การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ เพื่อการเพาะปลูกในอนาคต

1169

สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการเพาะปลูก ก็คือการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่ เพื่อที่จะได้นำมาใช้ในอนาคต เพราะในวงจรการเพาะปลูก ฤดูปลูกอาจจะทิ้งช่วงห่างจากช่วงเก็บเกี่ยวพอสมควร ทำให้เกษตรกรต้องเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เอาไว้เพื่อให้การเพาะปลูกดำเนินต่อเนื่องไปได้ไม่ขาดช่วง ดังนั้น เกษตรกรบางคนเมื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ในแต่ล่ะครั้ง จะทำการซื้อเผื่อไว้ หรือบางคนอาจจะเก็บเมล็ดพันธุ์จากต้นที่ปลูกไว้เพื่อเป็นเชื้อต่อไปสำหรับการเพาะปลูกรอบหน้าด้วย

และนอกเหนือจากฤดูกาล ภัยธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต้องเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ เพราะอาจจะฝนตกหนักน้ำท่วม จนทำให้การเพาะปลูกที่มีอยู่เดิมประสบกับปัญหาได้ จึงทำให้เราต้องมีเมล็ดพันธุ์เตรียมเผื่อเอาไว้

ขั้นตอนในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ประกอบไปด้วย

  • คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีความเหมาะสม คือเป็นเมล็ดที่มีคุณภาพ มีสภาพสมบูรณ์และมีน้ำหนักดี
  • ทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์
  • ในกรณีที่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เก็บจากผลแห้ง เช่น กระเจี๊ยบเขียว น้ำเต้า หรือถั่วพู ต้องนำไปตากแดดไว้ก่อนประมาณ 3-5 วัน ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่เก็บในช่วงเริ่มสุก เช่น ข้าวโพด นำพืชที่จะเก็บมารวมกันไว้ แล้วนำไปพึ่งลมแต่ต้องไม่ให้โดนแดดอย่างต่ำประมาณ 8 วันแล้วค่อยเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
  • ทำการคัดกรองเอาฝุ่นหรือเศษดินออก อาจจะทำโดยการฝัดด้วยกระด้งก็ได้
  • เลือกวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ในแบบที่เราคิดว่าเหมาะสมกับเมล็ดพันธุ์นั้นๆ

ซึ่งสำหรับการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ มีวิธีการหลายแบบด้วยกัน ดังต่อไปนี้

  • แบบควบคุมความชื้นของเมล็ด เราต้องทำการเก็บเมล็ดพันธุ์ในภาชนะที่ปิดได้แน่นอากาศเข้าออกไม่ได้ เช่น ขวดแก้วหรือขวดพลาสติก กระป๋อง หรือถุงที่ห่อด้วยซองอลุมิเนียม เพื่อป้องกันความชื้น
  • แบบปรับสภาพให้เย็นและแห้ง เหมาะสำหรับการเก็บรักษาธัญพืช หรือไม้ดอก โดยการเก็บรักษาในตู้เย็น ที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 1-5 องศาเซลเซียส และความชื้นของเมล็ดพันธุ์อยู่ที่ 3-5 เปอร์เซ็นต์ การเก็บรักษาแบบนี้ บางทีอาจจะเก็บเมล็ดพันธุ์ได้นานถึง 2 ปีในกรณีที่ใช้ตู้เย็นธรรมดา
  • แบบเปิด อยู่ในสภาพอากาศปกติ ซึ่งอาจจะทำให้ป้องกันความชื้น หรือควบคุมอุณหภูมิของการเก็บไว้ไม่ได้ อายุและสภาพของเมล็ดจึงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ถ้าเมล็ดเก็บอยู่ในที่ๆ มีความชื้นสูง ก็จะทำให้เมล็ดมีความชื้นสูงตามไปด้วย
  • แบบให้อยู่ในสภาพอุ่นและชื้น เก็บในภาชนะที่ปิดแน่นแต่อยู่ในอุณหภูมิปกติเหมาะสมกับการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชแบบเขตร้อนเช่นมะม่วงทุเรียนมังคุดฯลฯ

การจัดการสภาพแวดล้อมสำหรับการเก็บเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมถือเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุดที่จะทำให้การเก็บรักษาดำเนินไปได้ด้วยดีนอกจากนั้นเมล็ดพันธุ์แต่ล่ะชนิดก็มีข้อจำกัดมีความแตกต่างที่ทำให้เราต้องทำการจัดการด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นเกษตรกรอาจจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์นั้นๆเพื่อการเก็บรักษาที่ถูกต้องด้วย

ระหว่างที่ทำการเก็บรักษา อาจจะลองตรวจสอบสภาพของเมล็ดพันธุ์อยู่เสมอว่าเป็นอย่างไรบ้าง (ถ้าใส่ในขวดแก้วหรือพลาสติกใสก็จะเช็คได้ง่ายหน่อย) ถ้าเก็บรักษาอย่างดี ก็จะสามารถนำกลับมาปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

นามปากกา : Happy Black Cat

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!