ฤดูแล้ง น้ำน้อย มาใช้ระบบน้ำหยดกันดีกว่า

นี่ก็ย่างเข้าฤดูแล้งกันแล้ว หลายพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำใช้และน้ำทำการเกษตรกันแล้ว เกษตรกรที่ปลูกพืชไปแล้วอาจจะได้รับผลกระทบจากการที่มีน้ำไม่เพียงพอที่ใช้ในการปลูกพืช ส่งผลให้ต้นพืชแคระแกร็น ชะงักการเจริญเติบโต ออกดอกติดผลน้อย เหี่ยวง่าย หากขาดน้ำรุนแรงและเป็นเวลานาน อาจทำให้ต้นพืชยืนต้นตายได้ง่ายค่ะ

การปลูกพืชในฤดูแล้งจึงควรมีการคำนึงถึงเรื่องน้ำเป็นอันดับแรก โดย

  • เลือกปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย
  • เลือกปลูกพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้น
  • เลือกบริเวณปลูกพืชที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
  • เลือกใช้ระบบชลประทานที่เหมาะสม เช่น ใช้ระบบน้ำหยด

ระบบน้ำหยด

การให้น้ำแบบหยด (drip irrigation หรือ trickle irrigation) ต้นกำเนิดคือประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่ขาดแคลนน้ำทั้งปริมาณและคุณภาพ เนื่องจากน้ำในประเทศอิสราเอลมีความเค็มของเกลืออยู่สูงมาก จึงได้คิดค้นระบบการให้น้ำแบบหยดขึ้น

ระบบน้ำหยด เป็นเทคโนโลยีการชลประทานวิธีหนึ่งในหลายวิธี เป็นระบบการให้น้ำต้นพืชที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นการให้น้ำแก่พืชโดยการส่งน้ำผ่านระบบท่อและปล่อยน้ำออกทางหัวน้ำหยด ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช น้ำจะหยดซึมลงมาบริเวณรากช้าๆ สม่ำเสมอในอัตรา 4-20 ลิตร ต่อชั่วโมง ที่แรงดัน 5-25 PSI ขึ้นอยู่กับระบบ ชนิดพืช ขนาดพื้นที่ และชนิดของดิน ทำให้ดินมีความชื้นคงที่ในระดับที่พืชต้องการและเหมาะสมตลอดเวลา ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของระบบน้ำหยด

  1. ระบบน้ำหยดเป็นระบบที่ต้องการแรงดันต่ำ จึงประหยัดพลังงานกว่า และเป็นระบบที่ประหยัดน้ำหรือใช้น้ำน้อยที่สุด แต่เนื่องจากรูที่น้ำออกมีขนาดเล็กมาก จึงมักจะอุดตันได้ง่าย การติดตั้งระบบนี้จึงต้องคำนึงไว้อย่างสำคัญคือ ต้องมีเครื่องหรือระบบการกรองที่ดีพอ
  2. ระบบนี้ไม่ต้องการแรงดันน้ำสูงจึงประหยัดไฟฟ้ากว่า (ใช้ปั๊มขนาดเล็กกว่า) จุดหยดของน้ำต้องสัมพันธ์กับรัศมีรากพืชที่ปลูก
  3. ให้น้ำได้ตรงจุดรากพืช ไม่หกเลอะเทอะ
  4. ปล่อยน้ำทีละน้อยๆ น้ำไม่ไหลบ่า ลดการสูญเสียน้ำ
  5. ประหยัดน้ำ เวลา และแรงงาน
  6. เหมาะสำหรับการปลูกพืชในฤดูแล้ง หรือพื้นที่ที่มีน้ำน้อย
  7. ควบคุมโรคที่เกิดกับต้นพืชได้
  8. วัชพืชขึ้นน้อย

ข้อเสียเปรียบของระบบหยด

  1. ต้องให้น้ำเป็นเวลานานกว่า
  2. ต้องมีระบบกรองที่ดีเพื่อป้องกันการอุดตัน
  3. ละเอียดอ่อนและดูแลระบบยากกว่า เพราะอาจจะอุดตันได้ง่าย ถ้าระบบกรองไม่ดีพอ

ตัวอย่างการใช้ระบบน้ำหยดในพืชต่างๆ

  • ธราวุฒิ ไก่แก้ว วิศวกรการเกษตรชำนาญการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ทดลองในแปลงปลูกผักขนาดไม่เกิน 200 ตร.ม. กว้าง 10 ม.×ยาว 20 ม. ปลูกพืชระยะห่างระหว่างแถว 50 ซม. ผลคือพืชได้น้ำสม่ำเสมอ
  • นางสุภาพร โฮงยู เกษตรกรในอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เปลี่ยนจากการทำนาปรังมาเป็นการยกร่องปลูกพริกพันธุ์ซุปเปอร์ฮอต บนเนื้อที่ 1 ไร่ หลัง อ.สรรพยา ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก แต่ได้รับการชักชวนจากผู้นำท้องถิ่นให้เข้าร่วมศึกษาดูงานการปลูกพริกด้วยระบบน้ำหยด ทำให้พบข้อดีของการใช้ระบบน้ำหยดคือ ประหยัดน้ำซึ่งรวมถึงประหยัดต้นทุนการสูบน้ำด้วย การให้ปุ๋ยก็ทำได้ง่ายเพียงผสมปุ๋ยลงในถังระบบน้ำแล้วเปิดวาล์วให้ปุ๋ยผสมน้ำหยดลงโคนต้นวันละ 30-40 นาที โดยไม่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากเหมือนการให้ปุ๋ยแบบใช้คนหว่านทั่วๆ ไป
  • คุณสมพร สว่างศรี หรือ เกษตรกร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ปลูกก้อยใช้น้ำหยด พบว่า ผลผลิตเพิ่มขึ้น ขายได้เยอะขึ้นเกือบ 50% เพราะอ้อยไม่ตายเลย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อย ที่แอดมินนำมาเล่าสู่เพื่อนๆ การใช้ระบบน้ำหยดสามารถใช้ได้กับพืชเกือบทุกชนิดเลยค่ะ แอดมินอยากชวนเพื่อนๆ เกษตรกรลองศึกษาระบบน้ำหยด และปรับเปลี่ยนระบบการให้น้ำพืชอย่างเหมาะสมกับชนิดของพืชที่ปลูกกันนะคะ


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช, การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง