ไนโตรเจนสำคัญกับพืชอย่างไร

พืชต้องการธาตุไนโตรเจนปริมาณมาก แต่ไนโตรเจนมีการเปลี่ยนรูปอยู่ตลอดเวลา ธาตุไนโตรเจนจึงเป็นธาตุอาหารพืชตัวแรกที่จำกัดผลผลิตของพืช การทำการเกษตรในเขตร้อนทั่วไปจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่มาจากการ สังเคราะห์แสง ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณไนโตรเจนในธรรมชาติที่ได้จากอินทรียวัตถุนั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช

ปุ๋ยเคมี กับชีวิตประจำวัน
N P K ธาตุอาหารที่พืช จะรับมาเพื่อการเติบโต

การจัดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนให้กับพืชนั้นต้องคำนึงถึงอัตรา ชนิด เวลาใส่ และวิธีการใส่ เพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพสูงที่สุด

  • พืชที่ได้รับไนโตรเจนอย่างเพียงพอ ใบจะมีสีเขียวสด มีความแข็งแรง โตเร็ว และทำให้พืชออกดอกและผลที่สมบูรณ์
  • พืช ได้รับไนโตรเจนมากๆ บางครั้งก็ทำให้เกิดผลเสียได้เหมือนกัน เช่น จะทำให้พืชอวบน้ำมาก ต้นอ่อน ล้มง่าย โรคและแมลงเข้ารบกวนทำลายได้ง่าย คุณภาพผลิตผลของพืชบางชนิดก็จะเสียไปได้ เช่น ทำให้ต้นมันไม่ลงหัว มีแป้งน้อย อ้อยจืด ส้มเปรี้ยว และมีกากมาก แต่บางพืชก็อาจทำให้คุณภาพดีขึ้น โดยเฉพาะพวกผักรับประทานใบ ถ้าได้รับไนโตรเจนมากจะอ่อน อวบน้ำ และกรอบ ทำให้มีเส้นใยน้อย และมีน้ำหนักดี แต่ผักมักจะเน่าง่าย และแมลงชอบรบกวน
  • พืชที่ขาด ไนโตรเจนจะแคระแกร็น โตช้า ใบเหลือง โดยเฉพาะใบล่างๆ จะแห้ง ร่วงหล่นเร็วทำให้แลดูต้นโกร๋น การออกดอกออกผลจะช้า และไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ดินโดยทั่วๆ ไปมักจะมีไนโตรเจนไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช ดังนั้นเวลาปลูกพืชจึงควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีเพิ่มเติมให้กับพืชด้วย

รูปของไนโตรเจนที่พืชดูดไปใช้

ราก พืชดูดไปใช้ไนโตรเจนในรูปไนเตรทไอออน แอมโมเนียมไอออน และยูเรีย สำหรับยูเรียแม้ว่าพืชจะดูดไปใช้ได้โดยตรงแต่สารนี้มีอยู่ในธรรมชาติน้อย พืชดูดใช้มากเฉพาะในกรณีที่ใส่ปุ๋ยยูเรียสังเคราะห์เท่านั้น พืชชั้นต่ำบางชนิดสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ จุลินทรีย์ในกลุ่มนี้ที่มีบทบาทสำคัญในการเกษตร คือ แบคทีเรียชื่อ ไรโซเบียม (Rhizobium) เนื่องจากสามารถตรึงไนโตรเจนได้เมื่ออยู่ร่วมกับรากพืชตระกูลถั่ว

รากพืช

 

ปุ๋ยไนโตรเจนที่นิยมในเขตร้อน คือยูเรีย และแอมโมเนียมซัลเฟต ซึ่งปุ๋ยทั้งสองชนิดนี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน

  1. ปุ๋ย แอมโมเนียมซัลเฟต เมื่อหว่านลงในไปในดินจะไม่สูญเสียไนโตรเจนง่ายเหมือนปุ๋ยยูเรีย โดยเฉพาะในสภาพพื้นที่ที่มีการระเหิด (การสูญเสียจากดินในรูปของก๊าซ, volatilization) ของแอมโมเนียมสูงหรือในดินที่ขาดกำมะถัน
  2. ปุ๋ยยูเรียดีกว่าปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต คือมีเนื้อธาตุไนโตรเจนสูงจึงควรใส่ในอัตราที่น้อยกว่า
  3. ผล ตกค้างของปุ๋ยไนโตรเจนในดินหลังฤดูเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะปุ๋ยยูเรีย หรือแอมโมเนียมซัลเฟต คือก่อให้เกิดความเป็นกรดในดิน แต่ผลตกค้างของปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตก่อให้เกิดความเป็นกรดสูงกว่าปุ๋ยยูเรีย สองเท่า
ตารางไนโตรเจน
ตารางธาตุไนโตรเจน

สนใจสอบถามเพิ่มเติม Inbox เพจ  SVgroup