เอนไซม์คืออะไร?

ก่อนจะเข้าเรื่องว่า เอนไซม์คืออะไร?? เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ประโยชน์ที่แท้จริงของเอนไซม์มีอะไรบ้าง หลายท่าน ส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดว่า “ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยปรับปรุงโครงสร้างในชั้นดิน” แต่แท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างในชั้นดินไม่ใช่ปุ๋ยอินทรีย์อย่างที่ทุกท่านเข้าใจแต่เป็นเอนไซม์ซึ่งเป็นน้ำย่อยของจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในปุ๋ยอินทรีย์

จุลินทรีย์คืออะไร?

จุลินทรีย์ คือ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในวัสดุทางธรรมชาติต่างๆ โดยส่วนใหญ่ จะแบ่งเป็น2 ประเภท คือ จุลินทรีย์ที่ดี และจุลินทรีย์ที่ไม่ดี ดังนี้:

  • จุลินทรีย์ที่ไม่ดี มีอยู่โดยทั่วไปโดยเฉพาะวัสดุทางธรรมชาติที่สกปรก ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของปุ๋ยอินทรีย์โดยทั่วไป จะไม่มีการหมักวัตถุดิบที่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้จุลินทรีย์ที่ไม่ดียังมีชีวิตอยู่ และจะก่อให้เกิดโรคตามมาอีกมากมาย
  • จุลินทรีย์ที่ดี จุดประสงค์หลักของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยน้ำที่มีคุณภาพ คือ การสร้างคัดให้เหลือเพียงจุลินทรีย์ที่ดีและมีประโยชน์สำหรับต้นพืชและดิน

แล้วเอนไซม์ เกี่ยวข้องกับ จุลินทรีย์อย่างไร?

จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งเมื่อเป็นสิ่งมีชีวิตก็ต้องมีการรับประทานอาหาร และเมื่อได้รับประทานอาหาร ก็ต้องมีน้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยธาตุอาหารเหล่านั้นซึ่งอาหารของจุลินทรีย์ก็คือ ปริมาณอินทรียวัตถุ นั่นเอง “ยิ่งปริมาณอินทรียวัตถุมาก อาหารสำหรับจุลินทรีย์ก็จะมีมาก ดังนั้นจุลินทรีย์จะได้รับประทานเยอะ เมื่อได้รับประทานเยอะ ก็มีการขยายจำนวนที่มากขึ้น และเมื่อมีจำนวนที่มากขึ้น ปริมาณเอนไซม์ที่ได้ เพื่อใช้ในการย่อยสลายสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ย่อมมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน

นี่คือที่มาว่าทำไมปริมาณอินทรียวัตถุ จึงมีความสำคัญ แต่ตัวที่สำคัญจริงๆ คือ เอนไซม์ (น้ำย่อย) ที่เป็นสิ่งสุดท้ายในการย่อยสลายธาตุอาหารต่างๆที่มีประโยชน์ในดินให้พืชสามารถนำไปรับประทานได้

แล้วเอนไซม์มีหลายประเภทหรือไม่?

เอนไซม์มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับประเภทของจุลินทรีย์ซึ่งมีหลากหลายประเภทเช่นเดียวกัน ซึ่งกระบวนการผลิตเอนไซม์ มีการพยายามทำลายจุลินทรีย์ที่ไม่ดีทิ้งตั้งแต่เริ่มแรกเพื่อให้เหลือเพียงจุลินทรีย์ที่ดีใช้ในการผลิตเท่านั้น

“เอนไซม์” แตกต่างและดีกว่าอย่างไร? แล้วยิ่งนานยิ่งดีอย่างไร?

กระบวนการผลิตเอนไซม์ เป็นการล่อจุลินทรีย์เข้ามาในถังด้วยอาหารของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และยิ่งเวลาผ่านไปนาน ปริมาณจุลินทรีย์ที่ถูกล่อเข้ามายิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณเอนไซม์ที่มีประโยชน์และเข้มข้นจึงถูกสะสมขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแทนที่เราจะเริ่มต้นจากการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุเพื่อเพิ่มปริมาณในกระบวนการตามปกติที่กล่าวไปข้างต้น

จากการวิจัยพบว่า เอนไซม์ในปุ๋ยผึ้งมังกรประกอบเอนไซม์ 7 ชนิด ดังนี้

       ชื่อ 7 ชนิดของเอนไซม์      หน้าที่แต่ละชนิดของ Enzyme
  • Protease
ย่อยโปรตีน
  • Amylase
ย่อยแป้ง
  •  Imvertase
 ย่อยสลายน้ำตาล
  • Beta Gluconase
ย่อยซาก (ย่อยอินทรีย์วัถตุ)
  • Phytase
ย่อยแป้งและไขมัน
  • Phytase
ย่อยสลายเส้นใย
  • Xylanase
ย่อยสลายเกล็ดสีของแร่ธาตุ (pigment)

** เอนไซม์หมักนานกว่า 30 ปี อายุมากสุด สารอาหาร และ ค่าความสามารถในการย่อยสลายสูงสุดในไทย **

แล้ว“เอนไซม์ในผึ้งมังกร” ดีอย่างไร?

  • ปริมาณเอนไซม์ที่มีอยู่ในปุ๋ยน้ำ เมื่อใส่เข้าไปในดิน จะมีการช่วยย่อยสลายและปรับโครงสร้างของดินได้ในระดับหนึ่ง
  • ค่าความเป็นกลาง  เอนไซม์ในปุ๋ยน้ำผึ้งมังกร จะเข้าไปช่วยปรับให้ความเป็นกรดเป็นด่างในดินลดลง
  • ปริมาณอินทรียวัตถุในปุ๋ยน้ำผึ้งมังกร  จะไปเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดินอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเพิ่มปริมาณและผลิตเอนไซม์เพิ่ม เพื่อเป็นตัวช่วยในการย่อยสลายทั้งธาตุอาหารทางธรรมชาติ และปุ๋ยเคมีตกค้างในดิน ที่พืชนำไปรับประทานไม่ได้ให้รับประทานได้ เมื่อธาตุอาหารต่างๆเหล่านั้นถูกย่อยสลายและนำไปรับประทาน ปริมาณสารเคมีต่างๆที่ตกค้างในดินจึงลดลงไปด้วย และทำให้ค่าทางดินทางกายภาพต่างๆดีขึ้นไปด้วย อาทิเช่น ความเป็นกรดเป็นด่าง และ ความโปร่งของดิน

สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นประโยชน์ในแง่ของดินเพียงด้านเดียว เมื่อใช้ปุ๋ยของเรา ซึ่งสิ่งต่างๆที่ดินพัฒนาขึ้น จะถูกนำไปเป็นจุดเริ่มของประโยชน์ต่างๆในการเพาะปลูกได้อีก เพราะสุดท้าย ทุกอย่างก็เริ่มจากดิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเพาะปลูก


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

Check our bestsellers!