เชื้อราบิวเวอร์เรียคืออะไร?

เชื้อราบิวเวอร์เรีย

เชื้อราบิวเวอร์เรีย เป็นจุลินทรีย์ที่จัดเป็นพวก “เชื้อราทำลายแมลง” โดยทำให้เกิดโรคกับแมลง สามารถทำลายแมลงได้หลายชนิดซึ่งได้แก่ แมลงจำพวกเพลี้ยต่างๆ หนอนผีเสื้อ ด้วง และแมลงวัน หรือยุง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสามารถกำจัดปลวก และมดคันไฟได้ ทำให้มดและปลวกตายยกรังได้ เชื้อราบิวเวอร์เรียสามารถนำมาใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูพืชที่สำคัญในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น เพลี้ยไฟ, แมลงหวี่ขาว, หนอนผีเสื้อ, เพลี้ยจั๊กจั่น, บั่ว, ปลวก, เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล, เพลี้ยไก่แจ้, แมลงค่อมทอง

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
ปลวก ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช
ปลวก
บั่ว ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช
บั่ว
เพลี้ยจั๊กจั่น ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช
เพลี้ยจั๊กจั่น
หนอนผีเสื้อ ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช
หนอนผีเสื้อ
แมลงหวี่ขาว ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช
แมลงหวี่ขาว
เพลี้ยไฟ ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช
เพลี้ยไฟ

• แมลงศัตรูพืชเป้าหมายในข้าว ได้แก่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ บั่ว หนอนห่อใบ
• ในมะม่วงได้แก่ เพลี้ยจักจั่นที่ทำลายช่อมะม่วง แมลงค่อมทอง
• ในพืชตระกูลส้มได้แก่ เพลี้ยอ่อนส้ม เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยไฟ ไรแดง
• ในพืชผักได้แก่ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงหวี่ขาว หนอน เป็นต้น

กลไกการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอร์เรีย

1. สปอร์เชื้อราตกติดอยู่กับผนังลำตัวแมลงเข้าสู่ตัวแมลงทางผนังลำตัว รูหายใจ บาดแผลบนผนังลำตัว เมื่อความชื้นเหมาะสมกับการงอก สปอร์จะแทงทะลุผิวหนังลำตัว เชื้อราจะงอกสู่ช่องว่างลำตัวแมลงเจริญเติบโตสร้างเส้นใยมากมายภายในตัวแมลง
2. เส้นใยจะใช้เนื้อเยื่อของแมลงเป็นอาหาร แมลงจะตายในที่สุด ภายในระยะเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และวัยของแมลง โดยทั่วไปประมาณ 3 – 14 วัน
3. เมื่อแมลงตาย เส้นใยจะแทงผ่านผนังลำตัวแมลงออกสู่ภายนอกตัวแมลง

การแพร่กระจายของเชื้อราบิวเวอร์เรีย

เชื้อราบิวเวอร์เรีย ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช

สปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกับตัวแมลง เชื้อราจึงสามารถขยายพันธุ์ต่อได้

สปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกับตัวแมลง เชื้อราจึงสามารถขยายพันธุ์ต่อได้ และเมื่อสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะ ทำลายแมลงศัตรูต่อไป

ลักษณะอาการของแมลงที่ถูกเชื้อราบิวเวอร์เรียเข้าทำลาย

เชื้อราบิวเวอร์เรีย ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช

1. แมลงที่ถูกทำลายจะแสดงอาการของการเป็นโรคคือ เบื่ออาหาร กินน้อยลง อ่อนเพลียและไม่เคลื่อนไหว
2. สีผนังลำตัวแมลงมักจะเปลี่ยนไป ปรากฏจุดสีดำบนบริเวณที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย
3. พบเส้นใย และผงสีขาว ของสปอร์ปกคลุมตัวแมลงที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย

วิธีการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย

1. เชื้อราบิวเวอร์เรีย กรณีเป็นเชื้อสด 1-2 กก. ต่อน้ำ 100 ลิตร ผสมสารจับใบ (กรองเอาเฉพาะน้ำ) หรือในกรณีเป็นเชื้อผงสำเร็จรูป 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบแล้วนำไปฉีดพ่น
2. ควรให้น้ำแปลงพืชที่จะควบคุมศัตรูพืชประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนทำการฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย
3. นำเชื้อราไปฉีดพ่นเพื่อควบคุมศัตรูพืชโดยต้อง
• พ่นให้ถูกตัวแมลงและศัตรูพืช หรือบริเวณที่แมลงศัตรูพืชอาศัยให้มากที่สุด
• ช่วงเวลาพ่นควรเป็นช่วงเวลาเย็น โดยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการงอกและเจริญเติบโตของเชื้อราคือ ความชื้นสูง และแดดอ่อน
4. ให้น้ำกับแปลงพืชในวันรุ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความชื้น
5. สำรวจแปลงพืช ถ้ายังพบศัตรูพืชเป้าหมายให้พ่นเชื้อราบิวเวอร์เรียซ้ำ

ปัจจัยที่เอื้อต่อการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียให้เกิดประสิทธิผล

เชื้อราบิวเวอร์เรีย ไตรโคเดอร์มา, บิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม, ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช

1. อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเชื้อราบิวเวอร์เรีย ที่จะทำให้เชื้อรางอกสปอร์ได้ดี จะอยู่ในระหว่าง 25 -27 องศาเซลเซียส ดังนั้น หากเกษตรกรซื้อมาแล้วยังไม่ได้ใช้จะต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 25-27 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ สปอร์จะไม่เจริญเติบโตและเสื่อมคุณภาพ เมื่อนำเชื้อราไปพ่นกำจัดแมลงหรือเพลี้ยก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
2. ต้องให้มีสภาพอากาศชื้นและไม่โดนแสงแดด เชื้อราจะขยายตัวได้เร็ว จึงควรใช้เชื้อราในช่วงเย็นๆ จะเห็นผลได้ภายใน 2-3 วัน
3. ความชื้น ความชื้นทีเหมาะสมสำหรับพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย ต้องมีความชื้นสูงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ความชื้นที่เหมาะสมที่สุด คือช่วงฤดูฝน
4. แสงกับช่วงเวลา การที่จะพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรียให้ได้ผล คือ ต้องเป็นช่วงเวลาเย็นที่อากาศมีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ การที่เลือกเวลาพ่นเชื้อราในตอนเย็น ก็เพื่อไม่ให้โดนแสงแดด เพราะแสงแดดจะทำให้เชื้อราเสื่อมคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น
5. ตัวแมลง ขนาด ระยะตัวอ่อน มีผลต่อการเข้าทำลายของเชื้อราบิวเวอร์เรีย

ที่มา : ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร/ จดหมายข่าวผลิใบ กรมวิชาการเกษตร/ ศูนย์วิจัยเอสวีกรุ๊ป

ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

สินค้าป้องกันโรคพืชและแมลง