เทคนิคการปลูกมะละกอ

ผลไม้ยืนต้นที่คนไทยนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย มีรสอร่อย หวาน หอมขึ้นจมูกทานได้ทั้งดิบ และสุก  มะละกอดิบเมนูยอดฮิตคงไม่พ้น ส้มตำ แกงส้ม ส่วนมะละกอสุก รับประทานสดเพื่อสุขภาพ บริโภคผลดิบและสุกได้รสชาติอร่อย มะละกอจะเป็นพืชที่มีการปลูกกันทั่วไป แต่พื้นท่ีท่ีมีการปลูกเป็นการค้าอย่างมาก ได้แก่ พื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิต มะละกอที่มีคุณภาพเหมาะสําหรับ การส่งออกและป้อนสู่ตลาดภาคอื่นๆ

คัดเลือกสายพันธุ์

พันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกคือ พันธุ์แขกดำศรีสะเกษ แขกนวล และ โกโก้ เมื่อสุกเนื้อสีแดง พันธุ์สายน้ำผึ้ง เมื่อสุกเนื้อสีเหลือง มะละกอพันธุ์แขกดำศรีสะเกษ บริโภคผลดิบและสุกได้รสชาติอร่อย จึงนิยมปลูกในเชิงการค้าได้แก่ พันธุ์แขกดำพันธุ์ลูกผสมพิจิตร พันธุ์ปักไม้ลาย พันธุ์กลางดง พันธุ์ฮาวาย พันธุ์ฮอลแลนด์ เป็นต้น

การเตรียมดิน

ไถดินตากประมาณ 7-10 วัน พรวนดิน ย่อยดินทำการชักร่องโดยจะปลูกแบบผืนใหญ่ แบบยกร่อง แล้วแต่พื้นที่ ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 2 เมตร ระหว่างแถว 2 เมตร ขุดหลุม กว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน นำต้นกล้ามะละกอที่เพาะไว้ในถุงดำก่อนปลูกแกะถุงดำออกนำกล้ามะละกอลงปลูกกลางหลุม กลบด้วยดินและปุ๋ยหมัก แล้วรดน้ำให้ชุ่มหลังปลูกเสร็จให้ทำหลักเพื่อยึดลำต้นมะละกอ ไม่ให้โยกขณะลมพัด

การใส่ปุ๋ย/การให้นํ้า

  • การให้นํ้าตามระบบของการปลูก เช่น แบบสปริงเกอร์ แบบนํ้าหยด แบบตักสาดหรือปล่อยไปตามร่อง คารให้นํ้าตามสภาพอากาศและฤดูกาล
  • พิจารณาใส่ปุ๋ยเคมีตามสภาพของดิน เมื่อมะละกออายุได้ 1 เดือนใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 1 ช้อนแกง ต่อต้นโรยรอบๆโคนและใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-8 อัตรา 200-300 กรัม/ ต้นในระยะออกดอก และปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 300 กรัมต่อต้น โรยรอบๆโคนต้นในระยะผล เริ่มแก่ก่อนสุกประมาณ 2-3 อาทิตย์

การเก็บเกี่ยว

เมื่อมะละกออายุได้ 4-5 เดือนก็สามารถเก็บเขียวหรือดิบขายได้และเมื่ออายุ 7-10 เดือนก็สามารถเก็บผลสุกขายได้แล้วแต่พันธุ์ที่ปลูก ในพันธุ์มะละกอต้นเตี้ยไม่มีปัญหาเรื่องเก็บส่วนพันธุ์ที่ต้นสูงต้องใช้ อุปกรณ์ช่วยเก็บ เช่น ตะกร้อสอยมะละกอโดยเฉพาะ นำผลมะละกอมาคัดขนาดบรรจุถุงหรือเข่งในกรณีขายดิบแต่ถ้าเก็บผลมะละกอขายสุก เมื่อเก็บมาแล้วทำการคัดขนาดรอการจำหน่ายต่อไป ราคาขึ้นอยู่กับฤดูกาลเเละตามสภาวะของผลผลิตที่ออกสู่ตลาด

โรคและแมลง

โรคคู่เวรคู่กรรมของมะละกอ คือ โรคไวรัสจุดวงแหวน เกิดจากเชื้อไวรัส Papaya ringspot virus (PRSV) โดยมีเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะสำคัญ ซึ่งโรคนี้มีปัญหาอย่างมากกับการปลูกมะละกอ  และสามารถเข้าทำลายได้ทุกการเจริญเติบโต ตั้งแต่ระยะต้นกล้า ถึง ระยะติดผล ทำให้เกษตรกรต้องหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดเแทน ตัดต้นมะละกอทิ้งก่อนเวลา กรณีเลวร้ายสุดย้ายพื้นท่ีปลูกกันเลยทีเดียว

การลงทุนปลูกเพื่อการค้า สามารถทำได้แต่ต้องใช้ความอดทน เรียนรู้ และพลิกแพลง อยู่ตลอด เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอในประเทศไทย ได้ผลเป็นที่น่าพอใจหลายท่าน สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวเป็นอย่างดี

ข้อแนะนำ

  • การปลูกมะละกอต้องใช้น้ำ และต้องจำกัดเนื้อที่ปลูกเพื่อไม่ให้ผลผลิตออกมาล้นตลาด
  • ด้านการตลาดควรติดต่อแหล่งรับซื้อที่เป็นขาประจำรับไป
  • พันธุ์มะละกอที่ควรปลูก ควรเลือกพันธุ์แขกดำ แขกนวล และแก้มแหม่ม

ที่มา : สถาบันวิจัยพืชสวน


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช