ป้องกัน 4 ศัตรูข้าวระยะต้นตั้งท้อง

344


ป้องกัน 4 ศัตรูข้าวระยะต้นตั้งท้อง  เตือนภัยชาวนาระยะต้นแตกกอ
! โรคและศัตรูพืชบุกแปลงนาอย่านิ่งเฉย
!!
ข้าวเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญมากของไทย เพราะคนไทยบริโภคข้าวเป็นหลัก ดังนั้นหากชาวนาปล่อยให้ต้นข้าวเกิดความเสียหายจากโณคและแมลงศัตรูพืช จะทำให้ผลผลิตและรายได้เสียหายเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบกับทั้งชาวนาเองและผู้บริโภค โรคไม่ได้มีเฉพาะกับมนุษย์หรือสัตว์อย่างเดียวเท่านั้น แต่พืชก็สามารถเป็นโรคเฉกเช่นเดียวกันได้! เพราะพืชเองก็มีศัตรูทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นแมลงหรือเชื้อโรคต่างๆและศัตรูพืขตัวร้ายระยะต้นตั้งท้อง ที่สำคัญมีอะไรบ้าง และมีแนวทางป้องกันป้องกัน 4 ศัตรูข้าวระยะต้นตั้งท้อง อย่างไรไปดูกันเล้ยค่ะ

โรคขอบใบแห้ง (Bacterial Leaf Blight Disease or Bacterial Blight Disease)

พบมาก ในนาน้ำฝน นาชลประทาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคใต้

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae (ex Ishiyama) Swings et al.

อาการ โรคนี้เป็นได้ตั้งแต่ระยะกล้า แตกกอ จนถึงฺ ออกรวง ต้นกล้าก่อนนำไปปักดำจะมีจุดเล็กๆ ลักษณะช้ำที่ขอบใบของใบล่าง ต่อมาประมาณ 7-10 วัน จุดช้ำนี้จะขยายกลายเป็นทางสีเหลืองยาวตามใบข้าว  ขอบใบจะแห้งและม้วน ในบางกรณีที่เชื้อมีปริมาณสูงเข้าทำลายทำให้ท่อน้ำ ท่ออาหารอุดตัน ต้นข้าวทั้งต้นจะเหี่ยวเฉาและตายเรียกอาการของโรคนี้ว่า “ครีเสก”                                                                                                                                                                                                                   

วิธีการป้องกัน

  • ใช้พันธุ์ข้าวที่ต้านทาน เช่น พันธุ์สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 2 กข7 และ กข23
  • ในดินที่อุดมสมบูรณ์ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมาก 
  • ไม่ควรระบายน้ำจากแปลงที่เป็นโรคไปสู่แปลงอื่น
  • แนะนำให้ฉีดพ่นราแบคฟูลาร์ป้องกันไว้ตั้งแต่เริ่มปลูก ทุกๆ 7-15 วัน แต่เมื่อเรื่อมมีอาการให้ฉีดพ่นทุกๆ 3-4  วันครั้ง

 

โรคกาบใบแห้ง (Sheath blight Disease)

พบมาก ในนาชลประทาน ภาคกลาง ภาคเหนือ และ ภาคใต้

สาเหตุ เชื้อรา Rhizoctonia solani (Thanatephorus cucumeris (Frank) Donk)

การแพร่ระบาด เชื้อราสามารถสร้างเม็ดขยายพันธุ์ อยู่ได้นานในตอซังหรือวัชพืชในนาตามดินนา และมีชีวิตข้ามฤดูหมุนเวียนทำลายข้าวได้ตลอดฤดูการทำนา

อาการ  เริ่มพบโรคในระยะแตกกอ จนถึงระยะใกล้เก็บเกี่ยว ยิ่งต้นข้าวมีการแตกกอมากเท่าใด ต้นข้าวก็จะเบียดเสียดกันมากขึ้น โรคก็จะเป็นรุนแรง ลักษณะแผลสีเขียวปนเทา ขนาดประมาณ 1-4 x 2-10 มิลลิเมตร ปรากฏตามกาบใบ ตรงบริเวณใกล้ระดับน้ำ แผลจะลุกลามขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดไม่จำกัดและลุกลามขยายขึ้นถึงใบข้าว ถ้าเป็นพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอ แผลสามารถลุกลามถึงใบธงและกาบหุ้มรวงข้าว ทำให้ใบและกาบใบเหี่ยวแห้ง ผลผลิตจะลดลงอย่างมากมาย

                                                                                                                                                                                           

วิธีการป้องกัน

  • หลังเก็บเกี่ยวข้าว และเริ่มฤดูใหม่ ควรพลิกไถหน้าดิน เพื่อทำลายเม็ดขยายพันธุ์ของเชื้อราสาเหตุโรค
  • กำจัดวัชพืชตามคันนาและแหล่งน้ำ เพื่อลดโอกาสการฟักตัวและเป็นแหล่งสะสมของ
    เชื้อราสาเหตุโรค
  • แนะนำให้ฉีดพ่นราแบคฟูลาร์ป้องกันไว้ ตั้งแต่เริ่มปลูก ทุกๆ 7-15 วัน แต่เมื่อเรื่อมมีอาการให้ฉีดพ่นทุกๆ 3-4  วันครั้ง

 

หนอนกอแถบลาย (striped stem borer)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chilo suppressalis (Walker)

วงศ์ : Pyralidae

อันดับ : Lepidoptera

ชื่อสามัญอื่น : –

ลักษณะการทำลาย  เป็นหนอนกอที่มีความสำคัญมากระบาดทั่วเอเชีย ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีรำข้าว ที่มีฝุ่นผงดำๆ จับอยู่ หนอนมีแถบสีน้ำตาล 5 แถบ แถบด้านข้างพาดผ่านรูหายใจ หัวมีสีน้ำตาลอ่อนสีจางกว่าหนอนกอแถบลายม่วง การทำลายในระยะข้าวตั้งท้องหรือหลังจากข้าวออกรวงจะทำให้เมล็ดข้าวลีบทั้งรวง รวงข้าวมีสีขาวเรียกว่า ข้าวหัวหงอก(whitehead)

                                                                                                                                                                                           

วิธีการป้องกัน

  • เผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ไขน้ำท่วมและไถดินเพื่อทำลายหนอนและดักแด้ของหนอนกอข้าวที่อยู่ตามตอซัง
  • ปลูกพืชอื่นเพื่อตัดวงจรชีวิตของหนอนกอข้าว ปลูกพืชหมุนเวียน
  • ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป ทำให้ใบข้าวงามหนอนกอชอบวางไข่
  • ใช้แสงไฟล่อตัวเต็มวัยและทำลาย เมื่อมีการระบาดรุนแรง
  • ไม่ใช้สารฆ่าแมลงชนิดเม็ดในนาข้าว เพื่อช่วยให้ศัตรูธรรมชาติพวกแตนเบียนไข่และแตนเบียนหนอนของหนอนกอข้าว สามารถควบคุมประชากรหนอนกอข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ใช้ บีที และ มิกซ์ฟูลาร์ ในการป้องกัน ตั้งแต่เริ่มปลูก ทุกๆ 7-15 วัน แต่เมื่อเรื่อมมีอาการให้ฉีดพ่นทุกๆ 3-4  วันครั้ง

เพลี้ยจักจั่นสีเขียว (green rice leafhopper)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nephotettix virescens (Distant)

วงศ์ : Cicadellidae

อันดับ : Homoptera

ชื่อสามัญอื่น : –

ลักษณะการทำลาย  เพลี้ยจักจั่นสีเขียวเป็นแมลงจำพวกปากดูด ที่พบทำลายข้าวในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ Nephotettix virescens (Distant)และ Nephotettix nigropictus (Stal) ตัวเต็มวัยของแมลงทั้ง 2 ชนิดมีสีเขียวอ่อนและอาจมีแต้มดำบนหัวหรือปีก ขนาดลำตัวยาวไม่แตกต่างกัน ต่างกันตรงที่ N. nigropictus (Stal) มีขีดดำพาดตามความยาวของขอบหน้าผากระหว่างตาทั้ง 2 ข้าง แต่ N. virescens (Distant) ไม่มี ตัวเต็มวัยไม่มีชนิดปีกสั้น เคลื่อนย้ายรวดเร็วเมื่อถูกรบกวน  สามารถบินได้เป็นระยะทางไกลหลายกิโลเมตร  ชอบบินมาเล่นไฟตอนกลางคืน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม เพศเมียวางไข่ในกาบใบข้าว วางไข่เป็นกลุ่ม 8-16 ฟอง ไข่วางใหม่ๆมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ต่อมากลายเป็นสีน้ำตาลและมีจุดสีแดง  ระยะไข่นาน 5-8 วัน ตัวอ่อนมีสีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน  ตัวอ่อนมี 5 ระยะ  ระยะตัวอ่อนนาน 14-15 วัน ระยะตัวเต็มวัยประมาณ 10 วัน

เพลี้ยจักจั่นสีเขียวอพยพเข้าแปลงข้าวทันทีหลังจากเป็นต้นกล้า และมีปริมาณมากที่สุดในช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ   ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบและลำต้นข้าว ทำให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโตและอาจแห้งตายได้ถ้ามีปริมาณมาก และเป็นแมลงพาหะนำโรคใบสีส้ม (yellow orange leaf virus) และ โรคเหลืองเตี้ย (yellow dwarf disease) มาสู่ข้าว  ทำให้ต้นข้าวแคระแกร็น ใบเหลือง ข้าวออกรวงไม่สม่ำเสมอ เมล็ดลีบ โดยปรกติอาศัยอยู่ส่วนบนของต้นข้าวในตอนเข้า และย้ายลงมาด้านล่างของต้นข้าวในตอนบ่าย  ตัวเต็มวัยและตัวอ่อนจะแพร่กระจายออกไปไม่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม  โดยทั่วไปจึงไม่พบจำนวนประชากรมากถึงระดับทำให้ข้าวแห้งตายได้  ฤดูกาลปลูกข้าวครั้งหนึ่งเพลี้ยจักจั่นสามารถดำรงชีวิตได้ 3-4 ชั่วอายุ ตัวเต็มวัยสามารถดักจับได้จากกับดักแสงไฟ  มักพบระบาดในฤดูฝนที่สภาพต้นข้าวเจริญดีเหมาะต่อการขยายพันธุ์

โรคใบสีส้ม (yellow orange leaf virus)

โรคเหลืองเตี้ย (yellow dwarf disease)

 

การป้องกันกำจัด

  •  ใช้แสงไฟล่อแมลงและทำลายเมื่อมีการระบาดรุนแรง
  • ปลูกข้าวพร้อม ๆ กัน และปล่อยพื้นนาว่างไว้ระยะหนึ่ง เพื่อตัดวงจรชีวิตของแมลง
  • ปลูกข้าวพันธุ์ต้านทาน กข4 กข9 กข21 กข23 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2 ชุมแพ 60 เก้ารวง 88 แก่นจันทร์ นางพญา 132 พวงไร่
  • ใช้ บิวฟูลาร์ หรือ มิกซ์ฟูลาร์ ในการป้องกัน ตั้งแต่เริ่มปลูก ทุกๆ 7-15 วัน แต่เมื่อเรื่อมมีอาการให้ฉีดพ่นทุกๆ 3-4  วันครั้ง

 

 

บีที

บิวฟูลาร์

มิกซฟูลาร์

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง