เตรียมรับมือ “ด้วงหนวดยาว”บุกไร่อ้อย

แม้จะเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกอีกประเภทหนึ่งในยุคที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ เนื่องจากอ้อยเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกข้าว แต่กระนั้นปัจจุบันเกษตรกรชาวไร่อ้อยยังต้องเผชิญปัญหาการระบาดของ “ด้วงหนวดยาว” เข้าทำลายอ้อยสร้างความเสียหายและทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนขยายวงกว้างขึ้น

ด้วงหนวดยาว

จัดเป็นแมลงศัตรูอ้อยที่สำคัญต่อการปลูกอ้อย โดยสามารถเข้าทำลายอ้อยตั้งแต่ระยะเริ่มปลูกจนถึงระยะเก็บเกี่ยว โดยหนอนของด้วงหนวดยาวจะเข้าไปในส่วนของลำต้นอ้อยที่อยู่ใต้ดิน ทำให้อ้อยแห้งตาย ในอ้อยปลูกหากพบด้วงหนวดยาวเข้าทำลายจะส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลง 13-43 % และน้ำตาลลดลง 11-46 % ส่วนอ้อยตอปีที่ 1 จะสูญเสียผลผลิตประมาณ 45 % และน้ำตาลลดลง 57 %

ลักษณะการเข้าทำลาย

ในระยะเริ่มปลูกอ้อยหนอนจะเจาะชอนไชเข้าไปกัดกินเนื้ออ้อยภายในท่อนพันธุ์ ทำให้อ้อยไม่สามารถงอกได้ หรือเมื่ออ้อยอายุ 3-4 เดือน เป็นช่วงเริ่มแตกกอ หนอนจะกัดกินบริเวณโคนอ้อยที่ติดกับเหง้า ทำให้หน่ออ้อยแห้งตาย ส่วนในอ้อยโตเป็นลำจะพบว่ากาบใบและใบอ้อยแห้งมากกว่าปกติ ตั้งแต่ใบล่างจนแห้งตายไปทั้งต้นหรือทั้งกออ้อย โดยหนอนขนาดเล็กกัดกินบริเวณเหง้าอ้อย เมื่อหนอนโตขึ้นจะเริ่มเจาะไชส่วนโคนของลำอ้อยขึ้นไปเพื่อกินเนื้ออ้อย ทำให้ลำต้นอ้อยเป็นโพรงเหลือแต่เปลือก ซึ่งส่งผลให้ลำต้นอ้อยหักล้มและแห้งตายได้

การแพร่ระบาด

พบมากในดินร่วนปนทราย  ดินทรายที่มี pH 6.9 ดินมีอินทรียวัตถุ 1.15-1.22 %

 

การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของด้วงหนาวยาวอ้อย: 

ในช่วงฤดูแล้ง อุณหภูมิสูง ฝนตกทิ้งช่วง ชาวไร่ควรระวัง ด้วงหนวดยาวระบาด ทำความเสียหายให้กับอ้อย มักพบตัวอ่อนด้วงหนวดยาวกระจายอยู่ทั่วไปในไร่ และพบระบาดมากในพื้นที่ดินทราย หรือดินร่วนปนทราย หนอนด้วงหนวดยาวจะเริ่มเข้าทำลายอ้อย ตั้งแต่ระยะท่อนพันธุ์ โดยเจาะไชเข้าไปกัดกินเนื้ออ้อยภายในท่อนพันธุ์ มีผลทำให้ท่อนพันธุ์ไม่งอก หน่ออ้อยอายุ 1-3 เดือน จะถูกกัดกินตรงส่วนโคน ที่ติดกับเหง้าให้ขาดออก ทำให้หน่ออ้อยแห้งตาย เมื่ออ้อยโต มีลำแล้ว อาการเริ่มแรกพบว่ากาบใบและใบอ้อยจะแห้งมากผิดปกติ ตั้งแต่ใบล่างขึ้นไป จนแห้งตายไปทั้งต้นหรือทั้งกออ้อย

การป้องกัน

 • เมื่อมีการไถที่เตรียมดิน ควรเก็บตัวหนอนออกจากพื้นที่ 1-2 ครั้งนำมาทำลาย หรือทำน้ำหมักชีวภาพ หรือนำมาบริโภค ควรปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อลดการระบาดหากพบอ้อยที่แสดงอาการแห้งตาย ให้ขุดบริเวณโคนต้น จะพบตัวหนอน ให้จับทำลายเพื่อลดการระบาด

 • การควบคุมแบบชีววิธีโดยการใช้เชื้อราเมตาไรเซียม โรยลงบนท่อนพันธุ์พร้อมการปลูกอ้อย ในอัตราส่วน 20 กก./ไร่ โดยเชื้อราจะสามารถอยู่ในดินและป้องกันตัวหนอนได้เป็นปี

 • ปลูกพืชหมุนเวียนสลับกับการปลูกอ้อย เพื่อลดการระบาด เช่น มันสำปะหลัง สับปะรด ปอเทือง เป็นต้น

 • ช่วงที่ด้วงหนวดยาวอ้อยเริ่มเป็นตัวเต็มวัยควรขุดหลุมเพื่อดักจับ ประมาณ 40 หลุม/ไร่ โดยเพศเมียจะปล่อยสารล่อเพศผู้ออกมา เพศผู้ก็จะเดินตาม เมื่อตกลงไปในหลุมก็ไม่สามารถขึ้นได้ ควรรองก้นหลุมด้วยพลาสติก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยไปวางไข่

• ส่งเสริมให้มีการนำหนอนด้วงหนวดยาวไปประกอบเป็นอาหาร

 • เลือกพันธุ์อ้อยที่ไม่มีหนอนเจาะ เพื่อตัดปัญหาหนอนติดไปกับพันธุ์พันธุ์

 • ใช้แมลงศัตรูตามธรรมชาติ คือ พวกต่อรู scoliid wasps เป็นตัวเบียนหนอน

หมายเหตุ

กรณีการใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม และสารเคมี ขณะใช้ดินต้องมีความชื้น หรือเป็นพื้นที่ที่สามารถให้น้ำได้
ในช่วงที่ฝนเริ่มตก ด้วงหนวดยาวอ้อยจะออกเป็นตัวเต็มวัย ให้เฝ้าระวัง เมื่อฝนตกหนักครั้งแรก ให้สำรวจตัวเต็มวัย ในช่วงพลบค่ำถ้าไม่พบตัวเต็มวัยให้รอฝนตกซ้า ครั้งที่2 ด้วงหนวดยาวอ้อยจะออกจากดักแด้เป็นตัวเต็มวัย ให้ทำกับดักหลุมในแปลงอ้อยเพื่อจับตัวเต็มวัย หรือเดินเก็บตัวเต็มวัยในแปลงอ้อยช่วงค่ำ

(คลิกสั่งซื้อสินค้า)

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร และ ศูนย์วิจัยเอสวีกรุ๊ป


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

บทความยอดนิยม

สินค้าที่เกี่ยวข้อง