หมักสะเดาแบบไหนไล่แมลงได้ผลชัวร์

251

แต่ละปีชาวเกษตรกร ได้รับผลกระทบจากพิษยาฆ่าแมลงจำนวนมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่สำคัญต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการเลือกซื้อยากำจัดศัตรูพืชที่ตนเองปลูก ทำไมไม่คิดจะหาสมุนไพรใกล้ตัว ราคาไม่แพง และปลอดภัยต่อชีวิต ไม่มีพิษสะสมในร่างกายอย่างสะเดา

     

สารอินทรีย์ในเมล็ดสะเดาชื่อสารอะซาไดแรคติน ที่ผ่านการวิจัยจากนักกีฎวิทยาว่าป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยจะออกฤทธิ์ในการฆ่าแมลง ไล่แมลง และยับยั้งการเจริญเติบโตแมลง เนื่องจาก หนอนกินใบพืช เมื่อได้รับสารอะซาไดแรคตินจะยับยั้งการลอกคราบ ยับยั้งการสร้างไข่ จากการวิจัยพบหนอนศัตรูพืชที่ได้รับสารที่ว่าจะไม่สร้างไข่ หรือสร้างไข่น้อยลงและมีผลทำให้หนอนไม่สามารถ ลอกคราบเจริญเติบโตต่อไป กล่าวคือหนอนจะตายในระยะลอกคราบ เพราะสารที่ว่าจะออกฤทธิ์ลดการสร้างฮอร์โมน การผลิตไข่และปริมาณการฟักไข่ลดน้อยลง ที่สำคัญไม่มีอันตรายมนุษย์ สัตว์ รวมทั้งสภาพแวดล้อม


ส่วนประกอบสะเดาที่นำมาสกัดคือ

เมล็ดสะเดาคือส่วนที่เหมาะในการนำมาสกัดเนื่องจากพบสารอะซาไดแรคติน มากกว่าส่วนอื่น ๆ จะมีผลต่อการกำจัดหนอนกระทู้หอม หนอนคืบกระหลํ่า หนอนเจาะยอดกะหล่ำ คะน้า ตัวแก่ผีเสื้อ หนอนใยผัก ด้วงหมัดกระโดด หนอนกระทู้ หนอนกะหล่ำ ด้วงเต่าแดง หนอนเต่ามะเขือและหนอนแก้วส้ม


สำหรับวิธีนำสะเดามาหมักสกัดสารสำหรับกำจัดแมลง

 

กรมส่งเสริมการเกษตรมีวิธีการคือ ให้เอาเมล็ดสะเดาแห้งทั้งเปลือกหุ้มเมล็ดและเนื้อเมล็ด มาบดให้ละเอียดแล้วนำผงเมล็ดสะเดามาหมักกับน้ำในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตรใช้ผงสะเดาใส่ไว้ในถุงผ้าขาวบางแล้วนำไปแช่ในน้ำ 24 ชั่วโมงใช้มือบีบถุงตรงส่วนผงสะเดา เพื่อสารอะซาไดแรคตินที่อยู่ในผงสะเดาจะละลายออกมากแล้วนำไปฉีดป้องกันกำจัดแมลง ก่อนนำไปฉีดแมลงควรผสมสารจับใบเพื่อให้สารจับกับใบพืชได้ดีฉีดพ่นในเวลาเย็นจะมีผลในการฆ่าแมลงได้ดีเพราะแสงแดดจะทำให้ สารอะซาไดแรคตินสลายตัว ฉีดพ่น 5-7 วันต่อครั้ง


ส่วนวิธีการเก็บและรักษาเมล็ดสะเดา

ควรเก็บผลสะเดาที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ต้น หรือ เก็บผลสุกสีเหลืองจากกิ่ง อย่าปล่อยผลสะเดาที่ร่วงบนดินนานเกินไป นํามาผึ่งแดดประมาณ 2-3 สัปดาห์จนเปลือกสะเดาแห้งเป็นสีนํ้าตาลจึงนํามาผึ่ง 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เมล็ดในแห้งสนิท ขั้นตอนต่อไปคือเก็บบรรจุในถุงตาข่ายพลาสติกจะช่วยให้สารที่ว่าในสะเดามีปริมาณสูงมีผลป้องกันและกําจัดแมลงศัตรูพืชได้ผลดี  ควรระวังเรื่องการเก็บและรักษาผลหรือเมล็ดสะเดาที่ไม่ดีจะเกิดเชื้อราเข้าทําลายสารออกฤทธิ์ โดยเฉพาะสารอะซาไดแรคติน

     ภูมิปัญญาชาวบ้านที่เคยปฏิบัติมานานแล้วสอนลูกหลาน บางเรื่องควรนำมาประยุกต์ใช้ จะลดความเสี่ยงจากสารเคมีที่จะส่งผลเสียต่อร่างกาย ที่สำคัญการเลือกสารธรรมชาติกำจัดแมลงจะประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิต.
อ้างอิง กรมส่งเสริมการเกษตร

นามปากกา : manop_nop

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!