อากาศหนาว นาข้าวเหลือง เมล็ดลีบ ป้องกันด้วยเอ็กตร้าซิงค์

2086

เมื่อฤดูหนาวเข้ามาถึงปัญหาผู้ปลูกพืชผักไม้ผลไม้ยืนต้นต่าง ๆ ที่ต้องประสบก็คืออาการแพ้อากาศหนาวของพืชแต่ละชนิด ซึ่งเมื่ออากาศหนาวเมื่อใดพืชทุกชนิดจะหยุดชะงักการดูดซับธาตุอาหารต่าง ๆ เรียกได้ว่าหยุดการเจริญเติบโตก็ว่าได้ อาการที่แสดงออกอย่างเด่นชัดให้สังเกตที่บริเวณใบ จะมีลักษณะอาการเหลือง ยอดอ่อนที่กำลังผลิ แตกกิ่งออกมา ก็จะหยุดการเจริญเติบโต ไม้ดอกชนิดใดที่เป็นไม้ดอกเมืองร้อนที่กำลังจะผลิดอกก็จะพากันหยุดชะงักการออกดอก เช่น กล้วยไม้ตัดดอก หน้าวัวตัดดอก เป็นต้น ซึ่งในช่วงนี้ผลผลิตจะลดลงกันเกือบ 50% ก็ว่าได้

ข้าว เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ต้านทานกับอากาศหนาว โดยข้าวจะแสดงอาการแพ้หนาวภายในระยะเวลา 3 วัน ลักษณะของอาการข้าวแพ้หนาวจะดูออกที่ปลายใบจะเริ่มเหลืองออกส้ม (คล้ายกับอาการเชื้อรา, แบคทีเรีย) หากข้าวยังเล็กอยู่จะทำให้ต้นแคระแกร็น อายุการเก็บเกี่ยวหลังจากปลูกจะนานขึ้น ซึ่งระยะข้าวเล็กนี้เป็นระยะที่เกษตรกรไม่ต้องเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่ที่หน้าเป็นห่วงก็คือในช่วงข้าวกำลังผลิดอกออกรวง หรือบางท่านอาจจะเรียกว่า “ช่วงกลัดหางปลาทู” ซึ่งในช่วงนี้หากอากาศหนาวเย็นนานจะทำให้ข้าวที่กำลังจะโผล่นี้ไม่ยอมโผล่ หากโผล่มาได้ก็โผล่ได้แค่ครึ่งรวง ทำให้อีกครึ่งหรือส่วนที่อยู่ในกาบใบเลยระยะเวลาการออกดอกทำให้ผสมเกสรไม่ได้และเป็นเมล็ดลีบ ผลผลิตก็จะหดหายลงไปเกือบครึ่ง หรือบางท่านอาจจะไม่ได้ผลผลิตเลย

 

อาหารเสริมบำรุงต้นข้าว

 

โดยส่วนใหญ่วิธีแก้ไขของเกษตรกรใส่ธาตุสังกะสี (NUMAX EXTRAZINC) นวัตกรรมคีเลตธรรมชาติ สกัดจากพืชแท้ 100%

ส่วนประกอบ • สังกะสี 18%, กำมะถัน 8.81%, เอนไซม์น้ำ 5%, กรดอะมิโน 2%

วิธีใช้ สำหรับพืชผัก พืชไร่ ข้าว

  • ช่วงอายุ ระยะแตกใบอ่อนหรือแตกกอ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันการขาดสังกะสี อัตราใช้ ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร 5-10 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดทุก 7-10 วัน
  • ช่วงอายุ ช่วงที่สภาพอากาศหนาวจัด หรือ แล้งจัด เพื่อให้พืชต้านทานต่อสภาพอากาศ ฉีด 1-2 ครั้ง อัตราใช้ ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร 5-10 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดทุก 7-10 วัน

ประโยชน์ ป้องกันและรักษาอาการขาดสังกะสีในพืช ช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดี ทำให้พืชทนทานต่ออากาศหนาวจัด หรือแล้งจัด

ข้อควรแนะนำ • สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีได้

วิธีใช้ สำหรับผลไม้ ได้แก่ ส้ม ส้มโอ มะนาว มังคุด ทุเรียน เงาะ ลำไย มะม่วง

  • ช่วงอายุ ระยะแตกใบอ่อน 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันการขาดสังกะสี อัตราใช้ ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร 5-10 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดทุก 10-15 วัน
  • ช่วงอายุ สำหรับพืชที่เริ่มแสดงอาการขาดธาตุสังกะสี อัตราใช้ ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร 15-20 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดทุก 10-15 วัน
  • ช่วงอายุ สำหรับพืชที่แสดงอาการขาดธาตุสังกะสี อย่างรุนแรง อัตราใช้ ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร 20-30 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดทุก 10-15 วัน
  • ช่วงอายุ ช่วงที่สภาพอากาศหนาวจัด หรือ แล้งจัด เพื่อให้พืชต้านทานต่อสภาพอากาศ ฉีด 1-2 ครั้ง อัตราใช้ ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร 15-20 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร ฉีดทุก 10-15 วัน

ประโยชน์ ป้องกันและรักษาอาการใบแก้วในพืชตระกูลส้ม และผลไม้ชนิดอื่น ช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดี กระตุ้นการสร้างฮอร์โมน และเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในพืช

สำหรับช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ผลผลิตของเกษตรกรเสียหายก็คือช่วงเวลาข้าวอายุ 65 วันขึ้นไปจนถึงในระยะกลัดหางปลาทูซึ่งช่วงระยะเวลานี้ใบแท้ (ใบที่สังเคราะห์แสง) เริ่มโผล่ ซึ่งจะปล่อยให้ใบดังกล่าวเสียหายหรือเกิดอาการเหลืองไม่ได้เพราะจะทำให้การสังเคราะห์แสงของข้าวไม่ดี ทำให้เมล็ดข้าวลีบ น้ำหนักไม่ดี ทำให้ผลผลิตลดลงเป็นอย่างมากควรฉีดพ่นซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อไม่ให้ใบธงของข้าวเสียหาย  เพื่อให้ข้าวกินปุ๋ยปกติ และสามารถออกรวงได้สุดไม่คารวง

ทริปพิเศษ จากปัญหาข้าวออกรวงไม่สุดเพราะแพ้อากาศหนาวดังกล่าว ควรมีการฉีดพ่นสูตรป้องกันหนาวทางใบบ่อยครั้งในช่วงทุกระยะของข้าว ซึ่งเกษตรกร ฉีดทุก 7-10 วัน ก็จะทำให้ปัญหาข้าวแพ้อากาศหนาวในช่วงออกรวง หรืออาการข้าวออกรวงไม่สุดหมดไปค่ะ

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร และ ศูนย์วิจัยเอสวีกรุ๊ป

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!