลือง และขยายออกไปอย่างรวดเร็วจนเหลืองทั่วใบ

 ใบอ่อนจะมีอาการเหลืองไหม้หรือตายนึ่งและบิดเป็นคลื่น ใบกล้วยจะหักพับบริเวณโคนก้านใบ ใบยอดจะเหลืองตั้งตรงเขียวอยู่ในระยะแรก ต่อมาก็ตายไปเช่นกัน

 กล้วยที่ตกเครือแล้วจะเหี่ยว ผลลีบเล็กไม่สม่ำเสมอ หรือแก่ก่อนกำหนด เนื้อฟ่ามจืด บางครั้งพบใบกล้วยหักพับที่โคนใบโดยไม่แสดงอาการใบเหลือง หรือเหลืองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 ถ้าตัดลำต้นตามขวางจะพบว่าเนื้อในของกาบใบบางส่วนเป็นสีน้ำตาลแดง และอาจมีเส้นใยของเชื้อราให้เห็นบ้าง

การป้องกันกำจัด

 คัดเลือกหน่อพันธุ์กล้วยจากบริเวณที่ไม่เป็นโรคไปปลูก

 มีการปรับสภาพของดินที่เป็นกรดโดยการใส่ปูนขาว อัตราที่ใช้ประมาณไร่ละ 4-5 ตัน

 หมั่นทำความสะอาดแปลงปลูกและเครื่องมือเครื่องใช้อยู่เสมอ เนื่องจากเชื้อชนิดนี้สามารถแพร่ กระจายได้ง่าย

 ทำลายต้นกล้วยที่เป็นโรค โดยการสุมไฟเผาหรือขุดหลุมฝังให้ลึกอย่างน้อย 3-4 ฟุต

 หลักเลี่ยงการปลูกในหลุมเดิมที่เคยปลูกมาแล้ว

 ควรลดธาตุไนโตรเจนให้น้อยลง การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากจะทำให้พืชอ่อนแอ เชื้อโรคเข้าทำลายได้ง่าย

 ทำความสะอาดโคนกอกล้วยอย่าให้เกิดรกรุงรัง และทำทางระบายน้ำให้ดี

 ราดโคนต้นด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มาอย่างสม่ำเสมอ

2. โรคแอนแทรคโนสในกล้วย

ส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่อากาศร้อน ความชื้นสูง ลักษณะอาการคือ ใบกล้วยเป็นแผลขนาดใหญ่ไปตามแนวเส้น ใบ โดยเริ่มจากวงกลมขนาดเล็กสีดำและขยายวงกว้างออก เมื่อเชื้อราแก่เต็มที่จะสร้างสปอร์ สปอร์ของเชื้อราจะปลิวไปกับลมและน้ำ จนไปติดอยู่กับส่วนปลายของผลกล้วย เมื่อได้รับความชื้นก็จะงอกและเข้าทำลายเปลือกกล้วยจากด้านในปลายผลก่อน จนมองเห็นเป็นจุดสีดำ ฉ่ำน้ำ แล้วขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ เปลือกกล้วยเป็นสีดำคล้ำหรือน้ำตาลดำ ทำให้เนื้อใน ผลเน่าในที่สุด ลุกลามได้ทั้งหวี

การระบาด

สามารถเจอได้ทั่วไปในแปลงปลูก ทั้งเครือกล้วย หวี และซากต้นที่ตายอยู่ในแปลง สปอร์เชื้อราจะคงค้างอยู่ได้นานนับเดือนในพื้นที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูง แพร่ระบาดได้เร็วในพื้นที่ ที่มีฝนและลม

การป้องกันกำจัด

• เมื่อคิดจะปลูกในแปลงใหม่ กำจัดวัชพืชออกจากแปลงปลูก โรยด้วยปูนขาวเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และเติมเชื้อไตรโคเดอร์มาลงในดิน

• เลือกหน่อต้นที่แข็งแรง และควรไว้ต้นเพียง 3-4 ต้นต่อกอ

• รักษาความสะอาดในแปลงกล้วย อย่างทั่วถึง ตัดแต่งกิ่งก้านให้โปร่งโล่งพร้อมกำจัดเศษ ซากพืช และกาบกล้วยที่เหี่ยวแห้งออกจากแปลงปลูก

• บำรุงพืชปลูกให้แข็งแรงด้วยน้ำและปุ๋ย คลุมดินด้วยเศษฟาง

• ตัดทำลายเศษซาก ใบ ที่มีโรคไปเผาทิ้ง

>>>>> อีก 2 โรคที่ควรพึงระวัง คลิกที่นี่นะคะ

3. โรคใบจุด

โรคใบจุด มีหลายชนิด เช่น โรคซิกาโตกาสีเหลือง เฟโอเซปทอเรียใบจุด ใบจุดสีดำ ใบจุดสีน้ำตาล ใบจุดสีกระ แต่ละโรคเกิดจากเชื้อราต่างชนิดกัน ส่วนใหญ่โรคที่พบในกล้วยหอมทอง คือ โรคเฟโอเซปทอเรียใบจุด เกิดจากเชื้อราPhaeoseptoria musae

ลักษณะอาการของโรค

ใบเกิดเป็นจุดเล็กขนาดเท่าหัวเข็มหมุด สีน้ำตาลดำ รูปร่างยาวรี เมื่อความชื้นเหมาะสมแผลตรงกลางจะแห้งเป็นสีน้ำตาลอ่อนปนเทา ขอบแผลเป็นแถบสีน้ำตาลเข้ม และรอบนอกเป็นสีเหลือง

โรคใบจุดที่พบอีกชนิด คือ โรคซิกาโตกาสีเหลือง เกิดจากเชื้อรา Cercospora musae มีลักษณะอาการ คือ เกิดจุดเล็กๆ สีเหลือง ต่อมาจุดนี้ขยายใหญ่ เป็นขีดสีเหลืองขนานไปตามเส้นใบ ขนาดของแผลโตขึ้น มีรูปร่างเหมือนไข่ ตรงกลางแห้งเป็นสีน้ำตาลปนเทา ผลผลิตลดลง ผลสุกก่อนกำหนด รสชาติหรือคุณภาพเสียไป

ถ้าพบโรคใบจุดเหล่านี้ ควรตัดใบที่แสดงอาการของโรคมาเผาทิ้ง

4.โรคใบเหี่ยว  (Bacterial wilt )

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas solanacearum จะอยู่ทั้งในดิน บริเวณโคนต้น และในส่วนของกล้วยเป็นโรค จะแพร่กระจายไปกับน้ำและติดไปกับหน่อพันธุ์

ลักษณะอาการของโรค

ใบกล้วยจะเป็นสีเหลือง เหี่ยวเฉา และอาจห้อยลงมา แต่เมื่อพบเห็นอาการนี้โรคจะอยู่ในระยะรุนแรงมากแล้ว โดยทั่วไปเมื่อโรคเริ่มเป็น จะพบว่าเนื้อเยื่อของกาบลำต้น เหง้า (ลำต้นแท้) ก้านใบ ก้านเครือ มีท่อน้ำท่ออาการถูกทำลาย เป็นสีน้ำตาล เมื่อผ่าออกจะมีของเหลวเหนียวเป็นยางไหลออกมา โรคนี้จะทำให้ต้นกล้วยค่อยๆ ตายไป ถ้าเป็นในระยะออกเครือจะทำให้ผลอ่อนสุกก่อนกำหนด ขนาดเล็กเท่านิ้วมือปะปนกับผลอ่อนที่ยังเขียวอยู่ เมื่อเป็นในระยะต้นอ่อน ใบจะเป็นสีเหลืองมีขอบใบแห้งอยู่โดยรอบ แคระแกรน ไม่เจริญเติบโต

การป้องกันกำจัด

• ทำความสะอวดเครื่องมือเกษตร เช่น มีด จอบ เสียม ต้องระมัดระวังอย่าใช้มีดที่ตัดแต่งจากกล้วยกอหนึ่งไปยังอีกกอหนึ่ง เพราะจะเพิ่มการระบาดของโรค

• กล้วยที่เป็นโรคต้องขุดทิ้ง นำไปเผาไฟ แล้วราดหลุมด้วยฟอร์มาลิน 5 เปอร์เซ็นต์

• แช่หน่อพันธุ์ปลูกด้วยฟอร์มาลิน 5 เปอร์เซ็นต์

• วิธีชีวภาพ สามารถนำหน่อกล้วยแช่ด้วยจุลินทรีย์บีเอสและไตรโคเดอร์มาก่อนปลูกได้

>>>>> กดปิด

จะโรคใบเหี่ยว, โรคใบจุด,โรคกล้วยตายพราย, โรคแอนแทรคโนสในกล้วย หรือโรคอะไรก็สุดแล้วแต่ ถ้าเรารู้เท่าทันก่อนโรคสักหนึ่งก้าว ก้อสามารถป้องกัน ไม่ให้เกิดในแปลงของเราได้


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง