ป้องกัน โรคผลเน่า และ โรคใบจุดเหลือง ในผลสละ

485

ป้องกัน โรคผลเน่า และ โรคใบจุดเหลือง ในผลสละ สภาพอากาศแปรปรวนมีฝนตกปานกลางถึงหนักมากในช่วงนี้  แนะเกษตรกรชาวสวนสละเฝ้าระวังการระบาดของ  โรคผลเน่า และ โรคใบจุดเหลือง ในผลสละ มักพบโรคในช่วงที่ต้นสละมีผลแก่กำลังเก็บเกี่ยว เริ่มแรกพบเปลือกผลสละมีสีน้ำตาล   กรณีที่มีความชื้นสูงจะพบเส้นใยเชื้อราสีขาวหรือสีขาวอมชมพู เส้นใยเชื้อราจะแทงทะลุเปลือกเข้าไปในผลสละ ทำให้เปลือกเปราะแตก   เนื้อด้านในผลเน่า  และผลร่วงในที่สุด  หากเส้นใยเชื้อราที่พบบนผลสละเจริญเต็มที่จะสร้างดอกเห็ดสีขาว   เมื่อดอกเห็ดบานจะปลดปล่อยสปอร์แพร่กระจายระบาดไปสู่ผลสละทะลายอื่นๆ และต้นอื่นได้

สละ และ ระกำ เป็นพืชสกุลเดียวกัน ชื่อ “ระกำ” เป็นคำที่ฟังแล้วไม่ค่อยดี ชื่อนี้คงมาจากความเจ็บปวด เพราะเวลาปลอกเปลือกแล้วโดนหนามที่เล็กแต่แหลมคมตำเอา ผลระกำยาวมีสีแดงเข้ม มีหนามเยอะและยาว ช่อแน่น เมล็ดในมีลักษณะป้อมขนาดใหญ่ ผลมักมี 3 กลีบ เนื้อน้อย มีรสชาติเปรี้ยว โดยเฉพาะระกำที่สุกรุ่นแรกๆ ส่วนรุ่น 2-3 ระกำจะเริ่มหวานขึ้น ระกำมีทางใบยาว สละ มีทางใบสั่นผลค่อนข้างกลมป้อม มีหนามน้อยกว่า อาจจะมี 1-2 กลีบแต่สละที่แท้มีกลีบเดียวและมีกลิ่นหอมกว่าระกำ สละไทยนั้นเนื้อนิ่มและสีเหลืองนวล ไม่แข็ง หรือขาวเหมือนสละชวาซึ่งมีปลูกกันมากในเกาะชวา

พันธุ์สละ ที่นิยมปลูก มีดังนี้

1.พันธุ์เนินวง เป็นพันธุ์สละที่นิยมปลูกมากที่สุด ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็กกว่าระกำ บริเวณกาบใบมีสีน้้ำตาลทอง ปลายใบยาว หนามของยอดที่ยังไม่คลี่ มีสีขาว ผลมีรูปร่างยาวหัวท้ายเรียวคล้ายกระสวย หนามผลยาว อ่อนนิ่ม ปลายหนามงอนไปทางท้ายผล เนื้อมีสีเหลืองนวลคล้ายน้ำผึ้ง หนานุ่ม รสชาติหวานหรือหวานอมเปรี้ยว รับประทานแล้วรู็สึกชุ่มคอ กลิ่นหอม เมล็ดเล็ก

2.พันธุ์หม้อ  ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็กและใบมีสีเข้มกว่าพันธุ์เนินวง ข้อทางใบถี่สั้น หนามยาวเล็กและอ่อนกว่าพันธุ์เนินวง ช่อดอกยาว ติดผลงง่ายกว่าพันธุ์เนินวง ผลคล้ายระกำ เปลือกผลสีแดงเข้ม เนื้อสีน้ำตาลมีลาย เนื้อหนาแต่ไม่แน่น รสชาติหวาน มีกลิ่นเฉพาะ เมล็ดเล็ก ทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง

3.พันธุ์สุมาลี เป็นพันธุ์ใหม่ลักษณะลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวมีสีเขียวอมเหลือง ใบใหญ่กว้างและปลายใบสั้นกว่าพันธุ์เนินวง หนามของยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ มีสีส้มอ่อน คานดอกยาว ช่อดอกใหญ่ ติดผลง่าย ผลมีรูปร่างป้อมสั้น สีเนื้อคล้ายสละเนินวง เนื้อหนากว่าระกำแต่บางกว่า (ที่มา:กรมวิชาการเกษตร)

โรคผลเน่าสละ (Fruit rot of salak)



สาเหตุเชื้อรา Thielaviopsis paradoxa อาการเปลือกจะเป็นสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ เน่าลามทั้งผล พบเส้นใยบนผลเมื่อมีความชื่นสูง ขณะที่เนื้อภายในผลเริ่มแรกเป็นแผลสีน้ำตาล และเน่าเละเป็นสีน้ำตาลและเน่าเละเป็นสีน้ำตาลแก่จนถึงดำทั้งผล

แนวทางการป้องกัน โดยการใช้ราแบคฟูลาร์พ่น อัตราการใช้

ฉีดพ่นทันที ใช้เชื้อ 50 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร ผสมให้เข้ากัน นำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน ขยายเชื้อด้วยอาหาร นำผงเชื้อใส่ขวดสะอาด เติมอาหารลงไป หมักไว้ 1 วัน เขย่าขวดวันละ 1-2 ครั้ง

อาหารสำหรับหมักเชื้อ อัตราการใช้

  • นมสด 1 กล่อง/ เชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ/ น้ำ 1 ลิตร เชื้อขยาย 1 ชุด ผสมน้ำได้ 20-30 ลิตร เติมสารจับใบ นำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน
  • ไวตามิลค์ 1 กล่อง/ เชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ/ น้ำ 1 ลิตร เชื้อขยาย 1 ชุด ผสมน้ำได้ 20-30 ลิตร เติมสารจับใบ นำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน
  • น้ำเต้าหู้เย็นแล้ว 1 ถุง/ เชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ/ น้ำ 1 ลิตร เชื้อขยาย 1 ชุด ผสมน้ำได้ 20-30 ลิตร เติมสารจับใบ นำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน
  • น้ำมะพร้าวอ่อน 1 ผล/ เชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ/ น้ำ 1 ลิตร เชื้อขยาย 1 ชุด ผสมน้ำได้ 20-30 ลิตร เติมสารจับใบ นำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน

อ่านเพิ่มเติม การขยายเชื้อราแบคฟูลาร์ 

โรคใบจุดสีเหลืองในสละ (leaf spot)

สาเหตุเกิดจากการสะสมธาตุแมงกานีสมากเกินไปในดินที่เป็นกรด ส่วนใหญ่เกิดกับใบแก่ เป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆและมีขอบสีเหลืองๆ แมกกานีสจะไปขัดขวางการใช้ประโยชน์จากธาตุอาหาร ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียม

แนวทางการป้องกัน จำเป็นต้องปรับความเป็นกรดด่างให้เป็นกลางๆ โดยการใส่ฮิวมิค และ ธาตุอาหารที่ขาดให้เกิดสมดุลขึ้น

รูปแบบการใช้ 

ใช้ปรับสภาพดิน อัตราการใช้100 กรัม/น้ำ 200 ลิตร
วิธีการใช้ ราดลงดินตอนเตรียมดินปลูกหรือหลังปลูกพืชแล้ว

ใช้ผสมกับปุ๋ยเคมี อัตราการใช้ 1 กก./ปุ๋ย 100 กก.
วิธีการใช้ คลุกเคล้ากับปุ๋ยเคมีแล้วนำไปหว่านให้ต้นพืช ช่วยในการปลดปล่อยธาตุอาหารให้ต้นพืชอย่างช้าๆ

ใช้ผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตราการใช้ 1 กก./ปุ๋ย 500 กก.
วิธีการใช้  คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปรองก้นหลุม หรือหว่านรอบโคนต้น

ใช้เพื่อควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช อัตราการใช้ 500 กรัม/น้ำ 200 ลิตร
วิธีการใช้ ราดโคนต้นให้เปียกชุ่ม

กรณีดินเป็นกรดจัด อัตราการใช้ 500 กรัม/น้ำ 200 ลิตร
วิธีการใช้ ราดลงดินตอนเตรียมดินปลูกหรือหลังปลูกพืชแล้ว

คำแนะนำ

หลังผสมน้ำแล้วควรใช้ให้หมดภายในวันนั้น เนื่องจากมีสปอร์ของไตรโคเดอร์มา ไม่ควรแช่น้ำนานเกิน 24 ชม.

ควรเติมสารลดแรงตึงผิว หรือสารจับใบทุกครั้ง เพื่อช่วยให้เกาะติดเม็ดดินและแทรกซึมลงดินได้ด

สามารถใช้ได้บ่อยครั้งเพื่อควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช และใช้ได้กับพืชทุกชนิด


สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคผลเน่า และ โรคใบจุดเหลือง  ให้เกษตรกร ตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ปลิดผลที่เป็นโรคบนทะลาย เก็บซากพืช และผลที่ร่วงใต้ต้นที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก   เพื่อลดปริมาณเชื้อสะสม  จากนั้นให้ ตัดแต่งทางใบแก่หมดสภาพ ที่อยู่ด้านล่าง  และ ปรับร่มเงาให้เหมาะสม เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลดการสะสมเชื้อโรค  และลดความชื้นใต้ทรงพุ่มไม่ให้มีมากเกินไป รวมทั้ง ตัดแต่งช่อผลสละ เพื่อลดการเบียดกันจนทำให้เกิดแผล  ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลายได้ง่าย  เกษตรกรควร ค้ำยันทะลายผลไม่ให้ติดดิน

ขอบคุณที่มา ; กรมวิชาการเกษตร

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง