หมดปัญหาโรคหอมและกระเทียมด้วยชีวภัณฑ์

893

หอม-กระเทียม พืชอาหารประจำครัวไทย ที่คนไทยรู้จัก และนิยมใช้เป็นเครื่องปรุงอาหาร ซึ่งในระยะหลังการเก็บเกี่ยว หอม-กระเทียม มักพบการระบาดของโรคของหอม-กระเทียม ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อผลผลิตและต่อผู้บริโภคในระยะช่วงหลังการเก็บเกี่ยวหอม-กระเทียมนี้ เกษตรกรและผู้บริโภค มักพบปัญหา หอม-กระเทียมเน่าเสียหาย ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ได้แก่ โรคใบจุดสีม่วง (Purple Blotch Disease) , โรคใบไหม้ (Stemphylium Leaf Blight Disease), โรคแอนแทรคโนส (Antracnose Disease) , โรคหัวและรากเน่า (Sclerotium Rot Disease) , โรคหอมเลื้อย (Onion Twister Disease)

โรคหัวและรากเน่า (Sclerotium Rot Disease)

เชื้อสาเหตุ: เชื้อรา Sclerotium rolfsii

ลักษณะอาการ: โรคระบาดและทำความเสียหายมากในแปลงที่มีต้นปลูกแน่นเกินไป การระบายน้ำไม่ดี โดยใบที่อยู่รอบนอกเริ่มมีอาการเหลืองแห้งแล้วลุกลามจนแห้งตาย เมื่อถอนต้นดูพบว่าหลุดจากดินได้ง่ายเพราะรากและหัวเน่าเสีย เห็นเส้นใยสีขาวหยาบของเชื้อราเจริญอยู่บริเวณโคนต้นและพบเม็ดสเคอโรเตียลักษณะคล้ายเมล็ดผักกาดมีสีขาวหรือน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแก่เกิดแทรกปะปนอยู่กับเส้นใย

การป้องกัน : 

1.ปลูกพืขหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัย เช่น ข้าว ข้าวโพด สลับกับถั่วเหลืองหรือถั่วเขียวเพื่อบำรุงดิน

2.ก่อนปลูกต้องปรับดินด้วยปูนขาวอัตรา 300-400 กิโลกรัมต่อไร่และใส่ปุ๋ยอินทรีย์อย่างน้อย 1-2 ตันต่อไร่

3.เมื่อพบการระบาดของโรค เก็บพืชและดินในบริเวณโคนต้นไปเผาทำลาย

4.ราดดินบริเวณที่พบโรคและบริเวณใก้ลเคียงด้วย เชื้อราไตรโคฟูลาร์ 50-100 กรัม (2-4 ช้อนแกง) ผสมน้ำ 20 ลิตร

โรคใบจุดสีม่วง (Purple Blotch Disease)

เชื้อสาเหตุ: เชื้อรา Altemaria porri

ลักษณะอาการ: โรคระบาดได้ดีช่วงอากาศเย็นมีหมอกน้ำค้างลงจัด อาการเริ่มแรกเกิดแผลจุดฉ่ำน้ำสีเขียวหม่นขนาดเล็ก รูปกลมหรือรี เมื่อแห้งเห็นเป็นแผลจุดสีขาวกระจายอยู่ทั่วไป ต่อมาขอบแผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมม่วง แผลขยายเป็นรูปรีไปตามความยาวของใบและอาจขยายลุกลามติดต่อกันเป็นแผลใหญ่เมื่ออาการรุนแรง เชื้อราสร้างสปอร์ขยายพันธุ์สีดำเป็นผงละเอียดอยู่บนแผลรอบนอกแผลเป็นสีขาวซีดหรือเหลือง ใบหักพับลงและแห้งตาย บางครั้งแผลจุดสีขาวไม่พัฒนาต่อแต่เพิ่มจำนวนมากขึ้นจนมองเห็นเป็นอาการใบลาย

การป้องกัน:

1.ปลูกพืขหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยในพื้นที่ที่มีโรค

2.ก่อนปลูกพืชควรไถพรวนตากดิน 2-3 ครั้งเพื่อลดปริมาณเชื้อราปรับสภาพดินให้มีความกรด-ด่างที่ 6.5-7.0 ด้วยปูนขาวหรือปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์

3. เมื่อพบการระบาดของโรค ฉีดพ่นทันที ด้วย เชื้อราแบคฟูลาร์ ในอัตราส่วน 50 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร ผสมให้เข้ากัน นำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน ในแปลงกล้าบริเวณโคนต้นพืช และฉีดพ่นทางใบเพื่อป้องกันโรค และพืชที่แสดงอาการเป็นโรค

4.ควบคุมการระบาดของเพลี้ยไฟด้วย ซุปเปอร์บิวฟูลาร์ ผสมน้ำฉีดพ่นทางใบทันที 25-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร (1-2 ช้อนโต๊ะ)

  • สภาพอากาศแห้ง ควรทำการกระตุ้นเชื้อก่อนการฉีดพ่น โดยนำเชื้อ 25-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร (1-2 ช้อนโต๊ะ) ผสมน้ำ 1 ลิตร พักไว้ 4 ชั่วโมง หลังจากนั้นเติมน้ำอีก 20 ลิตร เติมสารจับใบ แล้วนำไปฉีดพ่นทุก 5-6 วัน
  • สภาพอากาศชื้น โดยนำเชื้อ 25-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร (1-2 ช้อนโต๊ะ) เติมสารจับใบ3-5 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นทุก 5-6 วัน ฉีดพ่นให้ถูกตัวแมลงศัตรูพืชหรือบริเวณที่แมลงศัตรูพืชอาศัยอยู่ ควรฉีดพ่นช่วงเวลาเย็น เพราะสภาพอากาศเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

โรคใบไหม้ (Stemphylium Leaf Blight Disease)

เชื้อสาเหตุ: เชื้อรา Stemphylium vesicarium

ลักษณะอาการ: อาการเริ่มจากเกิดจุดแผลฉ่ำน้ำขนาดเล็กสีเหลืออ่อนบนใบก่อนขยายเป็นแผลรูปรีหัวท้ายแหลมสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลอมม่วง ในสภาพที่มีความชื่นสูงใบพืชเปียกเป็นเวลานาน แผลจะขยายใหญ่ลุกลามเกิดอาการใบไหม้ตั้งแต่ปลายใบลงมาถึงแผลหรือไหม้ทั้งใบและแผลมีสีเข้มขึ้นเป็นสีดำในที่สุด ในบางครั้งพบโรคเกิดร่วมกับโรคใบจุดสีม่วงในแผลเดียวกัน

การป้องกัน :

1.เก็บเผาทำลายต้นเป็นโรค และเศษซากพืชในแปลง

2.ก่อนปลูกพืชควรไถพรวนตากดิน 2-3 ครั้งเพื่อลดปริมาณเชื้อราปรับสภาพดินให้มีความกรด-ด่างที่ 6.5-7.0 ด้วยปูนขาวหรือปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์

3. เมื่อพบการระบาดของโรค ฉีดพ่นทันที ด้วย เชื้อราแบคฟูลาร์ ในอัตราส่วน 50 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร ผสมให้เข้ากัน นำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน ในแปลงกล้าบริเวณโคนต้นพืช และฉีดพ่นทางใบเพื่อป้องกันโรค และพืชที่แสดงอาการเป็นโรค

โรคหอมเลื้อย (Onion Twister Disease)

เชื้อสาเหตุ: เชื้อรา Colletotrichum gloeosporiodes

ลักษณะอาการ: พืชที่เป็นโรคแอนเทรคโนสขั้นรุนแรงมีลักษณะแคระแกร็น ไม่ลงหัว หัวลีบยาวบิดโค้งงอ ใบบิดเป็นเกลียว คอยืดยาว ระบบรากสั้น รากขาดง่ายทำให้เกิดการเน่าก่อนเก้บเกี่ยว มักพบแผลลักษณะเช่นเดียวกับจุดแผลโรคแอนเทรคโนสบนใบ โคนกาบใบ คอใบหรือส่วนหัว โรคแพร่ระบาดได้ง่ายในแปลงที่มีความชื่นสูงและมีการปลูกพืชซ้ำเดิมทุกปีโดยไม่่ดูแลความสะอาดของแปลง

การป้องกัน :

1.ก่อนปลูกพืชควรไถพรวนตากดิน 2-3 ครั้งเพื่อลดปริมาณเชื้อราปรับสภาพดินให้มีความเป็นกรด-ด่างที่ 6.5-7.0 ด้วยปูนขาวหรือปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย?

2.ก่อนปลูกในฤดูฝนควรยกร่องสูงเตรียมดินให้มีการระบายน้ำดีและไม่บำรุงต้นด้วยปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป

3.เมื่อพบการระบาดของโรค เก็บพืชและดินในบริเวณโคนต้นไปเผาทำลาย

4.เมื่อพบการระบาดของโรค ฉีดพ่นทันที ด้วย เชื้อราไตรโคฟูลาร์ 50-100 กรัม (2-4 ช้อนแกง) ผสมน้ำ 20 ลิตร

ที่มา : สำนักงานวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคใบไหม้แผลใหญ่

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!