วนเกษตร

อาศัยความหลากหลายทางชีวภาพและสามารถฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์จากพื้นดินรกร้างและเสื่อมโทรม สร้างแนวกันชนทางกายภาพ และการเงินจากการลดลงของป่าไม้ที่เหลืออยู่ นี่คือที่มาของ “วนเกษตร”และปรับปรุงศักยภาพของดินในการบำรุงดินและผลิตอาหารวนเกษตรอนุรักษ์พันธุ์ไม้ยืนต้นสูงให้ร่มเงาเป็นหลังคาคลุมเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ป่าให้ร่มเงาให้ทางเดินและกักเก็บน้ำที่ไหลผ่านและทำให้สัตว์ในป่าสามารถมีส่วนร่วมในวัฏจักรของป่าตามธรรมชาติ กระจายเมล็ดพันธุ์และขับถ่ายทั่วผืนป่า

ข้อดีในวนเกษตรมีดังนี้

  • วนเกษตรอาศัยหลักการผลิตของป่าตามธรรมชาติเพื่อใช้ประโยชน์จากระดับความสูงที่แตกต่างกันของต้นไม้และพืชที่ให้ผลผลิต
  • วนเกษตรที่ดีใช้ปัจจัยการผลิตเพียงเล็กน้อยและมีความต้านทานตามธรรมชาติต่อศัตรูพืช
  • ใบไม้ย่อยสลายในเขตร้อนได้อย่างรวดเร็วเป็นอาหารจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งกลายมาเป็นอาหารแก่ต้นไม้เป็นการสร้างป่าที่สุขภาพดีและมีผลผลิต
  • การเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของพืชแต่ละชนิดช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตที่ดีที่สุดของพืชได้
  • การปลูกพืชพื้นเมืองช่วยให้เกษตรกรมีพืชที่เหมาะต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น และลดความรุนแรงต่อปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชจากในพื้นที่นอกจากเนื้อไม้แล้วผลผลิตอื่น ๆ ยังเป็นรายได้เพิ่มเติมอีกด้วย
  • วนเกษตรยังสามารถช่วยสนับสนุนโภชนาการของหลาย ๆ ครอบครัวและชุมชนได้โดยการเป็นแหล่งอาหารตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่สามารถขายได้

  • วนเกษตร สามารถสร้างพื้นที่กันชนระหว่างที่ตั้งถิ่นฐานและการผลิตอาหารของมนุษย์และป่าไม้ดั้งเดิมที่ประเมินค่าไม่ได้ ความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้นผ่านวิธีการเชื่อมต่อนี้
  • พืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วสามารถใช้เป็นฟืน (อาจถึง 100% ของครัวเรือนใช้ไม้จากป่าในการทำอาหาร) สามารถช่วยอนุรักษ์ป่าดั้งเดิมและยังให้รายได้เสริม
  • การปลูกพืชตระกูลถั่ว (รวมถึงถั่วที่กินได้) เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าดินมีสุขภาพดีที่มีความอุดมสมบูรณ์ในระบบวนเกษตร เนื่องจากพืชเหล่านี้ช่วยทดแทนไนโตรเจนที่ถูกนำออกไปกับการเก็บเกี่ยว พืชตระกูลถั่วสามารถปลูกเป็นพืชคลุมดิน ปลูกแซม หรือปลูกเป็นพืชหมุนเวียนก็ได้
  • พืชปุ๋ยบางชนิดทิ้งใบของมันเมื่อฝนตก ใบไม้ที่ร่วงเพิ่มสารอาหารให้กับดินและเพิ่มแสงแดดให้ส่องถึงต้นโกโก้/พืชเพาะปลูก

ป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่างหลักการเดียวกันเป็นที่รู้จักกันรูปของ “ป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง” ที่ใช้การผสมผสานระหว่างการปลูกไม้เนื้อแข็ง (สำหรับที่อยู่อาศัย) ไม้กิน (ไม้ผล) และไม้ใช้ (ไม้ฟืน และไม้สำหรับการใช้งานทั่วไป) การทำวนเกษตรที่ดีใช้ปัจจัยการผลิตน้อย ด้วยการดูแลสิ่งที่มีอยู่อย่างเหมาะสมและการเข้าใจป่า ทำให้เกษตรกร สามารถเพิ่มผลิตภาพจากการเพาะปลูกของพวกเขาในขณะที่ลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากสารเคมีและปุ๋ย

  • ประโยชน์พออยู่ – การปลูกไม้เนื้อแข็งอายุยืนเพื่อใช้สร้างที่พักอาศัยและเครื่องเรือนรวมทั้งยังสามารถรักษาไว้เป็นทรัพย์สินในอนาคตได้ ไม้ในกลุ่มนี้ได้แก่ ตะเคียนทอง ยางนา แดง สัก พะยูง ฯลฯ
  • ประโยชน์พอกิน – การปลูกต้นไม้ที่ใช้เป็นอาหารหรือใช้เป็นสมุนไพรได้ เช่น แค มะรุม สะตอ ผักหวาน กล้วย ฯลฯ
  • ประโยชน์พอใช้ – การปลูกพืชโตเร็วเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น เผาถ่าน ทำหัตถกรรม ป้องกันลม ไม้ในกลุ่มนี้ได้แก่ ไผ่ กระถินเทพ หวาย มะคำดีควาย ฯลฯ
  • ประโยชน์พอร่มเย็น – การปลูกป่าเพื่อประโยชน์ทั้งสามอย่างจะนำไปสู่ความร่มเย็นและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น

สรุปสั้นๆ ระบบวนเกษตร คือ การให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้อย่างหลากหลายในฟาร์มและพื้นที่ชนบทเพื่อการฟื้นฟูผืนดิน พืชจำพวกนี้ประกอบด้วยพืชปุ๋ยสำหรับการฟื้นฟูดิน คุณภาพของดินและความมั่นคงทางอาหาร ไม้ผลเพื่อโภชนาการ พืชอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มผลผลิตจากการทำปศุสัตว์ขนาดย่อม ไม้ซุงและไม้เชื้อเพลิงเพื่อที่อยู่อาศัยและพลังงาน พืชเป็นยาเพื่อต่อสู้กับโรคภัย และไม้ยางเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทกาวและยาง ต้นไม้หลายชนิดเหล่านี้มีประโยชน์หลายด้าน


Contributor :

นามปากกา : Bussaba Sornyoo

เชื่อเอาไว้อย่างหนึ่งว่าโลกของเราก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ ที่ไม่สามารถอ่านได้ทั้งหมดในหน้าเดียว ค่อยๆ ค้นหาและจะเจอคำตอบในคำถาม


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช, การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกพืชเเบบอินทรีย์กันเถอะนะ!