เชื้อบีเอส คืออะไร?

เชื้อบีเอส คืออะไร?


แบคทีเรียบาซิลลัส ซับติลิส (เชื้อบีเอส) จัดเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย สามารถป้องกันรักษาโรค เช่น  โรครากเน่า-โคนเน่า โรคผลเน่าของทุเรียน พริกไทย แคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม มะนาว มะละกอ สับปะรด และยางพาราที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปธอร่า (Phytophthora spp.)โรคกล้าเน่ายุบตาย ในพืชตระกูลแตง พริก มะเขือเทศ ถั่ว  ผักชนิดต่างๆ ไม้ดอกไม้ประดับที่เกิดจาก เชื้อราเชื้อราพิเทียม (Pythium spp.), เชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium spp.)เชื้อราไรซอคโทเนีย (Rhizoctonia spp.), เชื้อราสเคลอโรเทียม (Sclerothium spp.) ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ สามารถกำจัดเชื้อราเขียว ราดำ ที่เป็นศัตรูในตระกูลเห็ดทุกชนิด (⇐อ่านต่อที่นี่.)

“คุณสมบัติของเชื้อบีเอสที่โดดเด่นคือ เป็นเเบคทีเรียแกรมบวกที่พบได้ทั่วไปในดิน สร้างแคปซูลได้ สามารถปรับตัวและทนต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนและทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดี นอกจากนี้ยังผลิตสารพิษ สร้างสปอร์ และเอนไซม์บางชนิดที่สามารถเข้าทำลายเชื้อราสาเหตุของโรคพืชและยังมีประโยชน์ในการนำมาใช้กระตุ้นให้เกิดความต้านทานของพืชต่อเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคพืชในอนาคต”

มารู้จักสาเหตุโรคพืชกันดีกว่าและเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับมัน:

โรคพืชและผลผลิตมักเป็นของคู่กัน แต่ถ้าเรารู้จักป้องกันตั้งแต่แรก จะทำให้ลดหรืออาจปลอดโรคได้ เชื้อสาเหตุเข้าสู่พืชทางแผล ผ่านทางผนังเซล หลังจากเชื้ออยู่ในต้นพืชแล้ว เชื้อโรคพืชจะแย่งอาหารจากพืชเพื่อการอยู่รอดและขยายพันธุ์ เป็นสาเหตุที่ทำให้เซลของพืชอาศัยนั้นมีการเจริญผิดปกติ มีอาการของโรคเกิดขึ้นเฉพาะแห่งหรือทั่วทั้งต้นขึ้น

  • เชื้อราที่ทำให้พืชเป็นโรค ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อโดยตรงหรือทางอ้อมจากสารต่างๆ ที่เชื้อขับถ่ายออกมาไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ของเซลและเนื้อเยื่อพืชสารที่เชื้อราสร้างขึ้นดังกล่าวได้แก่ เอนไซม์ สารพิษ (toxins) สารควบคุมการเจริญเติบโต (growth regulators) สารปฏิชีวนะ (antibiotics) โดยเชื้อสามารถสร้างสารใดสารหนึ่ง หรือหลายสารมารวมกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ หรือทำให้การเจริญเติบโตต่ำกว่าปกติ แคระแกร็น ใบล่างบิดเบี้ยว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของฮอร์โมนต่างๆ และมีผลไปอุดตันกลุ่มท่อลำเลียงของพืชโดยตรงจึงทำให้พืชเหี่ยวเฉา สารปฏิชีวนะที่เชื้อราหลายชนิดสร้างขึ้นมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยทำให้พืชมีสารพิษบางชนิด มีผลต่อความสามารถในการไหลผ่านของๆ เหลวของเยื่อหุ้มเซลและอัตราการหายใจของพืชเปลี่ยนแปลงไป
  • แบคทีเรียที่ทำให้พืชเป็นโรค เป็นจุลินทรีย์เซลล์เดียว มีผนังแข็งห่อหุ้มเซลล์ (cell wall) รูปร่างจึงคงที่ แต่ละเซลล์มีขนาดเล็กมาก ใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงจะเห็นเซลล์ชัดเจน แบคทีเรียบางชนิดสามารถเคลื่อนที่ได้เองด้วยหาง บางชนิดสามารถสร้างสปอร์ที่คงทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ แบคทีเรียมีการทวีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วยการแบ่งเซลล์ ส่วนใหญ่แบคทีเรียสาเหตุโรคพืชมีรูปร่างเป็นท่อนสั้นและไม่สร้างสปอร์ แต่จะมีชั้นเมือกหรือแคบซูลห่อหุ้มผนังด้านนอกเซลล์อีกชั้นหนึ่ง ช่วยให้มีอายุนานและทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดีขึ้น แบคทีเรียสามารถผลิตสารพิษและเอนไซม์ทำลายพืชให้ได้รับความเสียหายได้ แบคทีเรียบางชนิดสร้างสารเร่งการเจริญเติบโตไปทำให้เซลล์พืชเจริญมากผิดปกติ เกิดอาการบวมพอง เป็นปุ่มปม แบคทีเรียเข้าทำลายพืชได้ทางแผลที่เกิดขึ้นตามผิวพืชและทางช่องเปิดธรรมชาติ เช่น ปากใบ ปัจจุบันแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคพืชมีประมาณ 200 ++ ชนิด
  • โรคดอกร่วง, โรครากเน่า-โคนเน่า กิ่งเน่า โรคผลเน่า, โรคใบติด, โรคราสีชมพู ในทุเรียน
  • โรคแอนแทรคโนสในพืชตระกูลแตงอื่น ๆ พริก มะเขือ มะเขือเทศ ฯลฯ มะม่วง องุ่น มะละกอ กล้วย
  • โรครากเน่า-โคนเน่า ในพริกไทย
  • โรคใบจุด ผักคะน้า ผักกาดขาว พืชตระกูลกะหล่ำ หอม กระเทียม
  • โรคกาบใบเน่า โรคกาบใบแห้ง โรคใบไหม้ ในนาข้าว

เทคนิคเกษตรต่างๆ กันได้แล้วลองมาดัดแปลงให้เหมาะกับแปลงของเพื่อนๆ นะคะ


เพราะอะไรเชื้อบีเอสจึงโดดเด่นและสามารถป้องกันโรคข้างต้นได้ดี ?

  • ความสามารถเข้าทำลายเชื้อเเบคทีเรียของเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) (เชื้อบีเอส) ได้โดยตรง ยังสามารถสร้างสารปฏิชีวนะได้หลายชนิด และสามารถแก่งแย่งธาตุอาหาร ได้ดีกว่าจุลินทรีย์อื่นๆ ในสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลน

  • เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่โดยปกติมักจะพบอาศัยอยู่ภายในพืชโดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อพืชที่อาศัยอยู่ เเน่นอนว่าไม่มีผลกระทบต่อผลผลิตหลักนั่นเอง

  • มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวและทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนแม้ในขั้นวิกฤต โดยการสร้างสปอร์และทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดี

  • เชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) (เชื้อบีเอส) บางสายพันธุ์มีความสามารถในการผลิตสารพวก Toxic metabolite บางชนิดที่มีประโยชน์ในการนำมาใช้กระตุ้นให้เกิดความต้านทานของพืชต่อเชื้อสาเหตุโรคพืชที่เข้าทำลาย

ข้อแนะนำ:

ถึงแม้ว่าเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) (เชื้อบีเอส) จะ อึด ถึก ทนต่ออากาศร้อนชื้นได้ดี สภาพแวดล้อมที่แปรปรวน แต่ไม่แนะนำใช้ร่วมกับสารเคมี ฮอร์โมนพืชที่มีเคมีผสม หรือ ปุ๋ยชนิดฉีดพ่นทางใบ และแนะนำใช้ฉีดพ่นเวลาประมาณ 4 โมงเย็นหรือ ช่วงเวลามีแสงแดดอ่อน รดน้ำบริเวณโคนต้นให้เกิดความชื้น ก่อนฉีดพ่นเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) (เชื้อบีเอส) ให้ทั่วใต้ใบ กิ่งก้าน โคนต้น รวมถึงพื้นดินรอบๆ โคนต้นฉีดพ่นทุก 7-10  วัน เพื่อป้องกัน หรือฉีดพ่นทุก 3-5 วัน เป็นเวลา 3 ครั้ง ติดต่อกันเพื่อทำลายเชื้อโรคหลังมีอาการของโรคแสดงออกมา แม้ไม่มีสารตกค้างอันตรายต่อร่างกาย แต่ยังแนะนำการสวมหน้ากาก หรือ ใช้ผ้าปิดปากเพื่อกันละอองเข้าจมูกและปากเพื่อความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีของเพื่อนๆ ทุกท่านนะคะ^^

ที่มา : ศูนย์วิจัยเอสวีกรุ๊ป/ ภาพประกอบ: ขอขอบคุณภาพจากลูกค้าเครือ เอส.วี. กรุ๊ป นะคะ


Contributor :

นามปากกา : Bussaba Sornyoo

เชื่อเอาไว้อย่างหนึ่งว่าโลกของเราก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มใหญ่ ที่ไม่สามารถอ่านได้ทั้งหมดในหน้าเดียว ค่อยๆ ค้นหาและจะเจอคำตอบในคำถาม


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช, การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง