หนอนหัวดำมะพร้าว

เมื่อไม่นานมานี้เราได้รู้จักได้ค้นพบ “หนอนหัวดำมะพร้าว” เป็นแมลงศัตรูพืช ที่พบพื้นที่ระบาด และศึกษาชีววิทยาเบื้องต้นของ หนอนหัวดำมะพร้าว ซึ่ง สาเหตุส่วนหนึ่งคือ การนำมะพร้าว จากอินโดนีเซียเข้ามาขายในไทยด้วย เรามาทำความรู้จัก หนอนหัวดำมะพร้าว ซึ่งเคยสร้างความลำบากใจให้เพื่อนเกษตรกรที่ลงปลูก มะพร้าว, ตาลโตนด, ปาล์มประดับ และกล้วย ในพื้นที่ 8 จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์, ศรีสะเกษ, นครสวรรค์, ปทุมธานี, นนทบุรี, สุราษฎร์ธานี, นครราชสีมา และอุทัยธานี และตอนนี้เริ่มระบาด ในแถบจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สร้างความลำบากใจให้เพื่อนๆ ที่ปลูกมะพร้าวเป็นอย่างมาก รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพของสารชีวภัณฑ์ในการป้องกัน

วงจรชีวิตของหนอนหัวดำมะพร้าว

 

ล่าสุด “หนอนหัวดำ” ระบาดหนักทำลายล้างพื้นที่ปลูกมะพร้าวใน 29 จังหวัด  อาทิ อ่างทอง ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา อุดรธานี สงขลา สตูล นราธิวาส บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ระนอง ชุมพร และปัตตานี ลุกลามขยายการระบาดออกไปครอบคลุมพื้นที่มากถึง 78,954 ไร่ โดยหน่วยงานภาครัฐกำหนดให้พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเขตควบคุมศัตรูพืชเพื่อควบคุมการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวให้อยู่ในพื้นที่จำกัดและเร่งกำจัดให้หมดไป

หนอนหัวดำมะพร้าว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Opisina arenosella Walker มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Coconut black-headed caterpillar ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดลำตัววัดจากหัวถึงปลายท้อง ยาวประมาณ 1 – 1.2 เซนติเมตร ปีกสีเทาอ่อน มีจุดสีเทาเข้มที่ปลายปีก ลำตัว แบน ชอบเกาะนิ่งแนบตัวติด ผิวพื้นที่เกาะ เวลากลางวัน จะเกาะนิ่งหลบอยู่ใต้ใบมะพร้าว หรือในที่ร่ม ผีเสื้อเพศเมีย มีขนาดใหญ่กว่า เพศผู้เล็กน้อย การเจริญเติบโตของหนอนหัวดำพบว่าระยะหนอน 32-48 วัน มีการลอกคราบ 6 – 10 ครั้ง โดยแต่ละวัยมีระยะเวลาเติบโตแตกต่างกัน พฤติกรรมการวางไข่ของผีเสื้อ หนอนหัวดำ พบว่าผีเสื้อเพศเมียเริ่มวางไข่ 2 วันหลังออกจากดักแด้ และวางไข่ทุกวันติดต่อกันไปประมาณ 4-6 วัน จากนั้นผีเสื้อเพศเมียจะเริ่มตาย โดยเฉลี่ยผีเสื้อ หนอนหัวดำวางไข่ตัวละ 49-490 ฟอง เฉลี่ย 303.87 ฟอง

Arrow
Arrow
Slider

ลักษณะการทำลาย

ตัวหนอนกัดแทะผิว ใบแก่ และสร้างใยถักพันโดยใช้มูลที่ถ่ายออกมาผสมกับเส้นใยที่สร้างขึ้นทำเป็นอุโมงค์ ยาวตามแนวของใบมะพร้าวคล้ายทางเดินของปลวก ตัวหนอนจะอาศัยอยู่ในอุโมงค์ ที่สร้างขึ้นและแทะกินผิวใบตามทางยาวของอุโมงค์ ตัวหนอน ที่โตเต็มที่จะถักใย หุ้มลำตัวอีกครั้ง และเข้าดักแด้อยู่ภายในอุโมงค์ดักแด้มีสีนํ้าตาลเข้ม ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดลำตัวยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เพศผู้มีขนาดเล็ก กว่าเพศเมียเล็กน้อย การระบาดเข้าทำลายมะพร้าว ที่เกิด อย่างรุนแรงจะทำให้ผลผลิตมะพร้าวลดลงมากกว่าร้อยละ 50 หากเกิดระบาดรุนแรงติดต่อกันนาน จะทำให้ต้นมะพร้าวตาย

ศัตรูธรรมชาติและการควบคุมโดยชีววิธี

แตนเบียน Trichospilus pupivorus (Eulophidae)

จากการสำรวจชนิดของศัตรูธรรมชาติที่พบในพื้นที่ ที่หนอนหัวดำระบาด พบศัตรูธรรมชาติ
1. แตนเบียนหนอน 2 ชนิด ได้แก่แตนเบียน Bracon hebetor/ แตนเบียนวงศ์ Eulophidae ที่ยังไม่ทราบชื่อ1 ชนิด
2. แตนเบียนดักแด้ 3 ชนิด ได้แก่ แตนเบียนดักแด้ Trichospilus pupivorus (Eulophidae)/ แตนเบียน Brachymeria sp.(Chalcididae)/ แตนเบียน Eurytoma sp. (Eurytomidae)
3. ด้วงตัวห้ำ ได้แก่ ด้วงตัวห้ำในวงศ์ Cleridae

ทีมคณะผู้วิจัยจากกรมวิชาการเกษตร ได้ศึกษาของแตนเบียนต่างๆและหาวิธีการเพาะเลี้ยง เพื่อเพิ่มปริมาณนำไปทดสอบประสิทธิภาพในการควบคุม หนอนหัวดำมะพร้าวในภาคสนาม พบว่าแตนเบียน T. pupivorus ทำลายดักแด้ ของหนอนหัวดำมะพร้าว จากการทดสอบประสิทธิภาพในการเข้าทำลาย พบว่า แตนเบียนชนิดนี้สามารถเบียน ได้สูงสุดเพียง 28.5 – 32.65% มีศักยภาพไม่มากพอที่จะนำมาใช้เป็นวิธีการควบคุมแบบชนิดเดียว กับ หนอนหัวดำมะพร้าว แต่ให้ใช้ควบคู่กับวิธีอื่นๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ผลเร็ว และชัดเจนขึ้น นอกจากสำรวจพบแตนเบียนและแมลงห้ำลงทำลายหนอนหัวดำมะพร้าวแล้ว ยังพบเชื้อราลงทำลายหนอนและดักแด้ของหนอนหัวดำมะพร้าว นักวิจัยที่ทำงานวิจัยด้านเชื้อรา ศัตรูแมลงทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ชนิดของเชื้อรา ศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป นอกจากนั้นได้ทดสอบประสิทธิภาพของเชื้อราเขียวในห้องปฏิบัติการ โดยใช้ เชื้อรา เขียว 3 สายพันธุ์ที่เก็บรักษาไว้ที่กรมวิชาการเกษตร พบว่าเชื้อราเขียวที่ได้จากหนอนแมลงดำหนาม มะพร้าว ทำให้หนอนหัวดำตาย 55-86.67%

การทดสอบประสิทธิภาพของสารฆ่าแมลง

  • มีการทดสอบประสิทธิภาพของสารฆ่าแมลงในการควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าว การทดลองใช้ชีวภัณฑ์ ได้แก่เชื้อราเขียวเมตาไรเซัยม/ เชื้อแบคทีเรีย“บีที”/ ไส้เดือนฝอยศัตรูแมลง และ สารเคมีฆ่าแมลงในการควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าวพบว่า “บีที” ให้ผลดีในการควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าว สำหรับสารเคมี ฆ่าแมลงที่ให้ผลในการควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าวได้ดี คือ สารผสมระหว่าง ไทอะมิไธแซม (Thiamithixam) +แลมป์ดาไซฮาโลทริน แต่การใช้สารเคมีจะส่งผลให้แตนเบียน แมลงดำหนามมะพร้าวตาย ดังนั้นการใช้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
  • การควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าว : วิธีการควบคุม หนอนหัวดำมะพร้าว แบบชีวภาพ ที่ได้ผลดี คือ

    – ตัดใบมะพร้าวที่ถูกทำลาย นำลงมาฝังหรือเผาทำลาย

    – การพ่นด้วยชีวภัณฑ์ “เมตาไรเซียม” ควบคุมการระบาดในช่วง เริ่มระบาด

    – การพ่นด้วยชีวภัณฑ์ “บีที” Bacillus thuringiensis kurstaki เป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ควบคุมศัตรูพืชจำพวกหนอนผีเสื้อได้ดี อัตราที่แนะนำใช้ บีที 80 มิลลิลิตร ผสมนํ้า 20 ลิตร ฉีดพ่นต้นละ 5 – 10 ลิตร ขึ้นกับขนาดของต้นมะพร้าวและ เครื่องพ่น โดยให้ฉีดพ่นให้ทั่วใบและทรงพุ่ม  พ่นติดต่อกัน 3 – 5 ครั้ง ห่างกัน 7 – 10 วัน

เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ต้องการควบคุมแมลงศัตรูมะพร้าว ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีฆ่าแมลง เนื่องจากแมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญ นอกจากหนอนหัวดำมะพร้าวแล้ว ยังมีแมลงดำหนามมะพร้าว ซึ่งสามารถใช้แตนเบียน-หนอนควบคู่ กับการใช้แตนเบียน-ดักแด้ ควบคุมได้ผลเป็นอย่างดี และ มะพร้าวเป็นพืชที่มีลำต้นสูง การพ่นสารเคมีฆ่าแมลงจะกระจายวงกว้าง เป็นอันตรายต่อเกษตรกรในระยะยาวได้

ที่มาข้อมูล : กรมวิชาการเกษตร/ รูปภาพและอนุเคราะห์ข้อมูลบางส่วน : คุณ Surasak Pairat/ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

มากำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวแบบอินทรีย์กันดีกว่า