พัฒนาการและความสำคัญของ “เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์”

เครื่องหยอดเมล็ด2
679

เทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร แม้แต่การหยอดเมล็ดพันธุ์ ที่เริ่มต้นด้วยการขุดและทำด้วยมือธรรมดา ต่อมาก็เป็นแบบมีอุปกรณ์เสริมมาช่วย ซึ่งอุปกรณ์เสริมดังกล่าวก็คือ เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ หรือที่เกษตรกรนิยมเรียกกันว่า JAB (แจ็บ) นั่นเอง

เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ก็ทำหน้าที่เหมือนกับที่ชื่อระบุไว้ คือทำหน้าที่ขุดผิวของพื้นดินให้ลึกประมาณหนึ่ง จากนั้นก็ฝังเมล็ดพันธุ์ลงไปในจุดที่ขุด โดยเครื่องจะสามารถทำการขุดไปเรื่อยๆ และกำหนดระยะห่างระหว่างแต่ล่ะจุดที่ฝังเมล็ดพันธุ์ให้เท่าๆ กันได้ เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เครื่องลักษณะนี้ถูกนำมาใช้กัน ทั้งแบบที่ใช้แรงงานมนุษย์ (เข็นเครื่องหยอดเมล็ดไปเรื่อยๆ) หรือแบบที่ใช้รถจักรในการเกษตรมาเป็นตัวทุ่นแรง

เครื่องหยอดเมล็ด2

แบบที่ใช้แรงงานคน เกษตรกรบางคนก็ผลิตเอง โดยออกแบบให้มีทั้งลักษณะที่เป็นลูกกลิ้งที่มีล้อวงกลมเล็กๆ แบนๆ แบบกล่องใส่คุกกี้ มีด้ามจับเอาไว้สำหรับเข็นให้กลิ้งไปตามพื้นที่ พร้อมกับติดท่อเหล็กแหลมให้เจาะลงไปในดินพร้อมๆ กับการปล่อยเมล็ดพันธุ์ลงไปในท่อ เพื่อให้ไหลลงไปในดินที่ได้ขุดเจาะเอาไว้ หรืออาจจะออกแบบให้เป็นเหมือนแปรงทาสีที่มีลูกกลิ้งยาวๆ แล้วติดท่อเอาไว้บนลูกกลิ้ง แล้วก็ดันไถ่ลูกกลิ้งไปตามพื้นที่การเกษตรแล้วให้ฟังเมล็ดพันธุ์ไปเรื่อยๆ

ข้อดีของเครื่องหยอดเมล็ดแบบที่ใช้แรงงานคนประกอบไปด้วย

1.ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องเสริมด้วยแรงเครื่องจักรใดๆ

2.สามารถทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมอุปกรณ์มากนัก

เครื่องหยอดเมล็ด2

แต่การใช้เครื่องหยอดเมล็ดก็มีข้อเสียเช่นกัน ซึ่งได้แก่

1.ต้องออกแรงพอสมควรในการหลอดเมล็ดแต่ล่ะครั้ง ซึ่งสำหรับบางคนก็อาจเป็นการเหนื่อยโดยไม่จำเป็น

2.ใช้ได้กับเมล็ดพันธุ์บางประเภท เพราะเมล็ดพันธุ์บางอย่างต้องฝังลงไปในดินลึกเกินกว่าที่แรงงานคนจะทำได้

เกษตรกรที่มีงบประมาณมากพอ ส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้เครื่องหยอดเมล็ดแบบที่รูปร่างหน้าตาคล้ายๆ อุปกรณ์การหว่านไถ่ แต่ต้องมีการใช้เครื่องจักรประกอบการทำงาน ซึ่งก็มีข้อกำหนดในตัว เช่น ต้องใช้กับรถแทรกเตอร์ที่มีขนาดความแรง 80 แรงม้าขึ้นไป และต้องเป็นพื้นที่ราบเรียบไม่มีหลุมมีบ่อหรือเนินจึงจะทำงานได้ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร

ข้อเสียหลักๆ ที่มีร่วมกันของเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์คือ แต่ล่ะเครื่องมักจะถูกออกแบบไว้เพื่อการหยอดเมล็ดพันธุ์ชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว หมายความว่าเมื่อก่อนเกษตรกรต้องซื้อเครื่องหลายๆ แบบ เพื่อรองรับความต้องการในการหยอดเมล็ดพันธุ์ที่หลากหลาย ในช่วงเวลาหลังๆ มานี้ เลยมีความพยายามที่จะพัฒนาเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ที่สามารถใช้หยอดเมล็ดพันธุ์ได้หลากหลายชนิดโดยไม่ต้องจัดเตรียมให้วุ่นวายหลากหลายแบบ คือ เครื่องแบบหนึ่งสามารถหยอดเมล็ดพันธุ์ได้มากกว่า 1-3 ชนิดเรียกได้ว่าซื้อมาใช้ทีเดียวก็คุ้มหยอดเมล็ดพันธุ์ได้หลากหลายชนิด

อุปกรณ์การเกษตรแต่ล่ะชนิดมักจะมีพัฒนาการของตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกร และรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่ยังคงมีไปเรื่อยๆ

นามปากกา : Happy Black Cat

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!