ไร..ภัยร้ายศัตรูพืช

“ไร” หนึ่งในศัตรูพืช ก่อความเสียหายแก่พืชโดยตรง แล้วยังสามารถติดปนเปื้อนไปกับผลิตผลทางการเกษตร ทั้ง ดอก ผล หรือต้นพืช ที่ผู้ผลิตจะทำการส่งเป็นสินค้าออกไปยังต่างประเทศ เป็นผลให้เกิดการกีดกันทางการค้าและกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมได้ ไรศัตรูพืชบางชนิดนอกจากจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชโดยตรง แล้วยัง เป็นพาหะนำโรคต่างๆ ของพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากไวรัส เช่น ไรสี่ขา และไรแมงมุมบางชนิดไรศัตรูพืชจัดอยู่ในสัตว์ประเภทเดียวกับแมงมุม มีวงจรชีวิตจากไข่-ตัวเต็มวัยประมาณ 7-12 วัน ระยะไข่-ตัวอ่อน ประมาณ 4-5 วัน ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยสามารถดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ยอด ดอก และผลอ่อนของพืชได้ ตัวเต็มวัยเพศเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้คราวละ 400-500 ฟอง จะพบระบาดทำลายพืชมากเมื่ออากาศแห้ง เช่น ต้นฤดูหนาว-ฤดูหนาว-ต้นฤดูแล้ง ของทุกปี

ไรแดงระยะแพร่พันธุ์

จากการสำรวจไรศัตรูพืช พบไรศัตรูพืชรวม 10 ชนิด แต่ชนิดที่มีความสำคัญ และทำความเสียหายให้แก่ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะนาว มะม่วง ทุเรียน ได้แก่

  • ไรเหลืองส้ม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eotetranychus cendanai Rimando ซึ่งจะพบทำลายใบและผลส้มเช่นเดียวกับไรแดงแอฟริกัน ทั้งตัวอ่อนและตัวแก่โดยปกติแล้วชอบดูดทำลายอยู่บริเวณด้านบนใบ (หน้าใบ) ในกรณีที่มีการระบาดรุนแรง จะพบอยู่บริเวณด้านใต้ใบ(หลังใบ) และผลด้วย ใบและผลที่ถูกทำลายเช่นเดียวกับไรแดงแอฟริกัน คือ ในระยะแรกที่ถูกทำลายจะเกิดเป็นจุดสีขาวเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป จุดสีขาวเล็กๆ เหล่านี้จะค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเป็นบริเวณกว้าง ทำให้ใบส้มเปลี่ยนเป็นสีเขียวจางลง  หากการทำลายรุนแรง จะทำให้ใบและผลอ่อนร่วง พืชอาศัยที่สำคัญของไรเหลืองส้มที่พบอยู่ในขณะนี้คือ ส้มเขียวหวานและส้มโอ
  • ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ฝ้ายดำ ลั่นทม กุหลาบ บานชื่น ชบา แคฝรั่ง เป็นต้น
  • พืชไร่ เช่น ฝ้าย ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง ละหุ่ง เป็นต้น
  • พืชผัก เช่น ขี้เหล็ก มะรุม ถั่วพู ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา แตงโม ตำลึง ผักบุ้ง เป็นต้น
  • ไม้ผล เช่น ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะนาว มะกรูด ส้มจีน   มะละกอ ขนุน สาเก ท้อ มะกอกฝรั่ง เป็นต้น
ไรแดงศัตรูพืช
  • รแดงแอฟริกัน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eutetranychus africanus (Tucker) จะพบทำลายใบและผลในส้มและทุเรียน ไรชนิดนี้ลงทำลายผลด้วย ทำให้สีของผลเปลี่ยนเป็นสีเขียวจาง  หากการทำลายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในขณะที่ผลส้มยังเล็ก มีผลทำให้ผลร่วงในที่สุด พืชอาศัยของไรแดงแอฟริกันมีดังนี้
ไรขาวพริก

  • ไรขาวพริก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Polyphagotarsonemus latus (Banks) จะพบทำลายใบอ่อนและผลอ่อน มักพบทำลายค่อนข้างรุนแรงกับส้มโอ และใบที่ยังมีสีน้ำตาล ของต้นกล้ามะม่วงขณะที่กำลังทำการเพาะในโรงเรือน
  • ไรสี่ขา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aceria mangiferae (Sayed) โดยจะเข้าทำลายตาดอก ตาใบของมะม่วง จึงมีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า “บัดไม้ท์” (Bud mite)
  • ไรแดงมะม่วง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่ Oligonychus mangiferus Rahman and Supra โดยจะเข้าทำลายใบของมะม่วงพบการทำลายอย่างรุนแรงในบางท้องที่ และกำลังสร้างปัญหาให้แก่เกษตรกรอยู่ในขณะนี้
ไร

  • ไรสนิมส้ม ทั้งในระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ผลและกิ่งก้านของต้นส้ม ที่ใบพบไรดูดทำลายทั้งด้านบนใบและใต้ใบ ทำให้ใบร่วง ส่วนผลส้มที่ถูกดูดน้ำเลี้ยงเป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ สีของผลจะเปลี่ยนจากเขียวเป็นสีน้ำตาลคล้ายสนิม ทำให้ผลส้มสกปรกไม่สวยงาม จึงไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ หากไรสนิมส้มระบาดรุนแรง อาจทำให้ต้นส้มหยุดชะงักการเจริญเติบโตได้

เนื่องจากไรเป็นศัตรูพืชที่มีขนาดเล็กมาก การเพิ่มปริมาณประชากรเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกษตรกรมักจะไม่ทันสังเกตเห็น การป้องกันกำจัดจึงมักจะไม่ทันการณ์ ทำให้พืชผลได้รับความเสียหายจากการทำลายของไรศัตรูพืชเสมอมา

การป้องกันกำจัดไรศัตรูพืช

  1. หมั่นสำรวจแปลงพืชอยู่เป็นประจำทุก 2 สัปดาห์ ในฤดูฝนและฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม และตลอดทั้งปีในสวนที่อากาศมีความชุ่มชื้นสูง
  2. เมื่อพบการระบาดของไรศัตรูพืชต้องรีบกำจัดทันที

วิธีการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียควบคุมไรศัตรูพืช

ฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรียตราไทยไม่แพ้ อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ แล้วนำไปฉีดพ่นในช่วงเย็นๆ อากาศไม่ร้อน ฉีดให้ชุ่มโชกทั้งบนใบและใต้ใบ

  1. ในกรณียังไม่มีการระบาด ฉีดพ่นเชื้อราเมธาไรเซียมผสมบิวเวอร์เรียเพื่อป้องกันไรศัตรูพืช อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ โดยฉีดทุก 7 วัน
  2. ในกรณีไรศัตรูพืชเริ่มระบาด ฉีดพ่นเชื้อราเมธาไรเซียมผสมบิวเวอร์เรียกำจัด อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ โดยฉีดทุก 7 วัน ติดต่อกัน 2-3 ครั้ง
  3. ในกรณีระบาดรุนแรง ฉีดพ่นเชื้อราเมธาไรเซียมผสมบิวเวอร์เรียกำจัดไรศัตรูพืช อัตรา 100-200 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบ โดยฉีดทุก 3 วัน ติดต่อกัน 2-3 ครั้ง หรือจนกว่าไรลดน้อยลง

การทำงานของเชื้อราเมไรเซียมผสมบิวเวอร์เรีย เมื่อแมลงสัมผัสกับเชื้อรา เชื้อจะเจริญเติบโตและดูกินอาหารและน้ำเลี้ยงจากแมลง ทำให้แมลงป่วย และตายไปในที่สุด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน หลังจากนั้นเชื้อราจะแทงออกจากตัวแมลง และสามารถเข้าทำลายแมลงตัวอื่นที่มาสัมผัสได้ต่อไป

ที่มา : กองกีฏวิทยา กรมวิชาการเกษตร


ฝากคำถามเรื่องเกษตรกรรม การป้องกัน, การรักษาโรคพืช,  การกำจัดแมลงศัตรูพืช, หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ Line Add Friends ครับ

เพิ่มเพื่อน