เชื้อราบิวเวอร์เรียคืออะไร?

1618

เชื้อราบิวเวอร์เรีย เป็นจุลินทรีย์ที่จัดเป็นพวก เชื้อราทำลายแมลง โดยทำให้เกิดโรคกับแมลง สามารถทำลายแมลงได้หลายชนิดซึ่งได้แก่ แมลงจำพวกเพลี้ยต่างๆ หนอนผีเสื้อ ด้วง และแมลงวัน หรือยุง เชื้อราบิวเวอร์เรียสามารถนำมาใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูพืชที่สำคัญในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น เพลี้ยไฟ, แมลงหวี่ขาว, หนอนผีเสื้อ, เพลี้ยจั๊กจั่น, บั่ว, ปลวก, เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล, เพลี้ยไก่แจ้, แมลงค่อมทอง            

  • แมลงศัตรูพืชเป้าหมายในข้าว ได้แก่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ บั่ว หนอนห่อใบ
    • ในมะม่วงได้แก่ เพลี้ยจักจั่นที่ทำลายช่อมะม่วง แมลงค่อมทอง
    • ในพืชตระกูลส้มได้แก่ เพลี้ยอ่อนส้ม เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยไฟ ไรแดง
    • ในพืชผักได้แก่ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงหวี่ขาว หนอน เป็นต้น

กลไกการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอร์เรีย

  1. สปอร์เชื้อราตกติดอยู่กับผนังลำตัวแมลงเข้าสู่ตัวแมลงทางผนังลำตัว รูหายใจ บาดแผลบนผนังลำตัว เมื่อความชื้นเหมาะสมกับการงอก สปอร์จะแทงทะลุผิวหนังลำตัว เชื้อราจะงอกสู่ช่องว่างลำตัวแมลงเจริญเติบโตสร้างเส้นใยมากมายภายในตัวแมลง
    2. เส้นใยจะใช้เนื้อเยื่อของแมลงเป็นอาหาร แมลงจะตายในที่สุด ภายในระยะเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และวัยของแมลง โดยทั่วไปประมาณ 3 – 14 วัน
    3. เมื่อแมลงตาย เส้นใยจะแทงผ่านผนังลำตัวแมลงออกสู่ภายนอกตัวแมลง

การแพร่กระจายของเชื้อราบิวเวอร์เรีย

สปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกับตัวแมลง เชื้อราจึงสามารถขยายพันธุ์ต่อได้

สปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกับตัวแมลง เชื้อราจึงสามารถขยายพันธุ์ต่อได้ และเมื่อสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะ ทำลายแมลงศัตรูต่อไป

ลักษณะอาการของแมลงที่ถูกเชื้อราบิวเวอร์เรียเข้าทำลาย

  1. แมลงที่ถูกทำลายจะแสดงอาการของการเป็นโรคคือ เบื่ออาหาร กินน้อยลง อ่อนเพลียและไม่เคลื่อนไหว
    2. สีผนังลำตัวแมลงมักจะเปลี่ยนไป ปรากฏจุดสีดำบนบริเวณที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย
    3. พบเส้นใย และผงสีขาว ของสปอร์ปกคลุมตัวแมลงที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย

วิธีการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย

  1. เชื้อราบิวเวอร์เรีย กรณีเป็นเชื้อสด 1-2 กก. ต่อน้ำ 100 ลิตร ผสมสารจับใบ (กรองเอาเฉพาะน้ำ) หรือในกรณีเป็นเชื้อผงสำเร็จรูป 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมสารจับใบแล้วนำไปฉีดพ่น
    2. ควรให้น้ำแปลงพืชที่จะควบคุมศัตรูพืชประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนทำการฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย
    3. นำเชื้อราไปฉีดพ่นเพื่อควบคุมศัตรูพืชโดยต้อง
    • พ่นให้ถูกตัวแมลงและศัตรูพืช หรือบริเวณที่แมลงศัตรูพืชอาศัยให้มากที่สุด
    • ช่วงเวลาพ่นควรเป็นช่วงเวลาเย็น โดยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการงอกและเจริญเติบโตของเชื้อราคือ ความชื้นสูง และแดดอ่อน
    4. ให้น้ำกับแปลงพืชในวันรุ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความชื้น
    5. สำรวจแปลงพืช ถ้ายังพบศัตรูพืชเป้าหมายให้พ่นเชื้อราบิวเวอร์เรียซ้ำ

ปัจจัยที่เอื้อต่อการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียให้เกิดประสิทธิผล

  1. อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเชื้อราบิวเวอร์เรีย ที่จะทำให้เชื้อรางอกสปอร์ได้ดี จะอยู่ในระหว่าง 25 -27 องศาเซลเซียส ดังนั้น หากเกษตรกรซื้อมาแล้วยังไม่ได้ใช้จะต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 25-27 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ สปอร์จะไม่เจริญเติบโตและเสื่อมคุณภาพ เมื่อนำเชื้อราไปพ่นกำจัดแมลงหรือเพลี้ยก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
    2. ต้องให้มีสภาพอากาศชื้นและไม่โดนแสงแดด เชื้อราจะขยายตัวได้เร็ว จึงควรใช้เชื้อราในช่วงเย็นๆ จะเห็นผลได้ภายใน 2-3 วัน
    3. ความชื้น ความชื้นทีเหมาะสมสำหรับพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรีย ต้องมีความชื้นสูงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ความชื้นที่เหมาะสมที่สุด คือช่วงฤดูฝน
    4. แสงกับช่วงเวลา การที่จะพ่นเชื้อราบิวเวอร์เรียให้ได้ผล คือ ต้องเป็นช่วงเวลาเย็นที่อากาศมีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ การที่เลือกเวลาพ่นเชื้อราในตอนเย็น ก็เพื่อไม่ให้โดนแสงแดด เพราะแสงแดดจะทำให้เชื้อราเสื่อมคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น
    5. ตัวแมลง ขนาด ระยะตัวอ่อน มีผลต่อการเข้าทำลายของเชื้อราบิวเวอร์เรีย

ที่มา : ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร/ จดหมายข่าวผลิใบ กรมวิชาการเกษตร/ ศูนย์วิจัยเอสวีกรุ๊ป

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 โรคพืชหน้าฝน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!