แอนแทคโนสในกล้วย (กล้วยเน่า)

โรคของกล้วย ที่ชาวสวนกล้วยกลัวกันมากคงหนีไม่พ้นโรคตายพราย แต่ยังมีอีกโรคหนึ่งคือโรคแอนแทรคโนสในกล้วย ที่สร้างความเสียหายให้กับกล้วย ทั้งที่ใบ และผลกล้วย จะพบบนใบกล้วยในระยะอาการรุนแรงแล้ว แต่สปอร์ของเชื้อราจะติดไปกับผลกล้วย ทำให้ผลกล้วยเน่าเสียเมื่อเริ่มสุก โรคนี้หากเป็นแล้วจะลุกลามรวดเร็วและรุนแรง และเป็นโรคที่เกิดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวที่สำคัญในไม้ผลหลายชนิดอีกด้วย เช่น มะม่วง มะละกอ มะเขือเทศ แตงโม เป็นต้น

ลักษณะอาการของโรค

เชื้อรา Colletotrichum  musae (Berk. & M.A. Curtis) Arx

เชื้อรา Colletotrichum musae (Berk. & M.A. Curtis) Arx เมื่อขยายด้วยกล้องขยายกำลังสูง

ส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่อากาศร้อน ความชื้นสูง ลักษณะอาการคือ ใบกล้วยเป็นแผลขนาดใหญ่ไปตามแนวเส้นใบ โดยเริ่มจากวงกลมขนาดเล็กสีดำและขยายวงกว้างออก เมื่อเชื้อราแก่เต็มที่จะสร้างสปอร์ สปอร์ของเชื้อราจะปลิวไปกับลมและน้ำ จนไปติดอยู่กับส่วนปลายของผลกล้วย เมื่อได้รับความชื้นก็จะงอกและเข้าทำลายเปลือกกล้วยจากด้านในปลายผลก่อน จนมองเห็นเป็นจุดสีดำ ฉ่ำน้ำ แล้วขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ เปลือกกล้วยเป็นสีดำคล้ำหรือน้ำตาลดำ ทำให้เนื้อใน ผลเน่าในที่สุด ขนาดและรูปร่างของแผลที่เกิดโรคนั้นไม่แน่นอน หากขยายด้วยกำลังกล้องจุลทรรศน์ จะเห็นผิวผลสีน้ำตาลดำที่เป็นโรคนั้นมีตุ่มนูนสีน้ำตาลเข้มขนาดเล็กๆ อยู่ทั่วไปทำให้ผลกล้วยถูกเชื้อราเข้าทำลายในระยะแก่เต็มที่หรือใกล้จะสุก เมื่อเกิดแล้วจะลุกลามทั้งหวีได้รวดเร็ว


การระบาด :

สามารถเจอได้ทั่วไปในแปลงปลูกทั้งเครือกล้วย หวี และซากต้นที่ตายอยู่ในแปลง สปอร์เชื้อราจะคงค้างอยู่ได้นานนับเดือนในพื้นที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูง แพร่ระบาดได้เร็วในพื้นที่ ที่มีฝนและลม

การป้องกัน :

  • เมื่อคิดจะปลูกในแปลงใหม่ กำจัดวัชพืชออกจากแปลงปลูก โรยด้วยปูนขาวเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และเติมเชื้อไตรโคเดอร์มาลงในดิน
  • เลือกหน่อต้นที่แข็งแรง และควรไว้ต้นเพียง 3-4 ต้นต่อกอ
  • รักษาความสะอาดในแปลงกล้วย อย่างทั่วถึง ตัดแต่งกิ่งก้านให้โปร่งโล่งพร้อมกำจัดเศษ ซากพืช และกาบกล้วยที่เหี่ยวแห้งออกจากแปลงปลูก
  • บำรุงพืชปลูกให้แข็งแรงด้วยน้ำและปุ๋ย คลุมดินด้วยเศษฟาง
  • กรณีเลวร้ายสุดเมื่อเจอปัญหาเเล้ว ฉีดพ่นด้วย คาร์เบนดาซิม (carbendazim) 50% WP อัตรา 20 ซีซี/ น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นแปลงให้ทั่ว ตัดทำลายเศษซาก ใบ ที่มีทิ้งและเผา

ถึงแม้ว่าการรักษาในแปลงที่เป็นแล้วจะทำได้ยาก หากแต่เราฉุกคิดป้องกันตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ที่คิดจะปลูก จะช่วยลดโอกาสเสี่ยง เพิ่มโอกาสรอดของผลผลิต และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร/ ภาพประกอบ : flickr.com/


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

Check our bestsellers!