โรคใบไหม้แผลใหญ่ของข้าวโพด

“ข้าวโพด” พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สามารถเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร ได้หลากหลาย ความต้องการบริโภคข้าวโพด ทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากสภาวะอากาศ​เเละราคาที่ผันผวนเเล้ว ยังมีโรคที่รบกวนเกษตรกรผู้ปลูกอยู่อีก ช่วงที่อากาศมีความชื้นสูงจะมีโรคโรคใบไหม้แผลใหญ่ของข้าวโพด โรคนี้เริ่มระบาดทำความเสียหายอย่างรุนแรงในแหล่งปลูกข้าวโพดฝักอ่อนและข้าวโพดฝักสด เชื้อสาเหตุโรคพืชเข้าทำลายตั้งแต่ในระยะเล็กๆและใบแห้งหมดทั้งต้นจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เข้าทำลายข้าวโพดในระยะออกดอกรุนแรงที่สุดในฤดูแล้ง (ธ.ค. – มี.ค.) แต่ปัจจุบันเข้าทำลายได้ทุกฤดู

สาเหตุและลักษณะอาการ

เกิดจากเชื้อรา Bipolaris turcicum เชื้อราจะสร้างสปอร์บนแผลเก่าๆ และสปอร์ก็จะแพร่ไปโดยลม ฝน เมื่อมีความชื้น สปอร์จะงอกเข้าทำลายใบข้าวโพด และแสดงอาการของโรคในส่วนอื่นๆ ต่อไป สปอร์ของเชื้อจะสร้างเพิ่มจำนวนมาก ภายใต้สภาพความชื้นสูงและอุณหภูมิค่อนข้างเย็นระหว่าง 18-27 องศาเซลเซียส ถ้าโรคเข้าทำลายก่อนออกไหมทำให้ผลผลิตลดได้กว่าครึ่งบนใบเริ่มจากแผลที่มีลักษณะยาวรี รูปกระสวยสีเขียวอ่อนๆแล้ว ขยายขนาดออกไปเรื่อยๆ แล้วเนื้อใบที่เกิดแผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน บริเวณกลางแผลมีกลุ่มของสปอร์สีเทาหรือดำจำนวนมาก เมื่ออาการของโรคลุกลามออกไปเรื่อยๆ ทำให้ใบข้าวโพดแห้งตายในที่สุด โรคจะเข้าทำลายจากใบส่วนล่างของลำต้นก่อนแล้วลุกลามขึ้นไปยังส่วนบน ถ้าโรคเข้าทำลายก่อนที่ข้าวโพดสร้างไหมจะมีผลกระทบต่อผลผลิตข้าวโพด เชื้อราสามารถอยู่ข้ามฤดูได้ในเศษซากพืชถ้าเกิดก่อนระยะออกไหม ผลผลิตมีโอกาสเสียหายมากกว่าครึ่ง ลุกลามไปยังใบบนทั่วต้นเมื่อมีอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวรวมกันเป็นแผลใหญ่ ทำให้ใบไหม้และแห้งตายในที่สุด

การดูแลป้องกันโรค

ตรวจดูข้าวโพดในแปลงตั้งแต่ยังเล็ก หากพบว่ามีต้นที่เป็นโรคให้รีบถอนออก กำจัดเศษซากพืชออกไปนอกแปลง และป้องกันไม่ให้มีแหล่งสะสมเชื้อในบริเวณใกล้เคียง ใช้วิธีการเขตกรรมเข้าช่วย หมั่นกำจัดวัชพืช ซึ่งจะเป็นการลดปริมาณเชื้อโรคลงได้

  • ใช้เมล็ดพันธุ์จากต้นที่สมบูรณ์ปราศจากโรค หรือปลูกพันธุ์ต้านทานต่อโรค เช่น นครสวรรค์ 1 นครสวรรค์ 72 สุวรรณ 1
  • หมั่นตรวจไร่อยู่เสมอตั้งแต่ระยะกล้าเมื่อพบโรค เริ่มระบาดให้ถอนแล้วเผาทำลาย จากนั้นนำไปเผาทำลายให้ห่างจากแปลงปลูกทันที
  • ทำลายเศษซากของข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยว เพราะพบว่าเชื้อราสามารถมีชีวิต ข้ามฤดูบนเศษซากของข้าวโพดได้
  • ควรใช้ไตรโครเดอร์มา ฉีดป้องกันทุก 7-10 วัน ตั้งแต่เป็นระยะต้น จนถึงระยะกลาง
  • ปลูกพืชหมุนเวียนในแหล่งที่มีประวัติการระบาดของโรคนี้อย่างรุนแรง ควรปรับเปลี่ยนปลูกพืชชนิดอื่น สักระยะ เพื่อกำจัดปริมาณเชื้อสาเหตุในแหล่งปลูกนั้นๆ

ถึงเเม้ว่าเราจะมีการดูแลรักษาที่ดี เเต่ถ้าพบโรคนี้ในแปลงอย่าชะล่าใจ เพราะเชื้อรา ถ้ามีปัจจัยครบองค์ สามเหลี่ยมโรคพืชเเล้ว ระบาดได้ไวมาก การแพร่กระจายของกลุ่มสปอร์จะปลิวไปตามลมหรือไปกับน้ำขยายพื้นที่ของการแพร่ระบาดได้ไกล เข้าทำลายต้นอื่นต่อไป โรคนี้พบได้ตลอดฤดูปลูก อาการของโรคจะทวีความรุนแรงมากขึ้นหากปลูกข้าวโพดต่อเนื่องกันหลายครั้ง

ข้อมูล: สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ป้องกันโรคพืชและเเมลงศัตรูพืช