ป้องกันโรคราน้ำค้าง ด้วยราแบคฟูลาร์ ไม่ง้อสารเคมี

576

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืืชผักตระกูลแตกและตระกูลกะหล่ำ เฝ้าระวังโรคราน้ำค้าง โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่องกลางวันอากาศร้อน กลางคืนอากาศเย็น ความชื้นสูงและมีหมอกในตอนเช้า สภาพอากาศเหมาะต่อการระบาดของโรคราน้ำค้าง ซึ่งสามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกพืชผักอย่างสม่ำเสมอเมื่อเริ่มพบใบพืชเป็นจุดแผลเหลือง หรืออาจเป็นปื้นสีเหลือง กรณีสภาพอากาศชื้นในตอนเช้าพลิกดูใต้ใบมักจะพบเส้นใยเชื้อราสีเขียว หรือเทาคล้ายปุยฝ้ายให้รีบป้องกันกำจัด

เชื้อราสาเหตุโรคราน้ำค้าง คือ เชื้อรา Pseudoperonosporacubensis และเชื้อรา Peronosporaparasitica ซึ่งอาการในพืชผักตระกูลแตงเริ่มแรกจะพบที่ใบล่าง ใบแก่ หรือโคนเถา โดยจะเริ่มเป็นจุดแผลสีเขียวซีดขึ้นก่อน ต่อมาจะค่อยๆ ขยายโตขึ้นเป็นสีเหลือง หรืิอสีน้ำตาลขนาดเล็ก แล้วขยายใหญ่ขึ้นเป็นรูปเหลี่ยมอยู่ระหว่างเส้นใบ

ส่วนอาการในพืชผักตระกูลกะหล่ำเริ่มแรกบริเวณหน้าใบเป็นจุดสีเหลือง หรือาจเป็นปื้นสีเหลืองจากช่วงเช้ามืดพลิกดูใต้ใบตรงกับจุดแผลที่เกิดขึ้นจะพบกลุ่มของเส้นใหญ่เชื้อราลักษณะเป็นขุยสีขาวหรือผงสีเทาซึ่งเมื่อใบแก่ หรือแผลแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบจะแห้งแต่ก้านใบจะชูขึ้น ขอบใบม้วน ใบร่วง กรณีที่เกิดโรครุนแรงและสภาพแวดล้อมเหมาะสม ใบส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในต้นอาจถูกเชื้อเข้าทำลายอย่างรุนแรง ต้นจะโทรมอาจตายได้ทั้งต้น สำหรับผลมักจะไม่ถูกเชื้อเข้าทำลายโดยตรง แต่ผลจะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ผลแคระแกร็น เสียคุณภาพ และรสชาติเสียไป ในเมลอน แคนตาลูป และแตงโม จะทำให้ความหวานลดลง ในบล็อกโคลี่หรือกะหล่ำดอกก้านดอกจะยืด และดอกอาจจะบิดเบี้ยวเสียรูป

ส่วนแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคราน้ำค้างพืชผักตระกูลแตงและพืชผักตระกูลกระหล่ำนั้นแนะนำให้เกาตรกรปฏิบัติดังนี้

1.สำรวจแปลงปลูกพืชผักอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

2.เลือกปลูกพันธุ์ที่มีความต้านทานต่อโรคราน้ำค้าง

3.คลุกเมล็ดพันธุ์ปลูกด้วยไตรโคฟูลาร์ หรือ เชื้อราแบคฟูลาร์ หรือแช่เมล็ดด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิ 50 เซนติเมตร นาน 20-30 นาที

4.หลีกเลี่ยงการนำต้นพืชที่เป็นโรคเข้าไปยังแปลงปลูก

5.เมื่อเริ่มพบอาการของโรคให้พ่นด้วย เชื้อไตรโคฟูลาร์ อัตรา 500-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ พ่นราแบคฟูลาร์ (ชนิดผง ) 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

ถ้าเป็นราแบคฟูลาร์ (ชนิดน้ำ) 80-100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 5-6 วันครั้ง ในช่วงเย็นแดดอ่อน

หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วควรเก็บซากพืช หรือวัชพืชออกจากแปลงให้หมดเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคไปเผาทำลาย

ขอขอบคุณที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 โรคพืชหน้าฝน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!