เตือนเกษตรชาวสวนทุเรียน ระวังโรคผลเน่าระบาด

โรคผลเน่าในทุเรียน
557

ในช่วงปลายเดือนเม.ย.เข้าสู่ต้นเดือนพ.ค.เป็นช่วงที่มีอากาศร้อนและบางทีก็อาจจะมีฝนตกด้วย สภาพอากาศเช่นนี้เกษตรกรผู้ปลุกทุเรียนจำเป็นต้องรับมือกับโรคผลเน่าซึ่งเป็นโรคที่รุนแรงมากอาจส่งผลให้ผลทุเรียนเน่าและร่วงหล่นก่อนกำหนด

ทั้งนี้โรคผลเน่าที่รุนแรงเกิดจากเชื้อ Phytophthora Fruit Rot มีสาเหตุมาจากเชื้อราไฟทอปธอรา (Phytophthora palmivora) ซึ่งพบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน และมักพบโรคในช่วงหนึ่งเดือนก่อนที่จะเก็บเกี่ยวทุเรียน หรือในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต และหลังการเก็บเกี่ยวแล้วอาจพบโรคผลเน่าในระหว่างการบ่มผลทุเรียนให้สุก

โดยเชื้อรา Phytophthora palmivora จะชอบระบาดในช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง โดยอาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุของโรคบริเวณแผล ลักษณะของอาการจะเกิดเป็นจุดสีน้ำตาลบริเวณของปลายผล และจะขยายขนาดออกไปจนแผลกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มจนอาจเปลี่ยนเป็นสีดำ

โรคผลเน่าในทุเรียน

กรมวิชาการเกษตรให้แนวทางในการป้องโรคผลเน่าไว้ว่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ตัดผลทุเรียนที่เป็นโรคและเก็บผลทุเรียนเน่าที่ร่วงหล่นใต้ต้นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกเพื่อลดปริมาณเชื้อสะสมในแปลง หลีกเลี่ยงการนำเครื่องมือตัดแต่งที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคไปใช้ต่อกับต้นปกติ และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรเมื่อใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง

โรคผลเน่าจะมีเชื้อสาเหตุจากโรคชนิดเดียวกับโรครากเน่าและโคนเน่า จึงควรทำการป้องกันกำจัดโรครากเน่า โคนเน่าไปพร้อมกัน ทั้งนี้ไม่ควรนำเอากิ่ง ใบและดอกรวมไปถึงผลที่เป็นโรคทิ้งลงไปในแม่น้ำหรือลำคลอง เพราะว่าจะส่งผลให้เชื้อราไฟทอปธอราแพร่ออกไปในวงกว้าง โดยควรนำเอามาเผาทำลายให้หมด รวมทั้งหากพบอาการของโรครากเน่าและโคนเน่าที่กิ่งแขนงใหญ่และลำต้น แนะนำว่าให้ขูดเปลือกที่เป็นโรคออกแล้วนำไปทำลาย และทาแผลด้วยปูนแดง

โรคผลเน่าในทุเรียน

ส่วนแปลงปลูกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผลเน่าสูง สืบเนื่องมาจากในแปลงมีต้นที่เป็นโรครากเน่าและโคนเน่ามาก รวมถึงมีฝนตกชุกหรือมีความชื้นในอากาศสูงในช่วงที่ทุเรียนใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิต อาจส่งผลให้เชื้อสาเหตุโรคติดไปกับผลได้โดยยังไม่แสดงอาการของโรค การเก็บเกี่ยวผลทุเรียนต้องระมัดระวังไม่ให้ผลสัมผัสกับพื้นดินโดยตรง ให้เกษตรกรปูพื้นดินด้วยวัสดุหรือกระสอบที่สะอาดเพื่อวางผลทุเรียนที่เก็บเกี่ยวแล้ว วิธีนี้จะช่วยลดโอกาสที่ผลจะสัมผัสกับพื้นดินที่มีเชื้อสาเหตุโรคได้ และให้ระมัดระวังการขนย้ายไม่ให้เกิดบาดแผลขึ้นกับผลทุเรียน

ศูนย์วิจัยเอสวีขอแนะนำไตรโคฟูลาร์ซึ่งมีส่วนประกอบเชื้อราไตรโคเดอร์มาบนเมล็ดข้าว 100% (Trichoderma asperellum สายพันธุ์ CB-Pin-01) ซึ่งช่วยกระตุ้นให้พืชสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่า โคนเน่า โรคผลเน่าของทุเรียน โดยแนะนำการใช้ไว้ดังนี้

โรคผลเน่าในทุเรียน

1.วิธีผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ  1 ซองเล็ก (25 กรัม) ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเตรียมน้ำผสมสารจับใบให้เสร็จใส่ในถังฉีด แล้วนำซองเชื้อ (ไม่ต้องฉีกซอง) ใส่ลงในถังฉีด กวนถังฉีดอย่างน้อย 10 นาที เพื่อให้เชื้อกระจายทั่วในน้ำ จากนั้นนำไปฉีดพ่นทางใบในช่วงเย็น ที่มีแสงแดดอ่อน

2.วิธีคลุกเมล็ดพันธุ์  1 ซองเล็ก (25 กรัม) ต่อเมล็ด 2 กก. พรมน้ำบนเมล็ดให้พอชื้น จากนั้นฉีกซองเชื้อนำไปคลุกกับเมล็ดให้ทั่วก่อนนำเมล็ดไปปลูก

3.แช่เมล็ดพันธุ์และท่อนพันธุ์  1 ซองเล็ก (25 กรัม) ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยนำซองเชื้อ (ไม่ต้องฉีกซอง) ใส่ลงในถังหรือกะละมัง กวนอย่างน้อย 10 นาทีเพื่อให้เชื้อกระจายทั่วในน้ำ แล้วนำเมล็ดพันธุ์หรือท่อนพันธุ์ลงแช่ 1 ชม.ก่อนนำไปปลูก

4.วิธีใส่ลงดิน  1 ถุงเล็ก (25 กรัม) ต่อปุ๋ยหมัก 25 กก., 1 ถุงใหญ่ (500 กรัม) ต่อปุ๋ยหมัก 500 กก.โดยฉีกซองเชื้อแล้วนำไปผสมน้ำ รดกองปุ๋ยหมักแล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว จากนั้นจึงนำปุ๋ยที่ได้ไปใส่รองก้นหลุม หรือโรยรอบโคนต้น หรือหว่านให้ทั่วแปลง

ข้อมูล-กรมวิชาการเกษตร,ศูนย์วิจัยเอสวี

นามปากกา : ตะวันกับญาดา 

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!