โรครากเน่าและโคนเน่าในทุเรียน

เหตุการณ์อุทกภัยเลวร้ายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นอกจากที่อยู่อาศัย และทรัพย์สินของประชาชนจะได้รับความเสียหายแล้ว พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายถ้วนหน้า ทั้งพืชสวน พืชไร่ ฯลฯ ภาคใต้ที่เพิ่งฟื้นจากสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วม ทุเรียนเป็นผลไม้ทางใต้ อันดับต้นๆ ที่นิยมปลูกกัน แต่เรื่องภัยธรรมชาติที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตร วันนี้กระดาษศาขอเสนอทางเลือกในการดูเเลต้นทุเรียนของเพื่อนๆ  หลังจากถูกน้ำท่วมอย่างหนักมานะคะ

สาเหตุเกิดจาก เชื้อรา Phytophthora palmivora (Butler)

ลักษณะอาการ

ต้นที่เริ่มเป็นโรคจะพบว่าใบไม่เป็นมันสดใส ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดและใบร่วง เมื่อพบอาการแสดงออกที่ใบ ให้สำรวจบริเวณลำต้น กิ่งหรือราก บริเวณที่เป็นโรคจะมีสีของเปลือกเข้มคล้ายถูกน้ำเป็นวงหรือเป็นทางน้ำไหลลงด้านล่างหรือมีรอยแตกของแผล ต้นที่เป็นโรครุนแรงมากจะมีน้ำยางไหลออกมาโดยเฉพาะในช่วงเวลาเช้าที่มีอากาศชุ่มชื้น เชื้อราไฟท๊อปธอร่าสามารถแพร่กระจายโดยทางลม น้ำ ดิน ใบ กิ่งพันธุ์ และผล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีลมพายุและความชื้นสูง จะเหมาะสมกับการแพร่กระจายและเข้าทำลายต้นทุเรียนได้ดี

การใช้ขีววิธีรักษารากเน่าโคนเน่าในเบื้องต้น

เชื้อราปฏิปักษ์ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) ควบคุมเชื้อราไฟท๊อปธอร่า (Phytophthora palmivora) ในดินโดยนำเชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อสดหรือเชื้อสำเร็จรูป 1 กก. + ปุ๋ยหมัก 100 กก. + รำข้าว 10 กก.

การป้องกันและกำจัด

  • สำรวจโคนต้น ทุกต้น อย่าย่ำพื้นดินในบริเวณผลไม้เด็ดขาด ทำให้เกิดสภาพน้ำมีการเคลื่อนไหวเสริมคันดิน+สูบน้ำออก
  • ตรวจวิเคราะห์และปรับปรุงบำรุงดินโดยใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเคมี และปูนขาว (ตามอัตราคำแนะนำหลังจากการตรวจวิเคราะห์ดิน) เพื่อให้ดินมีสภาพเป็นดินดีทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ และเคมี
  • จัดทำร่องระบายน้ำในบริเวณสวนที่มีพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมขัง ตัดแต่งกิ่งแขนงเล็กที่เป็นโรคไปเผาทำลาย ห้ามนำ กิ่ง ใบ ดอก และผลที่เป็นโรคไปทิ้งลงในแม่น้ำ ลำคลอง เพราะจะทำให้เชื้อราไฟท๊อปธอร่ากระจายออกไปในพื้นที่กว้างขวาง
  • เก็บรวบรวมใบ ดอก และผลทุเรียนที่เป็นโรค และร่วงหล่นอยู่ในบริเวณสวนไปเผาทำลาย
  • พบอาการของโรคเพียงเล็กน้อยที่ลำต้นหรือกิ่งแขนงใหญ่ ให้ขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก และนำไปเผาทำลาย แล้วทาแผลด้วยปูนแดง
  • พ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตราส่วน 500 กรัม/ 200 ลิตร ฉีดพ่น ให้รอบโคนต้นทุกๆ 5-7 วัน

หลังเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านพ้นมา หวังว่า เพื่อนๆ จะเข้มแข็ง และกลับมายืนอย่างเข้มแข็งเช่นเดิมนะคะ

ขอขอบคุณ : ภาพประกอบคุณอิคคิว จากลูกค้า เอสวี.กรุ๊ป


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคและแมลง