แสงสว่างในความมืด : หนทางช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤตโควิด-19

1960

จากเหตุการณ์โคโรน่าไวรัส หรือโควิด-19” ระบาดที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าความจำเป็นที่จะต้องสร้างระยะห่างระหว่างผู้คนในสังคม หรือที่เรียกว่า “Social Distancing” เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ หรือจะเป็นการที่หลายๆ หน่วยงาน หลายๆ บริษัทตัดสินใจที่จะให้พนักงานของตนทำงานที่บ้านเป็นหลัก หรือที่มีคำเรียกติดปากว่า “Work From Home” ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับงานหลายๆ ประเภท โดยเฉพาะงานเอกสาร การทำงานจากที่บ้านไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร

แต่สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร แม้ว่าหลายภาคส่วนจะหยุดชะงัก แต่อาหารก็ยังจำเป็นต่อการบริโภคของผู้คน และพืชผักที่ปลูกไว้จะเสียเปล่าหากไม่มีการเก็บ การผลิตและขนส่ง ผลผลิตทางการเกษตรจึงไม่สามารถที่จะขาดช่วงได้เลย หลายท่านอาจจะสงสัยว่า กระบวนการต่างๆ จะเดินหน้าไปได้อย่างไร หากต้องทำตามเงื่อนไขของการสร้างระยะห่างทางสังคม ยังไม่รวมถึงช่วงเวลาเคอร์ฟิวที่มีผลต่อการขนส่งอีกด้วย

เราอาจจะสามารถวางแผนเพื่อดำเนินกิจการด้านการเกษตรต่อไปได้ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

โควิด19
โควิด19
โควิด19
  • จัดสรรจำนวนแรงงานให้เหมาะสม ในกรณีที่เป็นสวนหรือไร่ขนาดใหญ่หรือขนาดกลาง การกำหนดจำนวนแรงงานที่จะใช้ในการทำงานต่อวันให้มีทั้งความปลอดภัย และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย เกษตรกรอาจจะใช้วิธีการแบบเดียวกับบริษัทบางแห่ง ที่กำหนดให้พนักงานมีจำนวนวันทำงานน้อยลง คือ บางคนอาจจะเหลือวันที่ต้องทำงาน 3 วันต่อ 1 สัปดาห์ จากที่เคยทำงาน 5 วันต่อ 1 สัปดาห์ โดยปริมาณของงานที่ทำจะไม่ได้มีการเพิ่มขึ้น แต่เป็นไปเพื่อลดความแออัดของคนลง
  • ลดพื้นที่ในการเพาะปลูก เพื่อให้เข้ากับการที่แรงงานน้อยลงเพราะมีระยะห่างทางสังคม บวกกับการที่มีช่วงเคอร์ฟิว ห้ามเดินทางในช่วงเวลากลางคืน และห้ามเดินทางข้ามจังหวัด (ในบางพื้นที่) ทั้งหมดนี้ทำให้เวลาในการเดินทางขนส่งลดลงไปด้วยและเมื่อรวมเอาเรื่องเวลาและจำนวนแรงงานที่ลดลงไปเข้าด้วยกันการลดพื้นที่ในการเพาะปลูกจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
  • วางแผนในการขนส่งผลผลิตเพราะด้วยเงื่อนไขของเวลาอันเกิดจากการเคอร์ฟิวทำให้การวางแผนที่จะขนส่งผลิตภัณฑ์ไปยังพ่อค้าคนกลางหรือผู้รับซื้อจำเป็นจะต้องวางให้เข้ากับช่วงเวลาดังกล่าวอย่างเช่นงดการเดินทางในช่วงเวลาเย็นหรือหัวค่ำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง
  • ปลูกพืชผักหรือผลไม้ที่เป็นที่ต้องการของตลาดณขณะนี้เพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างถูกต้องและหากวิกฤติโควิด-19 ไม่ได้จบสิ้นลงในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า ปัญหาและข้อจำกัดในด้านต่างๆ ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าที่อาจจะยากขึ้น หรือภาคแรงงานที่อาจจะถูกขอให้หยุดงาน เกษตรกรก็อาจจะต้องหาวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าดังต่อไปนี้
  • พยายามใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่แทนแรงงานมนุษย์ให้มากยิ่งขึ้น
  • เกษตรกรอาจจะต้องวางตัวเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าด้วยตัวเอง โดยวางเป้าหมายสำหรับขายในท้องถิ่น สร้างเพจใน facebook และวางระบบขนส่งสินค้าด้วยตัวเองและผลผลิตที่ได้อาจจะขายในลักษณะของสินค้าเกษตรตามปกติหรืออาจจะแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเปิดตลาดให้กว้างขึ้นเช่นถ้าเป็นไร่ข้าวโพดอาจจะทดลองผลิตน้ำนมข้าวโพดออกขายเองเป็นต้น

ช่วงเวลานี้ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนทุกคน ขอให้เกษตรกรอดทน ต่อสู้ฟันฝ่า และผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้นะครับ

นามปากกา : Happy Black Cat

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!