หนอนเจาะดอกทานตะวัน..ระบาด

หน้าหนาวนี้ เป็นช่วงดอกทานตะวันเริ่มทยอยบานเต็มที่ ในหลายพื้นที่กำลังบานสะพรั่ง บางพื้นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม สร้างรายได้หมุนเวียนมาจำนวนมาก เกษตรกรที่ปลูกไร่ทานตะวัน นอกจากจะระวังเรื่องอากาศที่หนาวเย็นแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนเจาะดอกทานตะวันที่เเพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว เกษตรกรผู้ปลูกทานตะวันทุกภาคของประเทศไทย  เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศเหมาะสมต่อการระบาด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Helicoverpa armigera

วงศ์ : Noctuidae

อันดับ : Lepidoptera

รูปร่างลักษณะ

 

 

หนอนลำตัวมีสีเหลืองนวลและมีแถบสีดำพาดตามความยาวลำต้นและมีขนดูคล้ายหนาม ขึ้นตามลำตัวประปราย ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลาง ปีกคู่หน้าของผีเสื้อเพศเมียมีสีน้ำตาลปนแดง ส่วนเพศผู้มีสีน้ำตาลปนเขียว

ลักษณะการทำลาย

พบตัวหนอนกัดกินบริเวณจานดอกมากกว่าส่วนของใบ โดยหนอนจะกัดกินกลีบดอก กลีบเลี้ยงและเมล็ดทำให้ดอกไม่สวยงาม เพราะไม่มีกลีบดอกสีเหลืองในการช่วยดึงดูดแมลง เช่น ผึ้ง มาผสมเกสรทำให้การติดเมล็ดลดลง และมีเมล็ดลีบมากขึ้น นอกจากนั้นหนอนยังกัดกินส่วนของเมล็ดโดยตรง ท่าให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก

พืชอาหาร

 

ทานตะวัน, ฝ้าย, ข้าวโพด, ข้าวฟ่าง, ยาสูบ, ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วลิสง ไม้ผลและผักอีกหลายชนิด

การแพร่กระจาย

เนื่องด้วยเป็นแมลงที่มีพืชอาหารกว้างขวาง ดังนั้นการปลูกทานตะวันใกล้เคียงหรือปลูกตามพืชที่เป็นแหล่งอาหารของแมลงชนิดนี้ก็จะทำให้ทานตะวันได้รับความเสียหายอยู่เสมอ และทานตะวันที่ปลูกปลายฤดูฝนจะได้รับความเสียหายมากกว่าต้นฤดูฝน

 กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

  1. สำรวจแปลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงดอกใกล้บาน
  2. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติเช่น แตนเบียนไข่ แมลงหางหนีบ แมลงช้าง แมลงวันก้นขน และมวนเพชฌฆาต
  3. หลีกเลี่ยงการปลูกทานตะวันตามพืชที่เป็นอาหารของหนอนเจาะสมอฝ้าย เช่น ฝ้าย หรือ ข้าวโพด หากจำเป็นต้องปลูกรอบต่อไป ควรทำการไถกลบเศษซากพืชก่อนปลูก
  4. ถ้ามีการระบาดรุนแรง และจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดแมลง ควรพ่นด้วยชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยพ่นที่บริเวณจานดอก ได้แก่ – อิมาเม็กติน เบนโซเอท 1.92% – ลูเฟนนูรอน 5% – คลอร์ฟลูอาซูรอน 5% – เมท็อกซี่ฟีโนไซด์ 24%

ใช้ชีววิธีควบคุมโดยเชื้อราเมธาไรเซียม

ฉีดพ่นเชื้อราเมธาไรเซียม อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ แล้วนำไปฉีดพ่นในช่วงเย็นๆ อากาศไม่ร้อน ฉีดให้ชุ่มโชกทั้ง บริเวณจานดอก กลีบดอก

  1. ในกรณียังไม่มีการระบาด ฉีดพ่นเชื้อราเมธาไรเซียมเพื่อป้องกันหนอนศัตรูพืช อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ โดยฉีดทุก 7 วัน
  2. ในกรณีหนอนศัตรูพืชเริ่มระบาด ฉีดพ่นเชื้อราเมธาไรเซียมกำจัด อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ โดยฉีดทุก 7 วัน ติดต่อกัน 2-3 ครั้ง
  3. ในกรณีระบาดรุนแรง ฉีดพ่นเชื้อราเมธาไรเซียมกำจัดหนอนศัตรูพืช อัตรา 100-200 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ โดยฉีดทุก 3 วัน ติดต่อกัน 2-3 ครั้ง หรือจนกว่าหนอนลดน้อยลง

ที่มา : ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร / กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืชกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

สินค้าป้องกันโรคพืชและแมลง