ไฟทอปธอร่าในทุเรียน

ต้นทุเรียนที่ติดเชื้อราไฟทอปธอร่า เป็นโรคที่ชาวสวนทุเรียนกลัวกันมาก หากมีสภาพอากาศชื้นสูง หรือน้ำ อาจทำให้ถึงกับรากเน่าได้ ทำให้ทุเรียนยืนต้นตายในที่สุด อย่างไรก็ตามหากเชื้อโฟทอปธอร่าระบาดในพื้นที่ มักเป็นเชื้อที่อ่อน ไม่ทำลายต้นถึงกับตาย แต่จะประมาทไม่ได้ หากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ปล่อยเวลาผ่านไปยาวนานเชื้ออาจกลายพันธุ์เป็นชนิดที่รุนแรง และจะเกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลอีกด้วย

ลักษณะอาการ:

ต้นที่เริ่มเป็นโรคจะพบว่าใบไม่เป็นมันสดใส ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดและใบร่วง เมื่อพบอาการแสดงออกที่ใบ ให้สำรวจบริเวณลำต้น กิ่งหรือราก บริเวณที่เป็นโรคจะมีสีของเปลือกเข้มคล้ายถูกน้ำเป็นวงหรือเป็นทางน้ำไหลลงด้านล่างหรือมีรอยแตกของแผล ต้นที่เป็นโรครุนแรงมากจะมีน้ำยางไหลออกมาโดยเฉพาะในช่วงเวลาเช้าที่มีอากาศชุ่มชื้น เชื้อราไฟท๊อปธอร่าสามารถแพร่กระจายโดยทางลม น้ำ ดิน ใบ กิ่งพันธุ์ และผล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีลมพายุและความชื้นสูง จะเหมาะสมกับการแพร่กระจายและเข้าทำลายต้นทุเรียนได้ดี

ป้องกันแบบธรรมชาติ

เชื้อราปฏิปักษ์ไตรโคเดอร์ม่า (Trichoderma harzianum) ควบคุมเชื้อราไฟท๊อปธอร่า (Phytophthora palmivora) ในดิน โดยนำเชื้อราไตรโคเดอร์ม่ามาผสมกับรำข้าวและปุ๋ยหมัก ในอัตราเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 กก. + รำข้าว 10 กก. + ปุ๋ยหมัก 50 กก. คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน นำไปโรยรอบโคนต้น

การป้องกันและกำจัด

  • ติดตามสถานการณ์โรครากเน่าและโคนเน่า โดยสำรวจทุกต้น 7 วัน/ ครั้ง ช่วงพฤษภาคม – ธันวาคม
  • ตรวจวิเคราะห์และปรับปรุงบำรุงดินโดยใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเคมี และปูนขาว (ตามอัตราคำแนะนำหลังจากการตรวจวิเคราะห์ดิน) เพื่อให้ดินมีสภาพเป็นดินดีทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ และเคมี (ดินควรมีสภาพเป็นกลาง คือ pH = 6.5)
  • จัดทำร่องระบายน้ำในบริเวณสวนที่มีพื้นที่ต่ำ เพื่อไม่ให้มีน้ำท่วมขัง ตัดแต่งกิ่งแขนงเล็กที่เป็นโรคไปเผาทำลาย
  • เก็บรวบรวมใบ ดอก และผลที่เป็นโรค และร่วงหล่นอยู่ในบริเวณสวนไปเผาทำลาย
  • พบอาการของโรคเพียงเล็กน้อยที่ลำต้นหรือกิ่งแขนงใหญ่ ให้ขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก และนำไปเผาทำลาย แล้วทาแผลด้วยปูนแดง
  • พบอาการของโรครุนแรงที่ราก ลำต้น หรือกิ่งแขนงใหญ่ ให้ใช้ฟอสฟอรัส แอซิด 40% ใส่ กระบอกฉีด (ไม่ต้องผสมน้ำ) ฉีดเข้าที่ลำต้นหรือกิ่งในบริเวณตรงข้ามหรือใกล้บริเวณส่วนที่เป็นโรค (บริเวณที่เป็นเนื้อไม้ดี) เพื่อปรับสภาพเซลล์ของเนื้อไม้ให้มีความทนทานต่อ เชื้อราไฟท๊อปธอรา

    • ทุเรียนอายุต่ำกว่า 8 ปี ใช้อัตรา 20 มล./ต้น 
    • ทุเรียนอายุ 8 – 20 ปี ใช้อัตรา 25 มล./ต้น   
    • ทุเรียนอายุสูงกว่า 20 ปีขึ้นไป ใช้อัตรา 25 มล./ต้น

โรคโคนเน่า : ขูดเปลือกลำต้นหรือกิ่งแขนงใหญ่บริเวณที่เป็นโรคออกและเผาทำลาย แล้ว ทาแผลด้วยสารเคมีเมทธาแลกซิล 25% WP หรือ 35% SD อัตรา 50 – 60 กรัม/น้ำ 1 ลิตร

โรครากเน่า : พบอาการของโรคที่บริเวณรากฝอยซึ่งจะเป็นสีน้ำตาลดำและใบสีเหลือง ให้ใช้สารเคมีฟอสเอทธิล อะลูมินั่ม 80% WP อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ใบให้ทั่ว ทั้งต้น

เชื้อราไฟทอปธอร่า (Phytophthora botryosa, P. palmivora, และ P.micortianaevar. parasitica) ในประเทศไทยจะพบแต่ P. palmivora, และ P.micortianaevar. parasitica จะฝังอยู่ในดิน หากมีฝนตกหรือน้ำท่วม เชื้อจะแพร่ระบาดออกมา ซึ่งเกษตรกรไม่สามารถทราบได้เพราะไม่เห็น จะทราบอีกครั้งเมื่อต้นพืชออกอาการแล้ว และมักจะระบาดในพืชหลายชนิดรวมถึงสวนทุเรียน ด้วย จะระบาดรวดเร็วมากในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกและความชื้นสูง

ข้อควรระวัง

ห้ามนำ กิ่ง ใบ ดอก และผลที่เป็นโรคไปทิ้งลงในแม่น้ำ ลำคลอง เพราะจะทำให้ เชื้อราไฟทอปธอร่ากระจายออกไปในพื้นที่กว้างขวาง ควรนำมาเผาทำลายให้หมด เพื่อความไม่ประมาท หากเกษตรกรสงสัยเกิดโรคไฟทอปธอร่าระบาด ไม่ควรใช้สารเคมีกับโรคนี้ เพราะจะไม่คุ้มกับการลงทุน ควรปล่อยไว้เฉยๆ จนกว่าน้ำจะแห้ง จากนั้นให้ฟื้นฟูด้วยการให้ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยสูตร 30-5-18 ในปริมาณ 50 กก.ต่อ 1 ไร่ แต่หากต้นยังอ่อนไม่ถึงการเก็บผลผลิตให้ใช้สูตร 20-8-20 ในปริมาณที่ลดลงตามขนาดของอายุด้วย


Contributor :

        นามปากกา :  กระดาษศา กระดาษแห่งสาระ

เดินทางสายเกษตร-เกษตรอินทรีย์มายาวนาน สนุกกับการศึกษา ค้นคว้า เทคนิค เคล็ดลับ ความรู้ใหม่ๆ ต่อยอดวงการเกษตรไทย


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน

ปลูกแบบอินทรีย์ให้ยืนยาว เเล้วใช้ชีวิตให้ยืนยง