เชื้อราฆ่าแมลงได้จริงหรือ?

เชื้อราบิวเวอเรีย บาเซียน่า (Beauveria bassiana) มีรายงานการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเชื้อราหลายชนิด เช่น พบเชื้อราทำลายมวน (chinch bug) พบเชื้อราเขียวเมธาไรเซี่ยม แอนนิโซเพลีย (Metarhizium anisopliae) ทำลายหนอนด้วงที่อาศัยในดินและในต้นไม้ได้   ในสภาพธรรมชาติเรามักพบเชื้อราทำลายแมลงอีกหลายชนิด เช่น หนอนผีเสื้อ หนอนด้วง มวน เพลี้ยต่างๆ มด ปลวก เป็นต้น ทั้งนี้เพราะเชื้อราขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ ซึ่งสามารถเข้าทำลายแมลงทางผนังลำตัว เนื้อเยื่อรอยต่อของปล้องลำตัว และช่องเปิดต่างๆ เช่น รูหายใจ ช่องปาก และช่องทวาร เมื่อเชื้อราปลิวมาตกบนลำตัวแมลง และมีความชื้นที่เหมาะสมต่อการงอกของเชื้อรา เชื้อราสามารถงอกเส้นใยแทงทะลุผ่านผนังลาตัวของแมลงที่มันเกาะอยู่ การพบเชื้อราทำลายแมลงทั่วๆ ไปในปริมาณเล็กน้อย ไม่อาจสรุปได้ว่าเชื้อราชนิดนั้นจะสามารถนำไปควบคุมแมลงชนิดที่ถูกทาลายได้

ความสามารถของเชื้อราในการเข้าทำลายแมลงศัตรู

เชื้อเมธาไรเซียม

เมื่อสปอร์ของเชื้อราตกลงบนผนังลำตัวของแมลง เชื้อราจะพยายามยึดเกาะกับผนังลำตัวของแมลงโดยการสร้างปุ่มยึดเกาะหรือ appressorium พร้อมปล่อยเอนไซม์ย่อยโปรตีนและไขมันเพื่อให้เส้นใยที่งอก เรียกว่า เพค (peg) หรือ germ tube สามารถแทงทะลุผ่านผนังลำตัวแมลงซึ่งประกอบด้วยโปรตีนและไขมันชั้นต่างๆ คือ ผนังชั้นนอก (epicuticle) ผนังชั้นกลาง (procuticle) และผนังชั้นใน (epidermis)
(แต่แมลงบางชนิด เช่น หนอนเจาะสมอฝ้าย มีรายงานว่าสามารถ ปล่อยสารต่อต้านการเข้าทาลายของเชื้อราได้) ไปสู่ช่องว่างภายในลาตัวซึ่งเป็นที่ไหลเวียนโลหิต (haemolymph) ของแมลง ระยะนี้เองที่เชื้อราที่มีศักยภาพในการฆ่าแมลงจะผลิตสารพิษ (mycotoxin) ลงสู่กระแสโลหิตของแมลงพร้อมๆ กับการเจริญและสร้างเส้นใย (mycelium) จำนวนมากอัดแน่นอยู่ในลำตัวแมลง เชื้อราที่ใช้ควบคุมแมลงอย่างแพร่หลาย คือ เชื้อราขาวบิวเวอเรีย (Beauveria bassiana) ผลิตสารพิษบิวิริซิน (Beauviricin) และเชื้อราเขียวเมตาไรเซียม (Metarhizium anisopliae) ผลิตสารพิษเดสตรั๊กซิน (Destruxin) แมลงเป้าหมายจะตายเพราะฤทธิ์ของสารพิษและการดูดของเหลวภายในลำตัวไปใช้สร้างเส้นใยของเชื้อรา เมื่อแมลงตายซากของแมลงจะมีลักษณะแห้งแข็ง เต็มไปด้วยเส้นใยคล้ายมัมมี่ เส้นใยที่อัดแน่นอยู่ภายในลำตัวแมลงจะงอกทะลุผ่านลาตัวแมลงออกมาสร้างก้านชูสปอร์และอับสปอร์เพื่อขยายพันธุ์และเข้าทำลายแมลงต่อๆ ไป

จากคุณสมบัติและความสามารถของเชื้อราทำให้เชื้อรามีความเหมาะสมมากถึงระดับที่จะนำมาใช้ควบคุมแมลงในกลุ่มที่มีลักษณะเอื้ออำนวยต่อการเข้าทำลายของเชื้อราด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นำเชื้อรามาควบคุมแมลงได้ผลสำเร็จดังนี้

  • ควรเป็นแมลงที่อาศัยเป็นกลุ่ม เคลื่อนไหวช้าหรือไม่ค่อยเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจั๊กจั่น มวนชนิดต่างๆ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว เพื่อเปิดโอกาสให้เชื้อราได้ปลิวมาตกบนลาตัวแมลงและมีเวลาในการสร้างเส้นใยเพื่อแทงทะลุผ่านผนังลำตัวเข้าทาลายแมลงได้สำเร็จในขณะที่สภาพการอยู่ร่วมเป็นกลุ่มทำให้มีความชื้นเหมาะกับเชื้อราอีกด้วย ซึ่งการใช้สารเคมีกาจัดแมลงกลุ่มดังกล่าวต้องใช้สารดูดซึมที่มีฤทธิ์รุนแรง และมีพิษตกค้างนาน ดังนั้น เชื้อราขาวจึงมีความเหมาะสมมากสำหรับการมาใช้กับแมลง

  • ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงที่ระดับความชื้นสัมพัทธ์ 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เช่น แมลงที่ทำลายพืชใกล้แหล่งน้า เช่น เพลี้ยกระโดดแมลงศัตรูข้าว หนอนด้วงแรด ด้วงมะพร้าวที่ฝังตัวตามกองปุ๋ยของขยะ หรือกัดกินอยู่ภายในลำต้นไม้ใหญ่ การใช้เชื้อราเขียวจะมีความเหมาะสมกับแมลงที่อาศัยอยู่ในดินและในลำต้นพืชมาก

 บทความทางวิชาการ โดย : ศาสตราจารย์ ดร. จริยา จันทร์ไพแสง


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคและแมลง