ป่าแห้งแล้ง ไร้อาหาร ระวัง “มวนหวาน” บุกสวน

 ผีเสื้อมวนหวาน (Fruit piercing moth)

“เตือนภัยเกษตรกรให้เตรียมรับมือบรรดาแมลงหนีความอดอยากจากภัยแล้ง อพยพออกจากป่าบุกสวนผลไม้”

ผีเสื้อมวนหวาน

ปกติแมลงศัตรูสวนผลไม้จำพวกผีเสื้อมวนหวาน ซึ่งเป็นแมลงปากแข็ง จะอาศัยและหากินผลไม้อยู่ในป่า แต่หากปีไหนเกิดภาวะภัยแล้งรุนแรง ถึงขั้นผลไม้ในป่าติดดอกออกผลน้อยหรือไม่ออกผลเลย ผีเสื้อมวนหวานจะยกฝูงลงมาหากินในสวนผลไม้ของเกษตรกรเป็นจำนวนมากและการระบาดของผีเสื้อมวนหวานแบบนี้ ครั้งล่าสุดพบเมื่อปี 2542 ซึ่งเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ ที่เกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรง กลุ่มผีเสื้อมวนหวานได้อพยพยกฝูงบินลงมาหากิน สร้างความเสียหายในแหล่งปลูกผลไม้ใกล้กับเขตป่า โดยการระบาดในครั้งนั้นได้สร้างความเสียหาย

อย่างรุนแรงให้กับเกษตรกรผู้ปลูก ส้มเขียวหวาน ส้มโอ และมังคุด ในจังหวัด ปราจีนบุรี จันทบุรี และสระแก้ว แหล่งผลไม้สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ผลไม้อื่นๆ เช่น ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ ลองกอง ก็เป็นอาหารของผีเสื้อมวนหวานด้วย “เมื่อในป่าไม่มีอาหารเพียงพอ ผีเสื้อมวนหวานจะย้ายถิ่นลงมาหากินในพื้นที่มีอาหารสมบูรณ์ นั่นคือสวนผลไม้ของเกษตรกรแทน” นอกจากจะมาหากินแล้วยังผสมพันธุ์ ออกลูกออกหลาน ทำให้สวนผลไม้เสียหายหนัก โดยตัวอ่อนที่เพิ่งฟักออกจากไข่อยู่ในช่วงเป็นตัวหนอน จะอาศัยกินวัชพืชต้นหญ้าในสวน เมื่อโตเต็มวัยกลายเป็นผีเสื้อ จะย้ายแหล่งอาหารบินขึ้นมาดูดกินผลไม้ และด้วยผีเสื้อมวนหวานมีปากที่แข็ง จึงสามารถใช้ปากเจาะทะลุเปลือกผลไม้เข้าไปดูดกินน้ำหวานได้ไม่ยาก ไม่เพียงแต่เปลือกส้ม ลำไย เท่านั้นที่เจาะได้ แม้แต่ เปลือกมังคุดที่ว่าแข็ง ผีเสื้อมวนหวานยังเจาะทำเข้าไปดูดกินน้ำหวานได้ ส่งผลให้ผลไม้ร่วงหล่นเน่าใต้โคนต้นไปทั้งสวน”

ผีเสื้อมวนหวาน-โตเต็มวัย

วิธีการป้องกัน

  1. เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ต้องดูแลพื้นที่โดยรอบ พร้อมกำจัดวัชพืช เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งอาหาร และที่อยู่อาศัยของตัวหนอนผีเสื้อมวนหวาน
  2. การกำจัดในช่วงโตเต็มวัย เนื่อง จากผีเสื้อมวนหวานหากินกลางคืน ดังนั้นการฉีดสารเคมีที่ฉีดพ่นตอนกลางวันจะไม่ได้ผล และวิธีกำจัดที่ได้ผลดีที่สุดคือ ทำกับดัก โดยใช้ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมอย่างสับปะรด หรือกล้วย ชุบสารเคมี กลุ่มคาร์บาริล หรือเซฟวิน 85 ในอัตรา 2 ซีซี ผสมน้ำ 1 ลิตร จากนั้นนำเหยื่อผลไม้แช่ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วนำไปแขวนภายในสวนหลายๆจุด ล่อให้ผีเสื้อมวนหวานมาดูดน้ำหวาน
  3. นอกจากนี้ยังมีวิธีกับดักแสงไฟ ล่อด้านบน ด้านล่างทำเป็นอ่างน้ำ เมื่อผีเสื้อมาเล่นแสงไฟจะได้หล่นลงในน้ำ หรือใช้สวิงโฉบดักจับในช่วงกลางคืน วิธีนี้ได้รับความสนใจจากชาวสวนมากเพราะต้นทุนต่ำ อีกวิธีที่ได้ผลเช่นกัน นั่นคือ ขึงตาข่ายกั้นผีเสื้อมวนหวานรอบสวน แต่ต้นทุนจะสูง
  4. การป้องกันกำจัดโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์เมธาไรเซียม วิธีการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
    • การ กำจัดตัวหนอน หลังกำจัดวัชพืชแล้ว ให้ฉีดพ่นเชื้อจุลินทรีย์ให้ทั่วแปลงทั้งฉีดทางใบ และฉีดลงดิน เพื่อให้เชื้อมีการเจริญเติบโตพร้อมที่จะเข้าทำลายตัวหนอน เชื้อชนิดนี้สามารถเกาะติดอยู่บนใบพืชและผลไม้และอาศัยอยู่ในดินได้เป็นเวลา นาน
    • การกำจัดตัวเต็มวัย ควรฉีดพ่นในเวลากลางคืน เพราะจะต้องฉีดให้โดนตัวผีเสื้อ เมื่อเชื้อติดไปกับตัวผีเสื้อจะเจริญเติบโตและเข้าทำลายผีเสื้อได้เอง แต่วิธีนี้ต้องทำในช่วงที่ผีเสื้อออกหากิน คือช่วงกลางคืน อาจทำให้เกษตรกรไม่สะดวก

 

ผีเสื้อมวนหวาน-วิธีกำจัด

  • อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรมีการป้องกันและเตรียมรับมือกับผีเสื้อมวนหวาน โดยหมั่นสังเกตต้นพืชและชนิดของแมลงที่พบในสวนทั้งกลางวันและกลางคืน จะได้เตรียมรับมือได้ทัน

ที่มา : ไทยรัฐ 5 ม.ค.59 และ ศูนย์วิจัยเอส.วี. 090 880 1089


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง