ให้คีเลตถูกวิธี เพิ่มผลผลิตคุ้มกว่า

ครั้งที่แล้วเราได้รู้จักคีเลตธรรมชาติกันแล้วจาก ที่นี่ >> คลิก << ในครั้งนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันค่ะว่า การใช้คีเลตธรรมชาติ ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี ใช้อย่างไรให้เพิ่มประสิทธิภาพผลิต ปลอดภัย และประหยัดต้นทุนในการปลูกที่สุด

หลักสำคัญในเบื้องต้นคือ การใช้ให้ถูกชนิด และปริมาณที่พืชต้องการ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

ต้องเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้คีเลตธรรมชาติไม่มีอันตรายต่อตัวผู้ใช้หรือสิ่งแวดล้อม แต่ก็เป็นสารอาหารที่เข้มข้นสูง ซึ่งหากไม่เจือจางหรือละลายในน้ำด้วยอัตราส่วนที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตมากกว่าที่คิด และทำให้ต้นทุนสูงเกินจำเป็น

ดังนั้น ต่อไปนี้คือปัจจัยที่ต้องคำนึงในการเลือกใช้คีเลตที่ถูกต้อง

เลือกใช้ให้ถูกตามระยะเวลาเจริญเติบโตของพืช

พืชแต่ละระยะเจริญเติบโตนั้นต้องการธาตุอาหารที่แตกต่างกัน

เช่น ในระยะกำลังเจริญเติบโตทางลำต้น หรือทางใบอยู่นั้น พืชจะต้องการไนโตรเจนมากๆ ดังนั้นจะต้องการคีเลตธาตุไนโตรเจน+แคลเซียมเป็นพิเศษ ในระยะนี้จึงควรให้ นูแมก เอ็กตร้า เฟิร์ท เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืช

หรือในช่วงที่อากาศหนาว พืชชะงักการเติบโต / เกิดอาการใบแก้ว ก็ควรเสริมด้วย นูแมก เอ็กตร้า ซิงค์ สังกะสี

และหากใช้ นูแมก เอ็กตร้า แคลโบ แคลเซียม+โบรอน ร่วมกับโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส ช่วงที่เริ่มติดดอกก็จะเป็นการเสริมให้ติดดอกออกผลดีขึ้น ผลที่ได้ ขั้วเหนียว ไม่ร่วง ไม่กลวง ไม่แตก เนื้อแน่นรสชาติดี เป็นต้น

 

จะเกิดอะไรขึ้นหากให้ธาตุผิดชนิดหรือผิดช่วงเวลา

การให้สารอาหารผิดธาตุในช่วงเวลาไม่เหมาะสมนั้นทำให้พืชขาดธาตุอาหารที่จำเป็นได้ และอาจสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น เนื่องจาก พืชบางช่วง เช่น ช่วงออกดอก ติดผล ธาตุที่ต้องการมากคือ แคลเซียมและโบรอน แต่เมื่อช่วงที่ผลเจริญเติบโต ก็ต้องการไนโตรเจนมากขึ้นเพื่อบำรุงให้ผลโต และเมื่อผลใกล้สุก จะต้องการโพแทสเซียมมากขึ้นเพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล ทำให้ผลไม้มีรสหวาน เป็นต้น

 

ใช้ความเข้มข้นที่เหมาะสม

โดยทั่วไปแล้ว เอนไซม์น้ำ นูแมก จะใช้ผสมกับน้ำร่วมกับสารจับใบแล้วปกติจะใช้ไม่เกิน 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่เหมาะสมและเจือจางมากพอ

เพราะความเข้มข้นที่เจือจางอย่างเหมาะสม จะมีแรงดันออสโมติกน้อย ซึ่งช่วยให้พืชดูดซึมได้ดีกว่าสารที่มีความเข้มข้นสูง

ระวังสภาพอากาศที่อาจมีผลทำให้ความเข้มข้นสูงด้วย เช่น กรณีที่แดดร้อนจัดหลังจากฉีดพ่น อาจมีผลทำให้แห้งง่ายและเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นหากรู้ว่าอาจจะพบกับแดดจัดหรือสภาพอากาศที่น้ำระเหยเร็ว หรือใช้สารจับใบ ก็จำเป็นจะต้องเจือจางให้มากกว่าเดิม ข้อดีของการเจือจางลง นอกจากจะทำให้พืชดูดซึมดีกว่าแล้ว ยังทำให้ประหยัดสารยิ่งขึ้นด้วย และหากความเข้มข้นสูงเกินไป อาจส่งผลให้พืชใบไหม้ได้

 

รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมหมั่นตรวจสอบพืชผลของท่านด้วยอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะว่ามีอาการอย่างไร ขาดธาตุ หรือจำเป็นต้องได้รับธาตุอะไรบ้าง เพื่อให้พืชผลของท่านสามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่ และให้ผลผลิตดีและคุ้มค่าที่สุด

ผลิตภัณฑ์นูแม็ก

แล้วมาปรึกษากับเราได้ โดยเป็นเพื่อนกับเราทาง Line หรือติดต่อ ทาง Facebook SV Group  ได้เลย เรายินดีให้คำปรึกษาท่านค่ะ

 


Contributor :

นามปากกา :  โซดาชาเย็น

กลางวันดื่มชาเย็น กลางคืนจิบโซดา ใฝ่ฝันและอยากเห็นศักยภาพภูมิปัญญาเกษตรกรไทยเพิ่มพูนยิ่งขึ้นทุกๆ วัน


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน